ข้อมูลรู้ไว้ใช้สำหรับเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ภาค ค ของเทศบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น
คำถามเกี่ยวกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
*หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆไม่มากก็น้อยครับผม
***ข้อมูล ณ 27/11/2553(ค.ศ.2010)
1. ผู้ว่าราชการจังหวัดของคุณชื่ออะไร
นายวิทยา ผิวผ่อง
2. คำขวัญจังหวัดอยุธยาฟังมาเยอะแล้วอยากฟังคำขวัญจังหวัดคุณ
ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ากานท์ทวี คนดีศรีอยุธยา
3. ตราประจำจังหวัด.... ประกอบด้วยสัญลักษณ์รูปอะไรบ้าง
รูปหอยสังข์ประดิษฐานอยู่บนพานแว่นฟ้าภายในปราสาทใต้ต้นหมัน
( เมื่อรวดศุภมัสดุ 721 ปีขาล โทศก วันศุกร์ เดือนห้า ขึ้นหกค่ำ เพลา 3 นาฬิกา 9 บาท
หรือตรงกับวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 1893 พระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนาอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา
ขึ้นที่ตำบลหนองโสน ชีพ่อพราหมณ์ได้ฤกษ์ตั้งพิธีกลบบาตรสุมเพลิง ชื่อพิธีทำเพื่อแก้ เสนียด
ได้สังข์ทักษิณาวัตรขอนหนึ่ง ใต้ต้นหมัน เพราะเหตุดังกล่าว จึงเป็นรูปสังข์ทักษิณาวัตร
ประดิษฐานอยู่บนพานทอง บรรจุไว้ภายใน ปราสาท 1 หลัง ใต้ต้นหมัน)
4. พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดของคุณคืออะไร
ต้นหมัน
(พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cordia cochinchinensis Gagnep.
วงศ์ BORAGINACEAE
ไม้ต้น สูง 5 - 15 เมตร เปลือกต้นสีเทาคล้ำ ใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ กว้างประมาณ 7 เซนติเมตร
ยาว 15 เซนติเมตร ปลายใบทู่ โคนใบกว้าง ดอกสีขาว ผลแก่ เปลือกสีชมพู มีของเหลวภายในเหนียวมากห่อหุ้มเมล็ด
นิเวศวิทยา พบมากในป่าชายเลนที่ดินค่อนข้างแข็ง ฝั่งทะเลอ่าวไทย
ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด
ประโยชน์ เปลือกใช้ทำปอ ใช้ทำหมันตอกยาแนวเรือ ของเหลวในผลที่ห่อหุ้มเมล็ดเหนียวมากใช้ทำกาว )
5. ดอกไม้ประจำจังหวัดของคุณคืออะไร
ดอกโสน [Sosbania roxvurghi, Merr] เนื้ออ่อน โตเร็ว ลำต้นอวบ ปลูกและขึ้นเอง
ตามแม่น้ำลำคลองหนองบึงทั่วไปในภาคกลาง ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อห้อยแลเหลืองอร่าม คล้ายทองไปทั่วทุกแห่ง มีเป็นจำนวนมาก
ดอกโสนใช้รับประทานเป็นอาหารได้ ใช้ต้มกะทิจิ้มน้ำพริกอร่อยมาก เมื่อ พ.ศ. 1893
พระเจ้าอู่ทอง ทรงตั้งเมืองขึ้นใหม่ ที่ตำบลเวียงเหล็ก ทรงเลือกชัยภูมิที่จะตั้งพระราชวัง ทรงเห็นว่าที่ตำบลหนองโสนเหมาะสม
เพราะมีต้นโสนมากดอกโสน ออกดอกเหลืองอร่ามคล้ายทองคำแลสะพรั่งตา
ดังนั้น ดอกโสนจึงถือได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
6. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแบ่งเขตการปกครองออกเป็นกี่อำเภอ
16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภอภาชี อำเภอบ้านแพรก อำเภอบางซ้าย อำเภอบางไทร
อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางบาล อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน อำเภอเสนา อำเภออุทัย อำเภอบางปะอิน
อำเภอผักไห่ อำเภอท่าเรือ และอำเภอวังน้อย
7. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแบ่งเขตการปกครองออกเป็นกี่ตำบล
209 ตำบล
8. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแบ่งเขตการปกครองออกเป็นกี่หมู่บ้าน
1,452 หมู่บ้าน
9. จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำรวจ ณ 30 กันยายน 2553
รวมทั้งหมด 158 แห่ง
