ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

334597 กระทู้ ใน 25031 หัวข้อ- โดย 128413 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: nuchee

24 พฤษภาคม 2012, 05:36:39 PM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นท้องถิ่น น่ารู้บทความท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารไม่โปร่งใส กับการควบคุมภายใน [สุรชาติ แสนทวีสุข]
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารไม่โปร่งใส กับการควบคุมภายใน [สุรชาติ แสนทวีสุข]  (อ่าน 4940 ครั้ง)
ส.เสือ™
(ผู้ดูแลบอร์ด)
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1875



เว็บไซต์
« เมื่อ: 25 กันยายน 2010, 10:17:26 AM »





เรื่อง  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  การบริหารไม่โปร่งใส กับการควบคุมภายใน
โดย   .......  สุรชาติ   แสนทวีสุข

บทนำ

   เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปทั้งจากผลงานการวิจัย  บทความและปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นผ่านสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ  ทั้งทางโทรทัศน์  วิทยุ  หนังสือพิมพ์และสื่ออิเลคทรอนิคส์  ต่างยอมรับว่าการทุจริตประพฤติมิชอบเกิดขึ้นในทุกวงการ ทั้งในท้องถิ่น  ระดับชาติหรือระดับนานาชาติ   ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานองค์กรภาครัฐ  ภาคเอกชนหรือแม้แต่องค์กรระดับโลก  ก็มีการทุจริตประพฤติมิชอบเกิดขึ้นและปรากฏเป็นข่าวอย่างสม่ำเสมอตลอดมา
   ในหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศไทยก็มีข่าวการทุจริตประพฤติมิชอบเกิดขึ้นอยู่เสมอ  ทั้งที่ตรวจสอบพบโดยหน่วยงานของรัฐเอง หรือตรวจสอบพบการทุจริตโดยภาคประชาชนหรือสื่อมวลชน  เพราะการทุจริตประพฤติมิชอบเป็นสิ่งที่สั่งสมและหยั่งรากลึกมายาวนาน  จนกลายเป็นค่านิยมของสังคมโดยเห็นว่า  การทุจริตประพฤติมิชอบจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงทุน
   มีข้อมูลที่น่าตกใจจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่เปิดเผยออกมา ก็คือ  ผลการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งพบว่าเกือบ  90  %   ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  มีการบริหารงานที่บกพร่อง ไม่โปร่งใส เพราะการควบคุมภายในบกพร่อง อันอาจก่อให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบขึ้นได้
   การแก้ไขหรือกวาดล้างการทุจริตประพฤติมิชอบให้หมดไปจากสังคมไทยเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากและต้องอาศัยเวลาที่ยาวนาน  เพราะมีมูลเหตุมาจากหลายปัจจัย  ส่วนแนวทางการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นควรเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันดูแลแก้ไข  การเสริมสร้างระบบการควบคุมภายในให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ให้มีช่องทางที่ก่อให้เกิดการทุจริต  ก็เป็นแนวทางอีกทางหนึ่งที่ควรเร่งรัดดำเนินการให้มีขึ้น

