ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

429257 กระทู้ ใน 34474 หัวข้อ- โดย 181372 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: aunsarunya

31 กรกฎาคม 2014, 08:05:19 AM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบห้องแจกข้อสอบ ขอข้อสอบ[แจก] สรุป พรบ. วิธีปฎิบัติราชการฯ / บริหารบ้านเมืองที่ดี / สาธาฯ / ผังเมือง
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: [แจก] สรุป พรบ. วิธีปฎิบัติราชการฯ / บริหารบ้านเมืองที่ดี / สาธาฯ / ผังเมือง  (อ่าน 9968 ครั้ง)
ผู้-ด้อย-โอกาส-ทาง-การ-สอบ
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


ก ว น- จั ง- แก


« เมื่อ: 19 มีนาคม 2010, 08:38:22 PM »





สรุป พรบ. วิธีปฎิบัติราชการฯ / บริหารบ้านเมืองที่ดี / สาธาฯ / ผังเมือง
( พอแก้ขัดได้หากอ่านหนังสือไม่ทัน แต่แนะนำให้อ่านตัวเต็มจะดีกว่า )  



สรุปแนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539


1. การพิจารณาของอธิดีกรมการปกครอง ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

2. การเตรียมการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง , การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง , การเตรียมการของเจ้าหน้าที่เพื่อออกกฎ, การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อออกกฎ คือวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง

3. การออกระเบียบ ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง

4. การประกาศเตือน ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง

5. พระราชบัญญัติไม่ใช่กฎ

6. การเตรียมการและดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสังทางปกครอง คือการพิจารณาทางปกครอง

7. เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ถ้า คู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี , ญาติของคู่กรณี , นายจ้างของคู่กรณี หรือเป็นคู่กรณีเองไม่ได้

8. ถ้ากรณีเคยเป็นลูกจ้างของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ทำการพิจารณาทางปกครองได้

9. คู่กรณีไม่มีสิทธินำทนายความของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้

10. คู่กรณีไม่มีสิทธิแต่งตั้งบุคคลหนึ่งบุคคลใดแทนตนในการพิจารณาทางปกครอง

11. เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนของคู่กรณีที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่พิจารณาทางปกครองอย่างพียงพอ

12. เมื่อมีการแต่งตั้งตัวแทนร่วมของคู่กรณีๆ จะยกเลิกการให้ตัวแทนร่วมดำเนินการแทนตนมิได้

13. ในการพิจารณาทางปกครองเจ้าหน้าที่จะต้อง แจ้งสิทธิและหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาทางปกครองให้คู่กรณีทราบ , ให้คู้กรณีมีโอกาสที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ , ให้คู่กรณีมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงหลักฐานของตนเอง , ไม่อนุญาตให้ตรวจดูเอกสารหรือพยานหลักฐานได้ ในกรณีที่ต้องรักษาไว้เป็นความลับ

14. คำสั่งทางปกครองที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปได้ ให้ระบุกรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งไว้ในคำสั่งด้วย

15. คำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือ ต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย

16. คำสั่งทางปกครองที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย เจ้าหน้าที่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้เสมอ

17. คำสั่งทางปกครองที่ต้องให้เจ้าหน้าที่อื่นให้ความเห็นชอบก่อน จะไม่เสียไปถ้าเจ้าหน้าที่นั้นได้ให้ความเห็นชอบในภายหลังถือว่าใช้ได้

18. การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองที่ไม่ออกโดยรัฐมนตรี ต้องยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองภายใน 15 วัน

19. คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ต้องอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครอง คู่กรณีสามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้

20. คำสั่งของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท ไม่สามารถอุทธรณ์ได้แต่สามารถฟ้องศาลปกครองได้

21. หากได้รับการวินิจฉัยความผิดถึงที่สุด และเห็นว่าคำสั่งทางปกครองที่ได้รับไม่เป็นธรรม สามารถฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง

22. เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาคำอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

23. การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง

24. กรณีเห็นด้วยกับอุทธร์ ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่งทางปกครองตามความเห็นของตน

25. กรณีไม่เห็นด้วยกับอุทธรณ์ ให้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์

26. การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทำภายใน 90 วัน นับแต่รู้ถึงเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งนั้น

27. ผู้ที่ไม่รู้ถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครองในขณะที่รับคำสั่ง ทางปกครอง สามารถอ้างความเชื่อโดยสุจริตได้เมื่อถูกเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง

28. ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองต้องร้องขอค่าทดแทนภายใน 180 วันนับแต่ได้รับแจ้งให้ทราบถึงการเพิกถอนนั้น

29. การยื่นขอให้พิจารณาใหม่ ต้องกระทำภายใน 90 วัน นับแต่วันผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาใหม่

30. เจ้าหน้าที่อาจยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ชำระเงินตามกำหนดของคำสั่งทางปกครอง

31. คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ละเว้นกระทำ หากฝ่าฝืนต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อวัน

32. คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำแล้วไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการด้วยตนเองได้

33. เจ้าหน้าที่อาจใช้กำลังเข้าดำเนินการเพื่ให้เป็นไปตามมาตราการบังคับทางปกครองได้ หากมีการต่อสู้ขัดขวาง

34. การแจ้งคำสั่งทางปกครอง เจ้าหน้าที่จะกระทำด้วยวาจาก็ได้

35. การแจ้งทางไปรษณีย์ต้องแจ้งโดยไปรษณีย์ตอบรับเท่านั้น

36. การแจ้งภายในประเทศให้ถิอว่าได้รับเมื่อครบกำหนด 7 วันนับตั้งแต่วันส่ง

37. การแจ้งคำสั่งทางปกครองจะกระทำได้โดยการประกาศในหนังสือพิมพ์ ในกรณี ไม่รู้ตัวผู้รับ กรณีรู้ตัวแต่ไม่รู้ภูมิลำเนา กรณีมีผู้รับเกิน 100 คนขึ้นไป

38. ในกรณีประกาศหรือลงหนังสือพิมพ์ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันได้แจ้ง

39. ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้นับวันสิ้นสุดของระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน แม้วันสุดท้ายจะเป็นวันหยุดการทำงาน

40. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ไม่สามารถจะเป็นพยานในการส่งหนังสือเพื่อแจ้งคำสั่งทางปกครองในกรณีผู้รับไม่ยอมรับหรือไม่มีผู้รับ

41. ค่าปรับทางปกครองมี 4 ระดับคือ 20,000 บาทสำหรับคณะกรรมการ และรัฐมนตรี

42. 15,000 บาทสำหรับปลัด อธิบดี ผู้ว่าฯ

43. 10,000 บาทสำหรับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้แทนของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ

44. 5,000 บาทสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่นๆ ส่วนเอกชนที่ใช้อำนาจทางปกครองต้องเสนอให้รัฐมนตรีพิจารณาเป็นรายไปทั้งนี้ ไม่เกิน 1.000 บาท

45. ชั้นศาลปกครองได้แก่ ศาลปกครองชั้นต้น และศาลปกครองสูงสุด

46. ศาลปกครองชั้นต้นแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ศาลปกครองกลาง และศาลปกครองส่วนภูมิภาค

47. ในวาระแรกกฎหมายได้กำหนดให้จัดตั้งศาลปกครองในรูปภูมิภาคจำนวน 16 แห่ง

48. การเปิดทำการของศาลปกครองในภูมิภาค กฎหมายกำหนดให้เปิดทำการไม่น้อยกว่าปีละ 7 ศาล

49. คดีที่ไม่อยู่ในศางปกครองมี ,การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร , คดีที่อยู่ในอำนาจศาลแรงงาน , คดีที่อยู่ในอำนาจศาลภาษีอากร , คดีที่อยู่ในอำนาจศาลล้มละลาย

50. การฟ้องในคดีโต้แย้งคำสั่งทางปกครองต้องฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง

51. การฟ้องเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี

52. ผู้ฟ้องคดีต้องเป็นผู้เดือดร้อนเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำทางปกครอง

53. ผู้ที่จะได้แต่งตั้งเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ต้องมีอายุ 35 ปี

54. ก.ศป. หมายถึงตุลาการศาลปกครอง

55. คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองมี 13 คน

56. องค์คณะของศาลปกครองชั้นต้นต้องมีอย่างน้อย 3 คน

57. สำนักงานศาลปกครองเป็น หน่วยงานอิสระ

58. ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธารกรรมการตุลาการศาลปกครองสูงสุด

59. การฟ้องคดีที่ศาลปกครองในกรณีขอให้ศาลปกครองสั่งให้หน่วยงานของรัฐชดใช้เงิน ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ร้อยละ 2.5 ไม่เกิน 200,000 บาท

60. การฟ้องคดีปกครองเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือสัญญาทางปกครอง จะต้องยื่นฟ้องภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี









[


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มิถุนายน 2010, 08:59:14 PM โดย ส.เสือ™ » บันทึกการเข้า
ผู้-ด้อย-โอกาส-ทาง-การ-สอบ
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


ก ว น- จั ง- แก


« ตอบ #1 เมื่อ: 19 มีนาคม 2010, 08:40:38 PM »






สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518

   การผังเมือง  หมายความว่า  การวาง  จัดทำและดำเนินการให้เป็นไปตามผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะในบริเวณเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทเพื่อสร้างหรือพัฒนาเมืองหรือส่วนของเมืองขึ้นใหม่หรือแทนเมืองหรือส่วนของเมืองที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้มีหรือทำให้ดียิ่งขึ้นซึ่งสุขลักษณะ  ความสะดวกสบาย  ความเป็นระเบียบ  ความสวยงาม  การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน  ความปลอดภัยของประชาชน  และสวัสดิภาพของสังคม  เพี่อส่งเสริมการเศรษฐกิจสังคม  และสภาพแวดล้อม  เพื่อดำรงรักษาหรือบูรณะสถานที่และวัตถุที่มีประโยชน์หรือคุณค่าในทางศิลปกรรม  สถาปัตยกรรม  ประวัติศาสตร์  หรือโบราณคดี  หรือเพื่อบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ  ภูมิประเทศที่งดงาม  หรือมีคุณค่าในทางธรรมชาติ  โดยแยกออกเป็นผังเมืองรวม  และผังเมืองเฉพาะ
   การสำรวจเพื่อวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะนั้นให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจ เพื่อวางและจัดทำผังเมือง โดยให้ระบุวัตถุประสงค์ เจ้าพนักงานผัง  เขตท้องที่ที่จะทำการสำรวจพร้อมด้วยแผนที่แสดงเขตสำรวจ  และกำหนดเวลาการใช้บังคับซึ่งต้องไม่เกินห้าปี ในระหว่างกำหนดเวลาที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้เจ้าพนักงานผังมีอำนาจเข้าไปทำการอันจำเป็นเพื่อการสำรวจ  กำหนดเขตที่ดินที่ประสงค์จะให้เป็นเขตผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะ กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินโดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง1 ทำเครื่องหมายระดับ ขอบเขตและแนวเขตตามความจำเป็น  และแจ้งให้หน่วยราชการ องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจส่งแผนที่หรือแผนผังแสดงเขตที่ดิน
__________________________________________________
1 มาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการผังเมืองคณะหนึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ปลัดกระทรวงคมนาคมปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ  เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมืองหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผังเมืองไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ  ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองเป็นกรรมการและเลขานุการ
   ในกรณีที่เป็นการวาง  จัดทำ  หรืออนุมัติผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครให้       ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นกรรมการร่วมด้วย
   ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้แทนสถาบันองค์การอิสระและบุคคลอื่นเป็นกรรมการตาม    วรรคหนึ่ง  กรรมการซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนสถาบันองค์การอิสระและบุคคลอื่นจะต้องไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ


- 2 -

เพียงเท่าที่จำเป็น  เพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมือง ทั้งนี้ห้ามมิให้เข้าไปในอาคาร  ลานบ้านหรือสวนมีรั้วกั้นอันติดต่อกับบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย  เว้นแต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ได้รับแจ้งเรื่องกิจการที่จะกระทำไม่น้อยกว่าสามวันก่อนเริ่มทำการนั้นหรืออนุญาต  พระราชกฤษฎีกาซึ่งได้ประกาศแล้วให้หมดอายุการใช้บังคับเมื่อได้มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมหรือเมื่อใช้บังคับพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะแล้วแต่กรณี  ในเขตแห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
   การวางและจัดทำผังเมืองรวม  เมื่อเห็นสมควรวางและจัดทำผังเมืองรวม ณ ท้องที่ใด  สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นของท้องที่นั้นจะวางและจัดทำผังเมืองรวมของเขตท้องที่นั้นขึ้น  กรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะวางและจัดทำเองต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ  ผังเมืองก่อน 2  ถ้าเขตแห่งผังเมืองรวมนั้นคาบเกี่ยวบริเวณหลายท้องที่คณะกรรมการผังเมืองจะสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางและจัดทำผังเมืองรวมและจะกำหนดค่าใช้จ่ายซึ่งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นของแต่ละท้องที่จะต้องจ่ายตามส่วนของตนก็ได้ โดยให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น
_____________________________________________________________________________
2มาตรา 7 ให้คณะกรรมการผังเมืองมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการผังเมืองตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้  และให้มีหน้าที่แนะนำเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการผังเมืองแก่หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการผังเมือง
มาตรา 8 ให้คณะกรรมการผังเมืองมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ  เพื่อกระทำการหรือวินิจฉัยเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ  หรือให้ช่วยเหลือในการดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้รับมอบหมายแล้วรายงานคณะกรรมการ  และให้นำมาตรา 11 และมาตรา 12 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 9 ให้กรรมการผังเมืองซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี  ในกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการผังเมืองในระหว่างที่กรรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้น  หรือแต่งตั้งซ่อม  ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผังเมืองซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น
   กรรมการผังเมืองที่พ้นจากตำแหน่ง  อาจได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้
มาตรา 11 การประชุมของคณะกรรมการผังเมืองต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม
มาตรา 12 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
มาตรา 13 ให้สำนักผังเมืองดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการผังเมือง  ในกรณีที่เป็นกิจการตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใด  ให้สำนักผังเมืองแจ้งมติของคณะกรรมการให้หน่วยงานหรือบุคคลนั้นทราบโดยเร็ว  และติดตามผลการปฏิบัติกิจการของหน่วยงานหรือบุคคลนั้นแล้วรายงานให้คณะกรรมการผังเมืองทราบโดยมิชักช้า

- 3 -

ที่จะวางและจัดทำผังเมืองนั้นมาแสดงความคิดเห็นต่อสำนักผังเมือง  ทั้งนี้ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณี จัดให้มีการโฆษณาให้ประชาชนทราบ แล้วจัดการประชุมไม่น้อย  กว่าหนึ่งครั้ง เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวมนั้น  ในการรับฟังข้อคิดเห็นนี้จะกำหนดเฉพาะให้ผู้แทนของประชาชนเข้าร่วมการประชุมตามความเหมาะสมก็ได้  เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้วางและจัดทำผังเมืองรวมโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวม3 แล้ว ให้ส่งผังเมืองรวมให้สำนักผังเมืองพิจารณา ถ้าสำนักผังเมือง เห็นว่าควรมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้แจ้งพร้อมแสดงเหตุผล  หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับความเห็นของสำนักผังเมือง ให้เสนอคณะกรรมการผังเมือง พิจารณาความเห็นของสำนักผังเมือง  และเหตุผลของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ไม่เห็นพ้องไปพร้อมกันด้วย  เมื่อคณะกรรมการผังเมืองให้ความเห็นชอบแล้วจึงปิดประกาศแผนที่แสดงเขตของผังเมืองรวมไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการเขตหรือที่ทำการแขวงของกรุงเทพมหานคร  หรือที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและสาธารณสถานภายในเขตของผังเมืองรวมนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน  โดยให้ลงวันที่ที่ปิดประกาศในใบประกาศนั้นด้วย
   ในใบประกาศดังกล่าว  ให้มีคำประกาศเชิญชวนให้ผู้มีส่วนได้เสียไปตรวจดูแผนผังและข้อกำหนดของผังเมืองรวมได้ ณ สำนักผังเมือง  หรือที่ทำการของเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้วางและจัดทำผังเมืองรวมนั้น  หากภายในกำหนดเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันปิดประกาศ  ผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดมีหนังสือถึงสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้วางและจัดทำผังเมืองรวมนั้น ร้องขอให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองรวมนั้น  และไม่ว่าสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะเห็นด้วยกับคำร้องขอนั้นหรือไม่ก็ตาม  ให้
__________________________________________________
3มาตรา 21 เมื่อมีการวางและจัดทำผังเมืองรวมขึ้นในท้องที่ของจังหวัดใดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งจังหวัดนั้นแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมขึ้นคณะหนึ่งในแต่ละท้องที่ที่วางผังเมืองรวมนั้น  ประกอบด้วยผู้แทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  ผู้แทนสำนักผังเมือง  ผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ในท้องที่ที่จะวางผังเมืองรวมนั้น  และบุคคลอื่นที่เห็นสมควร  มีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม้น้อยกว่าสิบห้าคน  และไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน  มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและความคิดเห็นเกี่ยวกับผังเมืองรวมที่สำนักผังเมือง  หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นวางและจัดทำขึ้น
   ในกรณีที่เป็นการวางและจัดทำผังเมืองรวมขึ้นในท้องที่คาบเกี่ยวกันตั้งแต่สองจังหวัดขึ้นไป  ให้คณะกรรมการผังเมืองเป็นผู้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวม
   ให้รัฐมนตรีวางระเบียบเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมและการปฏิบัติหน้าที่  ของคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมดังกล่าว
   ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประชุมในหมวด 1 มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะที่ปรึกษาผังเมืองรวมโดยอนุโลม

- 4 -

สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วแต่กรณีเสนอคำร้องขอนั้นต่อคณะกรรมการผังเมืองพร้อมด้วยความเห็นในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้เสนอ ให้ดำเนินการผ่านสำนักผังเมือง
   ในกรณีที่คณะกรรมการผังเมืองเห็นชอบด้วยกับคำร้องขอ ให้คณะกรรมการผังเมืองสั่งให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น  แล้วแต่กรณี  แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง  หรือยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าวในผังเมืองรวมนั้น  ถ้าไม่เห็นชอบด้วยก็ให้สั่งยกคำร้องขอนั้น
หากเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันปิดประกาศ  ไม่มีผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดร้องขอให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองรวมนั้นหรือมีแต่คณะกรรมการผังเมืองได้สั่งยกคำร้องขอนั้น  หรือคณะกรรมการผังเมืองได้สั่งให้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว และสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น  แล้วแต่กรณี  ได้จัดการให้เป็นไปตามนั้นแล้ว  ให้สำนักผังเมืองเสนอผังเมืองรวมต่อรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการออกกฎกระทรวง4  ใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นต่อไป
__________________________________________________
4มาตรา 26 การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง
   กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการตามมาตรา 17 และให้ใช้บังคับได้ไม่เกินห้าปี
   ในระหว่างที่กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ  ถ้าสำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควรจะกำหนดให้แก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  หรือเพื่อประโยชน์แห่งรัฐก็ได้  โดยให้นำความในมาตรา 22 มาตรา 23  มาตรา 24 และมาตรา 25 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
   ภายในหนึ่งปีก่อนระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งสิ้นสุดลงให้สำนักผังเมืองหรือ       เจ้าพนักงานท้องถิ่น  แล้วแต่กรณี  สำรวจว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมในการใช้ผังเมืองรวมดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่  ถ้าเห็นว่าสภาพการณ์  และสิ่งแวดล้อมไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ  ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น  แล้วแต่กรณี  จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ที่ใช้บังคับผังเมืองรวมนั้นตามมาตรา 19  วรรคสอง  และถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้าน  ก็ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่น  โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง  ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งได้อีกห้าปี  แต่ในกรณีที่เห็นว่าสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ  ก็ให้สำนักผังเมืองหรือ              เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองรวมเสียใหม่ให้เหมาะสมได้
   ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการแก้ไขผังเมืองรวมได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งใช้บังคับ  ให้สำนักผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง  ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งได้อีกสองครั้ง  ครั้งละไม่เกินหนึ่งปี
   การขอขยายระยะเวลาการใช้บังคับผังเมืองรวมตามวรรคห้า  ให้กระทำโดยกฎกระทรวง