-อบต. 121 แห่ง
-เทศบาลตำบล 33 แห่ง
-เทศบาลเมือง 2 แห่ง
-เทศบาลนคร 1 แห่ง
-อบจ. 1 แห่ง
10. ธงประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีลักษณะอย่างไร (อธิบายคราวๆ)
ธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้า แบ่งออกเป็น 3 แถบเท่า ๆ กัน โดยมีสีฟ้าอยู่ตรงกลางขนาบด้วยสีน้ำเงิน
กลางธงแทบฟ้ามีตราประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นรูปปราสาทสังข์ทักษิณาวัตรใต้ต้นหมัน ใต้
รูปปราสาทมีคำวา อยุธยา คังธงมีแถบสีเหลืองและฟ้า 2 แถบ
11. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือกรุงศรีอยุธยาอดีตเคยเป็นราชธานีของไทยนานกี่ปี
417 ปี
12. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือกรุงศรีอยุธยามีพระมหากษัตริย์ปกครองรวมกันกี่พระองค์
33 พระองค์ จาก 5 ราชวงศ์ ประกอบด้วย ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์อู่ทอง
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททองและราชวงศ์บ้านพลูหลวง
13. พระนครศรีอยุธยามีชื่อเรียกในอดีตว่าอย่างไร
กรุงศรีอยุธยา เมืองอโยธยา
14. ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างเมืองพระนครศรีอยุธยาคือใคร
สมเด็จพระรามิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 1893
15. กรุงศรีอยุธยาสูญเสียเอกราชให้แก่พม่ากี่ครั้ง
2 ครั้ง
16. องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเนสโก มีมติให้ขึ้นทะเบียนนครประวัติ
ศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็น " มรดกโลก " เมื่อวันที่เท่าไร
13 ธันวาคม 2534
17. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคกลางตอนใด
ภาคกลางตอนล่าง
ทิศเหนือ จดจังหวัดลพบุรี อ่างทอง และ สระบุรี
ทิศใต้ จดจังหวัดปทุมธานี และ นนทบุรี
ทิศตะวันออก จดจังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก จดจังหวัดสุพรรณบุรี
18. งานประเพณีประจำปีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
-งานลอยกระทงตามประทีป และแข่งเรือยาวประเพณีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
จัดเป็นประจำทุกปี ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ภายในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร
มีการประกวดนางนพมาศ ประกวดขบวนแห่ ประกวดกระทง ประกวดโคมแขวน การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน
การแข่งเรือยาวประเพณี เรือยาวนานาชาติ การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ
-งานแสดงแสงเสียงอยุธยามรดกโลก
เนื่องจากนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ทางจังหวัดจึงได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองทุกปี ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นระยะเวลา 7 วัน
ในงานจะมีการแสดงชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปหัตถกรรม วัฒนธรรม และประเพณีของไทย
รวมทั้งการแสดงแสงเสียงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา
-งานเทศกาลสงกรานต์
จัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี หน้าวิหารพระมงคลบพิตร อำเภอพระนครศรีอยุธยา
มีขบวนแห่ตามประเพณีของชาวอยุธยาและขบวนแห่เถิดเทิง มีการสรงน้ำพระมงคลบพิตรจำลอง
การประกวดนางสงกรานต์
-พิธีไหว้ครูบูชาเตา
เป็น “พิธีไหว้ครู” ช่างตีมีดตีดาบ ของชาวบ้านต้นโพธิ์ บ้านไผ่หนอง และบ้านสาไล ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง
ซึ่งมีอาชีพในการตีมีดเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “มีดอรัญญิก”