การควบคุมภายใน  สำคัญอย่างไร

   จากรายงานขององค์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งสหประชาชาติ  (UNDP)  ที่ระบุในรายงาน เมื่อปี  2004  (UNDP, 2004 : 1-33 )  ว่า  หากไม่มีการควบคุมภายในที่ดีพอจะทำให้เกิดการทุจริต   โดยใช้การติดสินบน (Brigery)   การรีดไถ (Extrosion)    การใช้อิทธิพลมืด  (Influence Peddling)  การช่วยเหลือเครือญาติ (Nepotism)  การฉ้อโกง (Froud)  การใช้เงินเร่งความเร็ว (Speed Money)  การบังหลวง (Embrezzlement)  ตลอดจนการกระทำที่ขาดหลักศีลธรรม  
แต่   Klitguard  และ  Baser   ( อ้างจาก  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน , 2547 : 34 )  ระบุว่า  มูลเหตุของการทุจริตเกิดจากการผูกขาดอำนาจในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ที่บุคคลหนึ่งคนใดแต่เพียงผู้เดียว  รวมกับการใช้ดุลยพินิจของตนโดยพลการที่ขาดการควบคุมกำกับจากผู้อื่น  ทำการนั้นเพื่อเกิดผลประโยชน์ต่อตัวเองและพวกพ้อง  โดยขาความรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำนั้นว่าจะเกิดการสูญเสียหรือเสียหายแก่ผู้อื่น  ซึ่ง   Klitguard  และ  Baser    ได้เสนอแนะสูตรของการเกิดทุจริตดังที่กล่าวไว้  ดังนี้
           C  =  M  +  D  -  A
โดยที่
C  =  Corruption ( การทุจริต)
M =  Monopoly  (การผูกขาดอำนาจ)
D  =  Discretion  (การใช้ดุลยพินิจ)
A  =  Accountability (ความรับผิดชอบ)

การควบคุมภายใน  กับ การตรวจสอบภายใน   :  ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

   สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  ได้เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างมาตรฐานการควบคุมภายในที่กำหนดโดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  ซึ่งสำรวจจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐ  (ผู้รับตรวจ)  จำนวน  500  หน่วยงาน ทั้งที่เป็นส่วนกลาง  ส่วนภูมิภาค  ส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจ ในระหว่างปี  2544  (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, 2546  :  2-3)  พบว่าผู้บริหารหน่วยงานระดับสูงของรัฐส่วนใหญ่ยังเข้าใจคลาดเคลื่อน  โดยเข้าใจว่าการควบคุมภายในเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยตรวจสอบภายใน  
        นอกจากนี้ยังเข้าใจว่าการควบคุมภายในมีความหมายเดียวกับการตรวจสอบภายใน  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารหน่วยงานส่วนใหญ่ยังให้ความสนใจและให้ความสำคัญน้อยมากในเรื่องการควบคุมภายใน  จึงทำให้ไม่มีการออกแบบการควบคุมภายในและไม่มีการนำระบบการควบคุมภายในที่ดีมาใช้  อันหมายถึงระบบปฏิบัติงานที่หย่อนยาน  ด้อยประสิทธิภาพและมีจุดอ่อนทำให้เกิดการทุจริต คอรัปชั่นได้ง่าย


การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน  คืออะไร   ต่างกันอย่างไร

   ตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานควบคุมภายใน  พ.ศ. 2544  ได้ให้คำจำกัดความของการควบคุมภายในไว้ว่า  ( สตง. , 2547  : ก – 2 )
      “ การควบคุมภายใน หมายความว่า  กระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแล ฝ่ายบริหารและหน่วยงานรับตรวจจัดให้มีขึ้น  เพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า  การดำเนินงานของหน่วยรับตรวจจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในด้านประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน  ซึ่งรวมถึงการดูแลทรัพย์สิน  การป้องกันหรือลดความผิดพลาด  ความเสียหาย  การรั่วไหล  การสิ้นเปลืองหรือการทุจริตในหน่วยรับตรวจ  ด้านความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน  และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี ”
   หากจะกล่าวถึงความหมายของการควบคุมภายในให้เข้าใจง่ายและสั้นเข้าไปกว่านี้อีก   ก็น่าจะหมายถึง  กระบวนการปฏิบัติงานที่จัดให้มีขึ้นในหน่วยงานเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรในหน่วยงานให้บรรลุภารกิจอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ  ซึ่งการควบคุมภายในไม่ใช่ระบบงานระบบใดระบบหนึ่งโดยเฉพาะ  หรือไม่เป็นระบบที่แยกออกจากงานประจำที่ปฏิบัติอยู่ (สตง., 2544 : 1) แต่การควบคุมภายในเป็นกระบวนการ (Process)  ที่ต่อเนื่องและแทรกแฝงอยู่ ( Built in)ในระบบงานที่ฝ่ายบริหารใช้ปฏิบัติงาน
   แต่การตรวจสอบภายใน ( สตง.  , 2546 : 8 – 9) เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการควบคุมภายในของหน่วยงาน   โดยกำหนดไว้ว่าผู้ตรวจสอบภายในไม่ควรเป็นผู้พัฒนาระบบหรือวิธีปฏิบัติและไม่ควรเป็นผู้นำระบบหรือวิธีปฏิบัติของการควบคุมภายในไปสู่การปฏิบัติในหน่วยงาน  เพราะเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะดำเนินการ  ผู้ตรวจสอบภายในเป็นเพียงผู้ไปตรวจสอบการดำเนินงานของแต่ละส่วนงานในหน่วยงานว่าเป็นไปตามนโยบาย  ระเบียบและวิธีปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่ามีการควบคุมภายในเพียงพอที่จะบรรลุภารกิจของหน่วยงานแม้ว่าผู้ตรวจสอบภายในจะเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานที่ตนตรวจสอบก็ตาม  และสิ่งสำคัญคือผู้ตรวจสอบภายในต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารในหน่วยงานให้มีความเป็นกลาง  ดำรงความเป็นอิสระและความเที่ยงธรรมในการตรวจสอบการดำเนินงานของแต่ละส่วนงานในหน่วยงานนั้น ๆ   