- 5 -

ในเขตที่ได้มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว  ห้ามบุคคลใดใช้ประโยชน์ที่ดินผิดไปจากที่ได้กำหนดไว้ในผังเมืองรวม หรือปฏิบัติการใดๆ ซึ่งขัดกับข้อกำหนดของผังเมืองรวมนั้นหากฝ่าฝืนจะมีความผิดได้รับโทษทางอาญา5 ทั้งนี้ มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่เจ้าของหรือ                   ผู้ครอบครองที่ดินได้ใช้ประโยชน์ที่ดินมาก่อนที่จะมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมและจะใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนั้นต่อไปเมื่อมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว แต่ถ้าคณะกรรมการผังเมืองเห็นว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนั้นต่อไป เป็นการขัดต่อนโยบายของ      ผังเมืองรวมในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ  ความปลอดภัยของประชาชนและสวัสดิภาพของสังคม  คณะกรรมการผังเมืองมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่เจ้าของหรือครอบครองที่ดินจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือระงับการใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนั้นต่อไป ภายในระยะเวลาที่เห็นสมควรได้ การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวให้คำนึงถึงกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน  การลงทุน  ประโยชน์หรือความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนได้รับจากกิจการนั้น  และให้คณะกรรมการ  ผังเมืองเชิญเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินมาแสดงข้อเท็จจริงและความคิดเห็นประกอบด้วย 
__________________________________________________
5 มาตรา 83 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 27 หรือมาตรา 48 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
   เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นร้องขอ  ศาลอาจสั่งให้ผู้กระทำผิดแก้ไขสภาพของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้ในผังเมืองรวมหรือในผังเมืองเฉพาะ  ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้  หรือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด
มาตรา 84 ผู้ใด
   1 ไม่ไปชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องตามหนังสือเรียกของเจ้าพนักงานท้องถิ่น      เจ้าพนักงานการผังเมืองหรือกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 78 หรือไม่ยอมชี้แจงหรือชึ้แจงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
   2 ขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่น  เจ้าพนักงานการผัง  เจ้าหน้าที่ดำเนินการ  กรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นและพนักงานเจ้าหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น  พนักงานเจ้าหน้าที่ของเจ้าพนักงานการผัง  พนักงานเจ้าหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ  หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น  ในการใช้อำนาจตามมาตรา 15 หรือมาตรา 82 หรือ
   3 ฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อหรือย้ายอาคาร  หรือคำวินิจฉัยอุทธรณืตามมาตรา 57
   มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน  หรือปรับไม่เกินสามพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ


- 6 -

เมื่อกำหนดหลักเกณฑ์แล้วให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครองครองที่ดินทราบ  และเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินมีสิทธิอุทธรณ์6 ได้
   การวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะ เมื่อได้มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ณ ท้องที่ใดแล้ว  ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นของท้องที่นั้นเห็นสมควรจะจัดให้มีการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะขึ้นหรือจะขอให้สำนักผังเมืองเป็นผู้วางและจัดทำผังเมืองเฉพาะก็ได้  ผังเมืองเฉพาะจะต้องสอดคล้องกับผังเมืองรวม  ถ้าท้องที่ใดยังไม่มีกฎกระทรวงใช้บังคับผังเมืองรวม  รัฐมนตรีจะสั่งให้สำนักผังเมือง  หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะก็ได้  กรณีเจ้าพนักงานท้องถิ่นวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะ ให้เสนอหลักการที่จะวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะให้คณะกรรมการผังเมืองพิจารณาเห็นชอบก่อน  ในการนี้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมาแสดงความคิดเห็นหรือขอคำแนะนำเกี่ยวกับการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะต่อสำนักงานผังเมืองก็ได้  กรณีสำนักผังเมืองเป็นผู้วางและจัดทำผังเมืองเฉพาะให้ส่งไปให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นปิดประกาศ  ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะ__________________________________________________
6 มาตรา 70 ผู้มีสิทธิอุทธรณ์อาจอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งหรือหนังสือแจ้งความในกรณีต่อไปนี้
   (1) การกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการและเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา 27 วรรคสอง
   (2) การปฏิเสธหรือสั่งการเกี่ยวกับโครงการที่จะจัดสรรที่ดิน  หรือที่จะก่อสร้างอาคารตามมาตรา 35
   (3) การสั่งให้รื้อ  ย้าย  หรือดัดแปลงอาคารตามมาตรา 55
   (4) การคิดค่าใช้จ่ายในการรื้อหรือย้ายอาคารตามมาตรา 57 วรรคสอง หรือมาตรา 58
   (5) การกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทนตามมาตรา 59
   (6) การกันเงินค่าตอบแทนไว้ตามมาตรา 61
   (7) การกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทนตามมาตรา 62
   (8) การจัดให้ทำหรือวางท่อน้ำ ทางระบายน้ำ สายไฟฟ้าหรือสิ่งอื่นซึ่งคล้ายคลึงกันตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง  และการกำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทนในการใช้ที่ดินตามมาตรา 68 วรรคสอง
   อุทธรณ์กรณี (4) และ (6) ให้ยื่นต่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น  ในกรณี (1) (2) (3) (5) (7) และ (8) ให้ยื่นต่อคณะกรรมการอุทธรณ์
   เมื่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น  หรือคณะกรรมการอุทธรณ์แล้วแต่กรณี  ได้มีคำวินิจฉัยแล้ว  หากผู้อุทธรณ์ไม่พอใจในคำวินิจฉัยอุทธรณ์  ผู้อุทธรณ์ย่อมมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น  ในกรณีที่ยังมิได้มีการตั้งศาลปกครองตามรัฐธรรมนูญมิให้นำความในวรรคนี้มาใช้บังคับ
   มาตรา 71 ให้มีคณะกรรมการอุทธรณ์ ประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมอัยการ  ผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมืองหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิทางเศรษฐศาสตร์หนึ่งคนเป็นกรรมการ ให้ประธานคณะกรรมการอุทธรณ์แต่งตั้งกรรมการอุทธรณ์แต่งตั้งกรรมการหรือบุคคลใดเป็นเลขานุการคณะกรรมการ
   ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการอุทธรณ์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเป็นกรรมการผังเมืองหรืออนุกรรมการผังเมืองในขณะเดียวกันมิได้
- 7 -