บรรพชนของชาวบ้านไผ่หนองและบ้านต้นโพธิ์ ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวงนั้นเป็นชาวเวียงจันทน์ เข้ามาตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
มีอาชีพในการตีทองและตีเหล็ก แต่ต่อมาเลิกการตีทองจึงเหลือแต่การตีเหล็กเพียงอย่างเดียว เหล็กที่ตีนี้ส่วนใหญ่ทำเป็นมีด ดาบ และอาวุธ
ตลอดจนเครื่องใช้อื่นๆ ซึ่งมีคุณภาพดีมากเมื่อทำเสร็จแล้วก็นำมาขายที่หมู่บ้านอรัญญิก ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จึงเรียกว่า “มีดอรัญญิก”
สิ่งที่ชาวตำบลท่าช้างทุกคนยังคงถือสืบต่อกันมาตามขนบประเพณีเดิมคือการ “ไหว้ครูบูชาเตา”
ซึ่งทุกบ้านจะจัดบูชาในวันพฤหัสบดีช่วงเช้าตรู่ของวันขึ้น 7 ค่ำ 9 ค่ำ ฯลฯ เดือน 5 (ประมาณเมษายน-พฤษภาคม)
ตามแต่ความสะดวก เพื่อระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ และเพื่อความเป็นสิริมงคลของตน ทั้งยังเป็นการปัดเป่าอุปัทวเหตุต่าง ๆ ในการตีเหล็กอีกด้วย
พอได้เวลาผู้ทำพิธีไหว้ครูก็จะกล่าวบทชุมนุมเทวดาไหว้พระรัตนตรัย จากนั้นก็จะกล่าวบทอัญเชิญครูบาอาจารย์ทั้งหลาย อันได้แก่
พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระวิษณุกรรม พระมาตุลี พระพาย พระคงคา พระฤาษี 8 องค์ ฯลฯ ตลอดจนบูรพาจารย์ทั้งครูไทย ครูลาว
ครูมอญ ครูจีน ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาตีเหล็กให้แก่ตน มารับเครื่องบูชาสังเวย และประสาทพร แก่ผู้เข้าร่วมพิธีให้ประสบแต่ความสุขความ ความเจริญ
แล้วปิดทองเครื่องมือทุกชิ้น ทำน้ำมนต์ธรณีสารประพรมเครื่องมือและผู้เข้าร่วมพิธี
-งานประจำปีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
จัดเป็นประจำทุกปี ช่วงปลายเดือนมกราคม ภายในบริเวณศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางไทร มีการแสดงและประกวดผลงานด้านศิลปาชีพ
มีการจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองทั่วไป การแสดงศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม
19. สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัด....ที่ท่านอยากแนะนำมีอะไรบ้าง
สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถาน ได้แก่ วัด และพระราชวังต่างๆ
พระราชวังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีอยู่ 3 แห่ง คือ พระราชวังหลวง วังจันทรเกษมหรือวังหน้า และวังหลัง
นอกจากนี้ยังมีวังและตำหนักนอกอำเภอพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส ได้แก่ พระราชวังบางปะอิน
ในเขตอำเภอบางปะอิน และตำหนักนครหลวง ในเขตอำเภอนครหลวง
20.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำใหลผ่านกี่สาย
ภูมิประเทศของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน 3 สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน
ทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ แม่น้ำป่าสักไหลผ่านทางทิศตะวันออก และแม่น้ำลพบุรี (ปัจจุบันเป็นคลองเมือง)
ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือ แม่น้ำสามสายนี้ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา
ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ เราจะเห็นบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำแสดงถึงวิถีชีวิตของผู้คน
ที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำมายาวนาน
21. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่ห่างจากตัวกรุงเทพมหานครกี่กิโลเมตร เนื้อที่เท่าไหร่
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 76 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 2,556 ตารางกิโลเมตร