การควบคุมภายในที่ดี  เป็นหน้าที่ของใคร ต้องทำอย่างไร

   วิธีการควบคุมภายในที่ดีนั้น  สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน( 2546 : 6 , 2544 : 2)    ระบุให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารของหน่วยงานต้องเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างระบบควบคุมภายในให้สอดคล้องและเหมาะสมกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน   โดยการกำหนดวัตถุประสงค์ วางกลไกการควบคุมและการกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งติดตามผลการควบคุมภายในผ่านผู้ตรวจสอบภายใน  ส่วนบุคลากรอื่นของหน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในที่ฝ่ายบริหารกำหนดขึ้น
   การกำหนดวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน  ขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร ( สตง., 2544 : 2)  จะให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์หลักในด้านใดบ้าง   บางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องการป้องกันการทุจริต ประพฤติมิชอบ   บางหน่วยงานอาจเน้นการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการบริหาร  บางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องการใช้ประโยชน์คุ้มค่าของทรัพยากร   บางหน่วยงานอาจเน้นเรื่องการรายงานถูกต้อง  ซึ่งอาจเป็นไปตามนโยบาย  ทัศนคติ  หรือตามลักษณะของหน่วยงาน  หรือทุกเรื่องผสมผสานกัน
ทั้งนี้  การควบคุมภายในต้องได้รับการตรวจทานและปรับปรุงให้ทันกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้การควบคุมนั้นมีประสิทธิผล  สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ.  2546    ( สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ,2546 : (8) – (10) )  ซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายสูงสุดไว้  ดังนี้  1)  การบริหารราชการที่มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน  โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (citizen  centered)    2)   เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ โดยยึดการบริหารแบบบูรณาการ  ซึ่งมุ่งเน้นผลลัพธ์จากการปฏิบัติงาน  3)  มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ  4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น  5) มีการปรับปรุงภารกิจของรัฐให้ทันต่อเหตุการณ์   6)ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ  และ 7) มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ      
   ในขณะที่   สุนทรี  เนียมณรงค์  (2548 : 13)   ที่ทำดุษฎีนิพนธ์  เรื่อง อิทธิพลของผลประโยชน์ทับซ้อนที่มีผลต่อการคอร์รัปชั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ข้อค้นพบว่า  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ยังมีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นในองค์กรอยู่เสมอ  ทั้งนี้เพราะมีปัจจัยที่เอื้อต่อการคอร์รัปชั่น ได้แก่   1)  การควบคุมภายในบกพร่อง  2)  การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ  3)  การขาดจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ   4)  อำนาจที่เอื้อประโยชน์  และ   5)  การมีโอกาสคอร์รัปชั่น