วางและจัดทำผังเมืองเฉพาะเองให้ปิดประกาศแสดงเขตที่ประมาณว่าจะจัดและจัดทำผังเมืองเฉพาะไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการเขตหรือที่ทำการแขวงของกรุงเทพมหานคร หรือที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและสาธารณสถานภายในเขตที่จะวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะนั้น  ในการประกาศให้มีคำเชิญชวนให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือผู้มีสิทธิก่อสร้างอาคารเหนือที่ดินของผู้อื่น  ให้เสนอความคิดเห็นตลอดจนความประสงค์ในการปรับปรุงที่ดินในเขตที่ได้แสดงไว้  โดยทำเป็นหนังสือเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมือง  แล้วแต่กรณีภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันปิดประกาศ  ทั้งนี้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองอาจแจ้งให้ ผู้มีหนังสือแสดงความคิดเห็นและความประสงค์มาชี้แจงแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกก็ได้     อีกทั้งจะต้องจัดให้มีการโฆษณาให้ประชาชนทราบ  แล้วจัดการประชุมไม่น้อยกว่าสองครั้ง  เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนในท้องที่นั้นๆ หรือจะกำหนดให้ผู้แทนของประชาชนเข้าร่วมการประชุมตามความเหมาะสมก็ได้
   ถ้าเจ้าของ  ผู้ครอบครองที่ดินหรือผู้มีสิทธิก่อสร้างอาคารเหนือที่ดินของผู้อื่น ประสงค์จะจัดสรรที่ดินหรือก่อสร้างอาคารเพื่อประโยชน์แก่การศึกษา  การสาธารณสุขหรือสาธารณูปการ  ในเขตที่ได้ปิดประกาศไว้ให้มีหนังสือแสดงความประสงค์พร้อมกับส่งโครงการดังกล่าวต่อ    เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมือง  แล้วแต่กรณี  เมื่อได้รับหนังสือแสดงความประสงค์แล้วเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองจะให้ความเห็นชอบหรือปฏิเสธหรือสั่งการเป็น   ลายลักษณ์อักษร ให้ผู้แสดงความประสงค์ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการที่คณะกรรมการ     ผังเมืองเห็นชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแสดงความประสงค์  หากไม่เห็นด้วยมีสิทธิอุทธรณ์ได้  จากนั้นเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองจะให้ผู้แสดงความประสงค์ทำสัญญาว่าจะจัดสรรที่ดินหรือก่อสร้างอาคารตามที่ตกลงกันได้  ในกรณีที่ทำสัญญากับผู้มีสิทธิก่อสร้างอาคารเหนือที่ดินของผู้อื่นต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินที่ชอบด้วยกฎหมาย  สัญญาที่จะทำขึ้นกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองให้ประกอบด้วยแผนผังบริเวณอาคาร  และรูปแบบอาคารที่จะขอก่อสร้างโดยละเอียด  และให้คำนึงถึงระยะเวลาที่ได้ประกาศกำหนดไว้  กรณีความเห็นของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองไม่ตรงกันและเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่อาจแก้ไขปรับปรุงผังเมืองเฉพาะให้สอดคล้องกับความเห็นของสำนักผังเมืองได้ ให้สำนักผังเมืองเสนอคณะกรรมการผังเมืองเพื่อพิจารณาชี้ขาด  เมื่อคณะกรรมการผังเมืองเห็นชอบกับผังเมืองเฉพาะแล้วให้สำนักผังเมืองเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตราพระราชบัญญัติ7  ให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะนั้นต่อไป  การแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสมถ้าคณะกรรมการผังเมืองเห็นชอบด้วยและการแก้ไขปรับปรุงนั้นไม่ก่อให้เกิดการ
- 7 -

เวนคืนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นขึ้นอีก  ให้คณะกรรมการผังเมืองรายงานรัฐมนตรีเพื่อออกกฎกระทรวงแก้ไขปรับปรุงผังเมืองเฉพาะ
   ในท้องที่ที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะห้ามบุคคลใดใช้ประโยชน์ที่ดินหรือแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอสังหาริมทรัพย์ให้ผิดไปจากที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะหรือในกฎกระทรวง  หากฝ่าฝืนมีความผิดทางอาญา8
ในท้องที่ที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะให้มีคณะกรรมการบริหารผังเมืองส่วนท้องถิ่นคณะหนึ่ง 9 ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาชี้ขาดการรื้อ  ย้าย  ดัดแปลงอาคาร
__________________________________________________
7 มาตรา 41 ผังเมืองเฉพาะจะใช้ในท้องที่ใดให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ  ถ้าพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะมิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น  ให้พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับได้ไม่เกินห้าปี
   เมื่อระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้สิ้นสุดลง  ถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองเห็นสมควรขยายระยะเวลาการใช้บังคับพระราชบัญญัติ  ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการผังเมืองเพื่อพิจารณาดำเนินการตราเป็นพระราชบัญญัติขยายระยะเวลาใช้บังคับผังเมืองเฉพาะต่อไป  พระราชบัญญัติขยายระยะจะกำหนดการแก้ไขปรับปรุงผังเมืองเฉพาะเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปก็ได้
8เพิ่งอ้าง มาตรา 83 มาตรา 84
9 มาตรา 50 ในท้องที่ที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะ  ให้มีคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นคณะหนึ่ง  ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานกรรมการ  ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข  ผู้แทนกรมธนารักษ์  ผู้แทนกรมอัยการ  ผู้แทนการเคหะแห่งชาติ  ผู้แทนการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ผู้แทนสำนักผังเมือง  เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร  หัวหน้ากองผังเมือง  กรุงเทพมหานคร  ผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมืองหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผังเมืองไม่เกินสี่คนและผู้แทนสถาบันองค์การอิสระ  และบุคคลอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับการผังเมืองไม่เกินสี่คน  ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
(2) ในเขตจังหวัดอื่น  ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ  โยธาธิการจังหวัด  สรรพากรจังหวัด  แพทย์ใหญ่จังหวัด  อัยการจังหวัด  เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด  ผู้ทรงคุณวุฒิทางการผังเมือหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผังเมืองไม่เกินสามคน  ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ในกรณีที่ต้องดำเนินการในเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาลใดให้นายกเทศมนตรีหรือประธานกรรมการสุขาภิบาลแห่งท้องถิ่นนั้นเป็นกรรมการร่วมด้วย  และในกรณีที่ต้องดำเนินการในท้องถิ่นนอกเขตเทศบาลหรือสุขาภิบาล  ให้นายอำเภอแห่งท้องถิ่นนั้นเป็นกรรมการร่วมด้วย
กรรมการซึ่งแต่งตั้งจากผู้แทนสถาบัน  องค์การอิสระและบุคคลอื่น  จะต้องไม่เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่งหรือมีเงินเดือนประจำ      ให้ประธานคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งกรรมการหรือบุคคลใด  เป็นเลขานุการคณะกรรมการ