22. สินค้าทางการเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ตลาดกลางเพื่อเกษตรกร ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเซีย หากขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไปทางฝั่งตะวันออกของเกาะเมืองจน
ถึงถนนสายเอเซีย เลี้ยวซ้ายตรงไปถึงตำบลหันตรา ทางขวามือจะพบกับสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแทบทุกชนิดของจังหวัด
เช่น มีดอรัญญิกแท้จากอำเภอนครหลวง พัดสานจากอำเภอบ้านแทรก เครื่องแกะสลักของอำเภอพระนครศรีอยุธยา เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากอำเภอบางปะอิน
ปลาร้า ปลาแห้ง และผลไม้กวนทุกชนิด ตลอดจนของฝากหลากหลายจากทุกอำเภอ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอร่อยอยู่หลายร้าน
บริเวณวิหารพระมงคลบพิตรและบริเวณวัดพนัญเชิงวรวิหาร มีร้านค้ามากมายหลายร้าน จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแทบทุกชนิด
เช่น เครื่องจักสาน มีดอรัญญิก ผลไม้กวน และขนมชนิดต่างๆ
23.ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตั้งอยู่ที่อำเภออะไร
อำเภอบางไทร
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ จัดตั้งขึ้นในเขตที่ดินปฏิรูปเพื่อการเกษตรกรรม
ตำบลช้างใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ศูนย์ศิลปาชีพนี้มุ่งฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ วิชาที่สอนให้แก่เกษตรกรได้แก่
การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช การแกะสลัก การจักสาน การทำตุ๊กตา การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การทำเครื่องเรือน การทอผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า
การย้อมสี ช่างเชื่อมและเครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้วจะส่งไปจำหน่า ยที่ร้านจิตรลดาทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภายในบริเวณศูนย์ฯ
มีจุดเด่นอีกบริเวณหนึ่งคือ สวนนกบางไทร จัดสร้างเป็นกรงนกขนาดใหญ่ที่จำลองสภาพธรรมชาติเข้าไว้พร้อมกับนกนานาพันธุ์กว่า 150 ชนิด
ทั้งที่เป็นนกท้องถิ่นและนกหายากชนิดต่างๆ และยังมีอุทยานวังปลา ซึ่งจัดเป็นศูนย์ขนาดใหญ่ แสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดให้ชม ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ การเดินทางไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทรสามารถไปทางเรือตามลำน้ำเจ้าพระยาถึงท่าน้ำของศูนย์ฯ หรือไปทางรถยนต์
เมื่อถึงอำเภอบางปะอินแล้ว มีทางแยกซ้ายเข้าสู่สายบางไทร-สามโคก ระยะทาง 24 กิโลเมตร ถึงศูนย์ศิลปาชีพฯ หรือหากไปจากกรุงเทพฯ
จะใช้เส้นทางสายนนทบุรี-ปทุมธานี (ทางหลวงหมายเลข 306) เลยแยกรังสิตไปไม่ไกลนักจะมีทางแยกขวามือไปอำเภอบางไทร
23. คำถามที่ไม่มีใครรู้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ (คำถามจิปาฐะ)ยกตัวอย่างเช่น
-ถ้าคุณได้บรรจุคุณจะรู้สึกยังงัย?
-ถ้าคุณไม่รับการบรรจุคุณยังจะสอบต่อไมั้ย?
-บางที่กรรมการอาจจะทดสอบว่า ถ้าคุณอยากบรรจุคุณต้องหาเงินช่วยค่าน้ำชาสักแสนสองแสนเอามั้ย.....?
ฯ ล ฯ
***เพื่อนๆท่านใด ถ้ามีอะไรก็ร่วมแบ่งปันกันได้ครับ เพราะถ้าเราคือชุมชนแห่งการแบ่งปัน***
****ถ้าเรารู้จักที่จะให้คนอื่นก่อน เราก็จะได้สิ่งตอบแทนแน่นอนอย่างน้อยก็ความรู้สึกดีๆจากเพื่อนที่นำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ว่ามั้ยครัผม****
มีอะไรอัพเดทก็ช่วยแจ้งมาให้เพื่อนๆทราบด้วยนะครับ กรุณาอย่าเก็บไว้คนเดียว
0823490752 24 ชม. เพราะว่าโฉดครับผม อิอิ......