เกือบ 90 %  ของ  อปท.  :  การบริหารงานไม่โปร่งใส เพราระบบ  หรือ  คน

   จากการรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  ประจำปีงบประมาณ  2545  ที่รายงานต่อสาธารณชน เมื่อเดือนเมษายน 2546 (สุนทรี  เนียมณรงค์, 2548 : 17 – 18)  พบว่า  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีข้อบกพร่องในการบริหารจัดการ ทำให้ราชการเสียหายเป็นเงินตั้งแต่  3  ถึง  32  ล้านบาท
   รายงานดังกล่าวยังระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อบกพร่องด้วยว่ามาจากสาเหตุต่าง ๆ   6    ประการ ดังต่อไปนี้    1)  เจ้าหน้าที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบและคู่มือการบัญชีที่กำหนด  2)  ระบบการควบคุมภายในไม่รัดกุม   3)  ขาดการตรวจสอบและสอบถามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบริหาร   4)  มีการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน เพื่อหาประโยชน์จากโครงการของหน่วยงาน  5)  เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ และหรือพวกพ้องได้ประโยชน์จากการมีพรรคพวกอยู่วงใน  และ  6)  การได้เปรียบของชนชั้นในท้องถิ่น  จากการเป็น “คนกลางประสานงาน” ระหว่างคนในท้องถิ่นกับหน่วยงานของรัฐหรือพ่อค้านักธุรกิจ   ทำให้เกิดการฮั้วประมูลงานก่อสร้าง  การฮั้วประมูลขายพัสดุ  หรือฮั้วประมูลจัดงานท้องถิ่น   รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารตบตาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  ที่ไปตรวจสอบอีกด้วย  

คน  :  กับความน่าเชื่อถือ ของ  อปท.

   จากคำจำกัดความของการควบคุมภายใน  หากกล่าวถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  เมื่อเชื่อมโยงกับทรัพยากรทางการบริหาร  ที่จะนำมาใช้ประโยชน์เพื่อให้องค์กรประสบผลสำเร็จที่สำคัญก็คือ  4  m  (วิจิตร  ศรีสะอ้าน ,  2523 : 42 ) ซึ่งประกอบด้วย  คน  (Man)  เงิน (Money)  วัสดุอุปกรณ์ (Material)  และการจัดการ  (Management) ส่วนทรัพยากรที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการบริหารให้ประสบผลสำเร็จบรรลุเป้าหมายขององค์กรก็คือ คน (Man)  นั่นเอง    (เปรม  ติณสูลานนท์ , 2548  :  2 )  
ดังนั้น  การควบคุมภายในให้ประสบผลสำเร็จ มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล  ก็เริ่มจากทรัพยากรทางการบริหารที่เรียกว่า คน  ในการบริหารงานให้ประสบผลสำเร็จ  ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก  ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่  ไม่ว่าจะมีระบบดีเลิศเพียงใด  หากคนในองค์กรขาดคุณภาพ  ขาดคุณธรรม  จริยธรรมแล้ว องค์กรก็จะขาดความเชื่อถือจากบุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
   แต่จากการวิจัยของ  พนิต  เข็มทอง  และคณะ  ( 2546 : 10 – 14)  ซึ่งทำการวิจัยเรื่องทิศทางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น  พบว่า  โครงสร้างการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ไม่เป็นเอกภาพ  กระบวนการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นมีจุดอ่อนมากมาย  ซึ่งมาจากการสรรหาบุคลากรเข้าเป็นข้าราชการ มีการเล่นพรรคเล่นพวก  ขาดระบบคุณธรรม ขึ้นอยู่กับตัวผู้บริหารท้องถิ่น  ทำให้ไม่ได้บุคคลที่มีความสามารถเข้ามารปฏิบัติงานในท้องถิ่น   ผู้บริหารท้องถิ่นขาดความรู้ในเรื่องการจัดการปฏิบัติงาน (Performance Management)  เมื่อเข้ามาปฏิบัติงานแล้วก็ยังขาดการพัฒนาเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบ  ขาดการพัฒนาด้านการบริหารและด้านคุณธรรม จริยธรรม  มีความลำเอียง  ไม่ยุติธรรม  ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  (2547 : 30)  ซึ่งระบุว่า  ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตัดสินใจเอนเอียง  ขาดความเที่ยงธรรมโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม
   ประกอบกับผลการศึกษาของ อรทัย  ก๊กผล  ( 2547 :  30)  ซึ่งระบุว่าสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบอาชีพหลากหลายในท้องถิ่น เช่น  ผู้รับเหมาก่อสร้าง  อู่ซ่อมรถ  ร้านขายอะไหล่รถยนต์  รถจักรยานยนต์  รถไถนา  โรงสีข้าว  ปั๊มน้ำมัน  เครื่องเขียนแบบเรียน หนังสือ วารสารต่าง ๆ  อาหารและเครื่องดื่ม  ฯลฯ  เมื่อมีสถานภาพเป็นสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้บริหารในท้องถิ่น  จึงมีโอกาสที่จะใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้  ซึ่งสอดคล้องกับสรุปผลการประชุมของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช. ,2544 : 35)  ซึ่งระบุว่า  การตักตวงผลประโยชน์ การหลอกลวงรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องของนักการเมืองท้องถิ่น  ผู้กระทำการจะกลบเกลื่อนหลักฐานต่าง ๆ  เพื่อตบตาผู้อื่นอย่างแนบเนียน ปราศจากหลักฐานที่จะมาพิสูจน์  แม้บางครั้งจะตกอยู่ในฐานะผู้เสียหายก็ไม่กล้าร้องทุกข์  ไม่กล้าเปิดเผย  เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อหน้าที่การงานของตนเองในอนาคต  ยิ่งกว่านั้นแม้จะรู้ว่าใครโกง จะพูดตรงไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน  อาจถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทได้ ถึงแม้เรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม


อปท.  :  การสร้างธรรมาภิบาล คือ การควบคุมภายใน


กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ กำกับ ดูแลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ได้มีการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกา หลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546  ที่กำหนดไว้ในมาตรา  52    ที่กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  (มติชนรายวัน , 13  ธันวาคม  2548 :  8) ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น     1)  การจัดหลักสูตรการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีสำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   2)  การจัดทำโครงการประเมินผลและมอบรางวัลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดีเป็นประจำทุกปี   3)  การนำระบบอิเลคทรอนิคส์ (E-Auction)  การโอนเงินเข้าบัญชีผู้รับจ้างโดยตรง  (E- Banking)   4)   การวางแผนระยะยาวเพื่อปลูกจิตสำนึกให้แก่นักเรียนในสถานศึกษา ที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   และ  5)  การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน (Participation)  ในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เช่น  การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นโดยนำความต้องการจากเวทีประชาคมมาบรรจุไว้ในแผน  การให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณางบประมาณของสภาท้องถิ่น  การตั้งตัวแทนประชาคมเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง  การคัดเลือกผู้แทนประชาคมเป็นคณะดำเนินงานหอกระจายข่าว  การประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  การจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมในท้องถิ่นเพื่อรับข้อร้องเรียนจากประชาชน  และการมอบหมายให้ท้องถิ่นจังหวัดเป็นผู้นิเทศงานในเรื่องการบริหารงานด้วยความมีประสิทธิภาพและโปร่งใสอย่างน้อยปีละ  2  ครั้ง
   การสร้างระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือ ธรรมาภิบาล ให้เกิดขึ้นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ก็คือการสร้างระบบควบคุมภายในที่ดีที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนผู้รับบริการ  แม้จะต้องใช้เวลานานหลายปีในการพัฒนาระบบให้มีความแข็งแกร่ง  จนสามารถกลายเป็นจารีตประเพณี ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งจะต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้บริหารหรือคณะผู้บริหารตามวาระกี่รุ่นก็ตาม   ก็ยังคงให้มีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีเป็นแก่นแกนในการปฏิบัติเรื่อยไป  จึงจะส่งผลต่อการสร้างภาพลักษณ์อันดีงามขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดขึ้น จนทำให้ประชาชนมีความยอมรับ นับถือ และเชื่อมั่นได้ว่า  ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่บริหารท้องถิ่น  มีความตั้งใจเข้ามาบริหารงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง  ไม่ใช่เข้ามาเพื่อตักตวงผลประโยชน์หรือถอนทุนแล้วก็จากไปแบบไม่มีความผิด   ทั้งที่ประชาชนในท้องถิ่นก็รับรู้ว่ามีพฤติการณ์แบบนั้นจริง  สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  แต่เมื่อตรวจสอบตามพยานเอกสารแล้วก็ไม่พบความผิด  กลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง ลูกแล้วลูกเล่า  และกลายเป็นตำนานให้ลูกหลานเล่าขานกันเรื่อยไป