- 9 -

หรือการกำหนดเงินค่าตอบแทนตามความเป็นธรรม ตลอดจนเรื่องอื่นใดที่คณะกรรมการบริหารการผังเมืองท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่10 โดยปกติให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการ  แต่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการผังเมืองแขแต่งตั้งให้องค์การหรือบรรษัทของรัฐ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่หรือซึ่งได้รับมอบหมายให้มีอำนาจหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการในท้องที่นั้นได้   
ในการปฏิบัติการตามหน้าที่  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา  มีอำนาจเข้าไปในที่ดินหรืออาคารซึ่งอยู่ในท้องที่ที่มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับ ผังเมืองรวม  หรือท้องที่ที่ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะ  ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง  ขอดูเอกสารหรือเพื่อกระทำการใดๆ เท่าที่จำเป็นโดยแสดงบัตรประจำตัวและหนังสือแสดงตำแหน่งหน้าที่พร้อมทั้งหนังสือมอบหมายของเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ไปกระทำการดังกล่าวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง  ในกรณีที่จำเป็นต้องกระทำการเพื่อการสำรวจ  ให้แจ้งให้เจ้าของ  ผู้ครอบครอง  หรือผู้ดูแลรักษาที่ดินหรืออาคารทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนกระทำการนั้น  โดยเจ้าของ  ผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลรักษาที่ดินหรืออาคารต้องอำนวยความสะดวกให้ตามสมควร ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหายขึ้นจากการกระทำดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น  เจ้าพนักงานการผัง  เจ้าหน้าที่ดำเนินการหรือกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น  แล้วแต่กรณี  กำหนดเงินค่าตอบแทนความเสียหายและจ่ายให้แก่ผู้เสียหายนั้น
____________________________________________________________
10มาตรา 51 ให้คณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) พิจารณาและสั่งการเกี่ยวกับการจัดที่ดินของเอกชนเพื่อใช้เป็นที่อุปกรณ์ตามผังเมืองเฉพาะ
(2) อนุมัติการยกที่อุปกรณ์ให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
(3) พิจารณาและสั่งการเกี่ยวกับการรื้อ ย้าย หรือดัดแปลงอาคารที่จะต้องรื้อ ย้าย หรือดัดแปลงตามผังเมืองเฉพาะ
(4) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นต่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น
(5) ดำเนินการอื่นใดตามอำนาจหน้าที่ซึ่งมีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 52 ให้กรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อม  ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น
กรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้
บันทึกการเข้า
ผู้-ด้อย-โอกาส-ทาง-การ-สอบ
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


ก ว น- จั ง- แก


« ตอบ #2 เมื่อ: 19 มีนาคม 2010, 08:47:24 PM »





สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

 เหตุผลความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัตินี้

                        โดยที่การสาธารณสุขเป็นเรื่องที่จำเป็นและเกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของประชาชนและสภาพแวดล้อม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข จึงกำหนดมาตรการกำกับดูแล และป้องกันเกี่ยวกับอนามัยสิ่งแวดล้อมไว้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และมีบทกำหนดโทษตามกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและป้องกันเกี่ยวกับการอนามัยสิ่งแวดล้อม

 

คำนิยามที่ควรทำความเข้าใจ (มาตรา 4)

                        “ที่หรือทางสาธารณะ”  หมายความว่า สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้

                        “อาคาร”  หมายความว่า ตึก บ้านเรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานหรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้

                        “ราชการส่วนท้องถิ่น”  หมายความว่า เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์การปกครองท้องถิ่น ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นราชการส่วนท้องถิ่น

                        “เจ้าพนักงานท้องถิ่น”  หมายความว่า

(1)   นายกเทศมนตรีสำหรับในเขตเทศบาล

(2)   .......

(3)   ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด

(4)   ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร

                        “เจ้าพนักงานสาธารณสุข”  หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

                        “คณะกรรมการ”  หมายความว่า คณะกรรมการสาธารณสุข

                        “รัฐมนตรี”  หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

1.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รักษาการตามพระราชบัญญัติ และมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานสาธารณสุข และออกกฎกระทรวงกำหนดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่น (มาตรา 5)

2.    รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุขมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 6)

3.    อธิบดีกรมอนามัย มีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของวัตถุหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระงับการกระทำที่เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยเร่งด่วน ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพฯ ให้อธิบดีแจ้งแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสั่งให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติการสำหรับในเขตท้องที่จังหวัดนั้น (มาตรา 7)

4.    คณะกรรมการสาธารณสุข ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ มีกรรมการจำนวนไม่เกิน 17 คน และอธิบดีกรมอนามัยเป็นกรรมการและเลขานุการ

 

การดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

1.    การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยในเขตราชการส่วนท้องถิ่นเป็นอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นนั้น เมื่อมีเหตุอันสมควรอาจมอบให้บุคคลอื่นดำเนินการภายใต้การควบคุมได้ (มาตรา 18)

2.    ห้ามมิให้ผู้จัดดำเนินการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนค่าบริการ 1 วัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (มาตรา 19)

3.    ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่น เพื่อรักษาความสะอาดและการจัดระเบียบในการเก็บขนและกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย (มาตรา 20)

4.    เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารจัดการรื้อถอน เปลี่ยนแปลง แก้ไขหากปรากฏว่า อาคารหรือส่วนของอาคารใด หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งต่อเนื่องกับอาคาร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หรือหากปล่อยให้สภาพรกรุงรัง อาจเป็นอันตราย โดยภายในกำหนด (มาตรา21)

5.    เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าอาคารใดมีสินค้า เครื่องเรือนหรือสัมภาระสะสมได้มากเกินสมควร หรือจัดสิ่งของซับซ้อนเกินไปจนอาจเป็นเหตุให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หรืออันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ถูกต้องต่อการใช้เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองจัดการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด (มาตรา 22)

6.    รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจำนวนคนต่อพื้นที่เพื่อมิให้อาคารมีคนอยู่มากเกินไป จนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่ในอาคาร (มาตรา 24)

7.    เหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้นให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 25 (1) – (5)

8.    เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์ ให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อกำหนดในการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ (มาตรา 29 – 30)

9.    รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้กิจการใดเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (มาตรา 31)

10.  การจัดตั้งตลาดต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (มาตรา 34) และราชการส่วนท้องถิ่น มีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตลาด (มาตรา 35)

11. เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหน้าที่ควบคุมดูแลที่หรือทางสาธารณะห้ามมิให้จำหน่ายสินค้าเว้นแต่จะได้รับอนุญาต (มาตรา 41)

12. ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศเกี่ยวกับกำหนดที่หรือทางสาธารณะห้ามจำหน่ายสินค้าหรือห้ามจำหน่ายสินค้าบางชนิด (มาตรา 42) และให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อกำหนดของท้องถิ่น (มาตรา 43)

 

อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข เพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (มาตรา 44 – 47)

                                   

แบบของหนังสือ/ใบอนุญาต

1.    การแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการเรื่องการจัดตั้งสถานที่จำหน่ายหรือสะสมอาหารและหนังสือรับรองการแจ้งให้เป็นไปตามแบบในข้อกำหนดของท้องถิ่น (มาตรา 48)

2.    ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนด/กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอ และการออกใบอนุญาต (มาตรา 54)

3.    การกำหนดอายุใบอนุญาต การต่ออายุ การปฏิบัติของผู้ขออนุญาต การสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจดำเนินการได้ (มาตรา 60 – 62)

                                                                                               

ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ

1.    ให้ราชการท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดค่าธรรมเนียม ตามหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 63)

2.    ให้ค่าธรรมเนียมและค่าปรับเป็นรายได้ของราชการส่วนท้องถิ่น (มาตรา 64)

 

การอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

                        ให้ยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง และให้คำสั่งของรัฐมนตรีเป็นที่สุด (มาตรา 66 -67)

 

บทกำหนดโทษ  (มาตรา 68 – 85)

 

คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

                        ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีในเขตกรุงเทพฯ ประกอบด้วยผู้แทน กทม. ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับจังหวัดอื่นประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด และผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด (มาตรา 85)
บันทึกการเข้า
ผู้-ด้อย-โอกาส-ทาง-การ-สอบ
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


ก ว น- จั ง- แก


« ตอบ #3 เมื่อ: 19 มีนาคม 2010, 08:50:41 PM »





สรุปสาระสำคัญ
พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
หมวด 1     การบริหารบ้านเมืองที่ดี
 
มาตรา 6   พระราชกฤษฎีกา มีเป้าหมาย ดังนี้
1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์
6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
 7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
 
หมวด  2   การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
หมาย ถึง การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อเกิดความผาสุขและความเป็นอยู่ของประชาชน มีความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวมตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ
 
มาตรา 8   กำหนดให้มีแนวทางบริหารราชการ ดังนี้
1) กำหนดภารกิจของส่วนราชการต้องทำไปเพื่อความผาสุขของประชาชนและ
    สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ และแนวนโยบายของรัฐบาล
2)  ต้องปฏิบัติไปโดยความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบได้
3) ก่อนเริ่มดำเนินการ ต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดี และผลเสียให้ครบถ้วน
   ด้วยความโปร่งใส ภารกิจใดมีผลกระทบต่อประชาชน ตั้งรับฟังความคิดเห็นของ
   ประชาชนตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวมที่จะได้รับ
4) เป็นหน้าที่ต้องรับฟังความคิดเห็น ความพึงพอใจของสังคม และประชาชน
    ที่ได้รับบริการเพื่อนำมาปรับปรุงเสนอแนะผู้มีอำนาจปรับปรุงให้เหมาะสม
5) พบปัญหาอุปสรรคการดำเนินการ ให้รีบแก้ไขปัญหาอุปสรรคโดยเร็ว หากพบว่า
    ปัญหาอุปสรรคเกิดจากส่วนราชการ ระเบียบ ข้อบังคับ รีบแจ้งให้ส่วนราชการเกี่ยวข้อง
    ทราบเพื่อปรับปรุงโดยเร็ว และแจ้งให้ ก.พ.ร.ทราบด้วย
 
หมวด 3   การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
มาตรา 9   เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐให้ส่วนราชการปฏิบัติ ดังนี้
1) ก่อนดำเนินการ ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า
2) ในแผนปฏิบัติราชการ ต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลาและงบประมาณ
    ที่ต้องใช้เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัดความสำเร็จ
3) ต้องจัดให้มีการติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการ
4) การปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบต่อประชาชน ต้องรีบแก้ไขหรือ
    บรรเทาหรือเปลี่ยนแปลงแผนปฏิบัติราชการให้เหมาะสม
 
มาตรา 10   ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำหนด แนวปฏิบัติราชการ เพื่อให้เกิดการบริหารราชการบูรณาการพร้อมกัน โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
 
มาตรา 11   การพัฒนาความรู้ในส่วนราชการ ที่มีลักษณะเป็นองค์แห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ส่งเสริมพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และเปลี่ยนทัศนคติ ให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน
 
มาตรา 16   ให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น โดยจัดทำเป็นแผน 4 ปี สอดคล้องกับแผนบริหารราชการแผ่นดิน
แต่ ละปีงบประมาณให้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี โดยระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการ เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมทั้งประมาณการรายได้รายจ่ายเมื่อสิ้นปีงบประมาณให้จัดทำรายงานแสดงผล สัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการ
 
หมวด 4   การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
 
มาตรา 20   ให้ส่วนราชการกำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการและงบประมาณที่จะต้องใช้ และต้องเผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ
 
มาตรา 23   การจัดซื้อหรือจัดจ้าง ให้ดำเนินการโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม พิจารณาถึงประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้ ราคาและประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการที่จะได้รับประกอบกัน
ในกรณีที่ วัตถุประสงค์ในการใช้เป็นเหตุต้องคำนึงถึงคุณภาพ การดูแลรักษาเป็นสำคัญ ให้สามารถทำได้โดยไม่ต้องถือราคาต่ำสุดในการเสนอซื้อหรือจ้างเสมอไป
 
มาตรา 24   ภารกิจใด หากจำเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือเห็นชอบจากส่วนราชการอื่น
ให้ส่วนราชการนั้นแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
 