สรุป

   การสร้างธรรมาภิบาล คือ การสร้างการควบคุมภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกแนวทางหนึ่ง  แต่การสร้างระบบการควบคุมภายในให้ได้ตามมาตรฐานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  ให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพนั้น  เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องพิจารณาดำเนินการเสริมสร้างระบบที่ดี สร้างสภาพแวดล้อมภายในที่ดี  และพัฒนาบุคลากรให้มีคุณธรรม  จริยธรรมอย่างเข้มข้น  และมีทักษะอย่างเพียงพอในการปฏิบัติงาน   การกำหนดวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรใช้แบบผสมผสาน คือ เน้นทั้งการบริหาร  การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และการรายงานที่ถูกต้อง  แล้วจัดให้มีการตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอว่ามีการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดหรือไม่ อย่างไร

        ทั้งนี้  ภาคประชาชนที่เป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจึงควรต้องเข้ามารับรู้และแก้วิกฤติปัญหานั้นด้วยตนเองเช่นกัน (ธานินทร์  กรัยวิเชียร , 2547 : 56 -57 )    ด้วยการให้ความสนใจและพิถีพิถันเลือกสรรบุคคลเข้ามาเป็นตัวแทนในทางการเมืองทั้งระดับชาติ  และระดับท้องถิ่น  โดยการเลือกบุคคลที่มีความรู้  ความสามารถ เป็นคนดีจริง ๆ เท่านั้น  เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน  ให้ดูเหมือนกับว่าเป็นกระบวนการร่อนทอง (  a  cleansing  process)  ให้ได้ทองบริสุทธิ์จริง ๆ  ก็จะเป็นแนวทางแก้วิกฤติการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อีกทางหนึ่ง  ไม่ใช่สะท้อนความต้องการประชาธิปไตยเพียงแค่รูปแบบเท่านั้น เพราะตามหลักรัฐศาสตร์เชื่อว่า  ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นบุคคลประเภทใด  ก็จะเลือกคนประเภทเดียวกันนั้นมาเป็นผู้ปกครองตนเอง
 


Share

บันทึกการเข้า

ครูดอย™
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1502


Y♫NG♪U♫I™

y0ngsu0i@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 กันยายน 2010, 10:24:09 AM »





อืม
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า



                                             *-*
ถ้าต่ำกว่า จะโดนเหยียบ
ถ้าเท่ากัน จะถูกอิจฉา
ถ้าเหนือกว่า เขาอยากเป็นเพื่อน
ngolocal
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 400



« ตอบ #2 เมื่อ: 28 กันยายน 2010, 10:58:44 AM »





ขอบคุณมากมาย  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กันยายน 2010, 11:07:48 AM โดย ทุเรียนฮอบบิท » บันทึกการเข้า
konmaha
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #3 เมื่อ: 08 มีนาคม 2012, 12:37:43 PM »





ทษฏี ดี แต่ทำไม่ได้
ร้องไป หน่วยงานก็ถามหาหลักฐาน
พอจะลงสมัคร ประชาชนส่วนมากก็ถามหาเงิน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

การตั้งครรภ์ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