มาตรา 25   ในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ให้ตั้งคณะกรรมการ หากผู้แทนส่วนราชการนั้นมีความ
คิดเห็นแตกต่างกันให้บันทึกความเห็นของฝ่ายน้อยให้ปรากฏในเรื่องนั้น ห้ามมิให้ใช้บังคับการวินิจฉัยในปัญหาด้านกฎหมาย
 
มาตรา 25   ในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ให้ตั้งคณะกรรมการ หากผู้แทนส่วนราชการนั้นมีความ
คิดเห็นแตกต่างกันให้บันทึกความเห็นของฝ่ายน้อยให้ปรากฏในเรื่องนั้น ห้ามมิให้ใช้บังคับการวินิจฉัยในปัญหาด้านกฎหมาย
 
มาตรา 26   การสั่งราชการให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ผู้บังคับบัญชามีความจำเป็นไม่อาจ สั่งได้ ให้ผู้รับคำสั่งบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อปฏิบัติแล้วให้บันทึกรายงานอ้างคำสั่งด้วยวาจาไว้ด้วย
 
หมวด 5   การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
 
มาตรา 27   ให้กระจายอำนาจการบริหารตัดสินใจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ
โดยตรง ต้องมุ่งผลให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน
ลดขั้นตอน กลั่นกรองงาน หากใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคมจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย
 
มาตรา 28   ให้ส่วนราชการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการเพื่อให้ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจดูได้
 
มาตรา 30   ให้มีศูนย์บริการประชาชนรวมทั้งประจำจังหวัด อำเภอ
 
หมวด 6   การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
มาตรา 33   ส่วนราชการต้องจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตน มีความจำเป็นหรือสมควร
ดำเนินการต่อไป โดยคำนึงถึงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบาย คำสั่ง
งบประมาณ ความคุ้มค่าของภารกิจ ทั้งนี้ ก.พ.ร.จะกำหนดหากมีการปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงต้องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
 
มาตรา 36   ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศ ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เอื้อต่อการพัฒนาเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ให้แนะนำส่วนราชการนั้นดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
 
หมวด 7   การอำนวยความสะดวกและการสนองความต้องการของประชาชน
 
มาตรา 37   ให้ส่วนราชการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป ให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาต้องตรวจสอบให้การปฏิบัติงานแล้วเสร็จตาม กำหนดไว้
 
มาตรา 38   เมื่อส่วนราชการได้รับติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนหรือส่วน ราชการด้วยกัน ต้องตอบคำถามหรือแจ้งดำเนินการให้ทราบภายใน 15 วัน หรือตามกำหนดไว้ในมาตรา 37
 
มาตรา 39   ให้ส่วนราชการจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการเพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ประชาชน สามารถติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็น
 
มาตรา 41   เมื่อได้รับคำร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ พบปัญหาอุปสรรค ปัญหาจากบุคคล เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นต้องพิจารณาดำเนินการปรับปรุง แล้วแจ้งให้บุคคลที่ร้องเรียนทราบด้วยหากสามารถติดต่อได้ หรือแจ้งผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ
 
มาตรา 44   ต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อ/จัดจ้าง และสัญญาใดที่มีการอนุมัติให้จัดซื้อ/จัดจ้าง ให้ประชาชนสามารถขอดู /ตรวจสอบได้ ณ ที่ทำการหรือระบบเครือข่ายสารสนเทศ ทั้งนี้ต้องไม่เกิดความได้ เปรียบเสียเปรียบแก่บุคคลเกี่ยวข้อง หรือกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อห้าม/ตกลงไว้ในสัญญาต้องได้รับความคุ้มครอง
 
หมวด 8   การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
 
มาตรา 45   ให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติ ราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ความคุ้มค่าในภารกิจ
 
มาตรา 46   จัดให้มีการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงานใน ส่วนราชการก็ได้ ทั้งนี้ ต้องกระทำเป็นความลับและเป็นประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ
 
มาตรา 47   การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลให้คำนึงถึงผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวของข้า ราชการผู้นั้นในตำแหน่งที่ปฏิบัติ ประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานผู้นั้นสังกัดปฏิบัติงาน
 
มาตรา 48   ส่วนราชการใดดำเนินการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งความพึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ หรือนำไปใช้ปรับปรุงการปฏิบัติงาน
 
มาตรา 49   ส่วนราชการใดได้ดำเนินงานไปตามเป้าหมาย สามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์ โดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าภารกิจ สามารถลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร.กำหนด ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี จัดสรรเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น
บันทึกการเข้า
anih
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 339



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 19 มีนาคม 2010, 11:12:46 PM »





ขอบคุณมากนะคะ
บันทึกการเข้า
gift199
หัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 103


จะไม่ท้อจนกว่าจะถึงจุดหมาย

gift_199@hotmail.com
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2010, 04:37:58 PM »





ขอบคุณมากมายน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
กอแก้ว^^
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 737


ฝันให้ไกล แล้วต้องไปให้ถึง

khedlai.na@hotmail.com
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 มิถุนายน 2010, 08:07:23 PM »





ขอบคุณมากนะคะ
บันทึกการเข้า

*แพ้เป็นบันได*
*ชนะเป็นสะพาน*
*ประสบการณ์เป็นบทเรียน*
NUJAR
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #7 เมื่อ: 17 มิถุนายน 2010, 05:21:42 PM »





โหลดไม่ได้ค่ะ  ต้องใช้เวลามากเลย  ใครที่โหลดได้แล้ว  ช่วยส่งมาที่เมลล์  jar-kanyarat@hotmail.com
ขอขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
บันทึกการเข้า
faengie
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #8 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2010, 11:44:57 AM »





thanks ka
บันทึกการเข้า
2P & 2N
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 583


....STILL RESISTING....

cvspt2527@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2010, 12:28:00 PM »





THANKS...MAK  MAY
บันทึกการเข้า
aumchoo
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46


อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2010, 04:14:39 PM »





ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
thaveesak
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 301

ไม่ต้องทำทุกอย่างที่คิด-แต่ให้คิดทุกอย่างที่ทำ


« ตอบ #11 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2010, 05:32:58 PM »





- ขอบคุณมากมายครับที่แบ่งปัน
บันทึกการเข้า
Rutchana
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 560


อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 11 พฤศจิกายน 2010, 09:00:09 AM »





ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
saylomrang
หัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 163


untraman_lom@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 12 พฤศจิกายน 2010, 11:43:48 AM »





ขอบคุณมากมายคะ...
บันทึกการเข้า
plalawan
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 03 กรกฎาคม 2011, 08:07:28 AM »





ขอบคุณมากนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

การตั้งครรภ์ข้อสอบ ก.พ.งานราชการงานพริตตี้ซุ้มไก่ชน