ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

334618 กระทู้ ใน 25035 หัวข้อ- โดย 128427 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: Supa Kero

24 พฤษภาคม 2012, 09:28:56 PM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบให้เพื่อนช่วยเฉลยข้อสอบช่วยตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 159 หน่อยครับ...ขอบคุณครับ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ช่วยตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 159 หน่อยครับ...ขอบคุณครับ  (อ่าน 823 ครั้ง)
pple2527
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


อีเมล์
« เมื่อ: 17 ตุลาคม 2010, 11:47:32 PM »





 มาตรา ๑๕๙ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในหกของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๘ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
           รัฐมนตรีคนใดพ้นจากตำแหน่งเดิมแต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นภายหลังจากวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อตามวรรคหนึ่งให้รัฐมนตรีคนนั้นยังคงต้องถูกอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจตามวรรคหนึ่งต่อไป
วรรคที่ 2 นะครับ หมายถึงรัฐมนตรที่ควบ2กระทรวง?
1.ถ้าใช่ แล้วจะพ้นจากตำแหน่งทั้ง2กระทรวง?
2.ถ้าไม่ใช่.....ช่วยอธิบายด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ


Share

บันทึกการเข้า
อ้น.M.A .pal.
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 820



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2010, 11:55:34 AM »





ดูจากมาตรา159นั้นมีเจตนารมณ์เพื่อมีมติไม่ใว้วางใจรัฐมนตรี

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอภิปรายต่อ

แต่ในกรณีที่ปรับคณะรัฐมนตรีแล้วยังคงเป็นรัฐมนตรีแต่ต่างกระทรวง

ภายหลังจากวันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อหรือ

พ้นจากตำแหน่งเดิมไม่เกินเก้าสิบวันคงต้องถูกอภิปราย 

และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาต่อไป

สรุป
 
  ผมว่าน่าจะเป็นการอุดช่องว่างของรัฐธรรมนูญเพื่อ

แก้ไขการปรับคณะรัฐมนตรีก่อนมีการอภิปรายเพื่อให้

รัฐมนตรีไม่รอดพ้นจากการถูกอภิปราย


ปล.ความเห็นผมนะ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 ตุลาคม 2010, 03:43:53 PM โดย อ้น.M.A .pal. » บันทึกการเข้า

***ขอให้ทุกคนในชุมชนเราได้บรรจุกันทุกคน...สาธุ***
pidman
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 393



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 25 ตุลาคม 2010, 03:25:04 PM »





ตาม ม.๑๕๙ ว.๒ กรณีที่รัฐมนตรีนั้นพ้นจากตำแหน่งเดิมแล้ว แต่ต่อมาภายหลังจากการที่รัฐมนตรีคนนั้นได้ถูกยื่นอภิปรายฯแล้ว ปรากฏว่าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงใหม่ในตำแหน่งรัฐมนตรีอื่น (หมายความว่า ในวันอภิปรายได้พ้นจาก รมต.กระทรวงนี้ ไปแล้ว โดยการปรับ ครม. ก่อนที่จะอภิปราย แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็น รมต.กระทรวงอื่น) กรณีเช่นนี้ ในสมัยประชุมสามัญทั่วไปสมัยนี้ ก็มีสิทธิ์ถูกอภิปรายฯได้อีก  (หมายความว่า ยังไง ๆก็ต้องถูกอภิปราย แม้ว่าจะเปลี่ยนกระทรวงไปแล้วก็ตาม) เจตนารมณ์เพื่อเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลกันของ “ระบบรัฐสภา” ซึ่งต้องออกแบบให้ฝ่ายสภาสามารถตรวจสอบการทำงานฝ่ายบริหารได้โดยง่ายและได้ทุกเวลา (ติติงได้ทุกเมื่อ)
บันทึกการเข้า
pidman
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 393



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 ตุลาคม 2010, 09:26:33 PM »





ตอบว่าไม่ใช่ เพราะ

๑. ก่อนอื่นต้องดู มาตรา ๑๕๘ ก่อน เพราะ ม.๑๕๙ วรรค ๑ ให้นำ ม.๑๕๘ ว.๒,๓,๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม (ม.๑๕๘ ว.๕ ไม่ใช้)
๒. การลงมติไม่ไว้วางใจ มี ๒ อย่าง คือ ๒.๑ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี (ม.๑๕๘) และ ๒.๒ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (ม.๑๕๙)
๓. กรณีลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี หากเสียงลงมติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ตาม ม.๑๕๙ ว.๑ ประกอบ ม.๑๘๒(๔) ก็จะพ้นสภาพรัฐมนตรี “เฉพาะตัว” ไปทันที (กรณีรัฐมนตรีคนนั้นควบ๒กระทรวง ก็จะพ้นจากตำแหน่ง รมต.ทั้ง๒กระทรวง)
๔. แต่กรณีลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี แต่มีเสียงไม่เกินกว่ากึ่งหนึ่ง ตาม ม.๑๕๙ ว.๑ ประกอบ ม.๑๕๘ ว.๔ รัฐมนตรีคนนั้นก็ยังอยู่  แต่ห้าม สส.ซึ่งได้เข้าชื่อกันขอเปิดอภิปรายฯหมดสิทธิที่จะเข้าชื่อขอเปิดอภิปราย ทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี(กระทรวงนั้น)อีกตลอดสมัยประชุมนั้น
๕. สรุปว่า ถ้ามติมีเสียงไม่เกินกว่ากึ่งหนึ่ง สส.ที่เคยเข้าชื่อกันเปิดอภิปรายฯจะขอเปิดอภิปรายอีกในสมัยประชุมนี้ไม่ได้ ต้องรอสมัยประชุมสามัญทั่วไปสมัยหน้า
๖. ดูมาตรา ๑๒๗ สมัยประชุมมี ๒ สมัย คือ ๖.๑ สมัยประชุมสามัญทั่วไป (๑๒๐ วัน) และ ๖.๒ สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ (ประชุมเฉพาะรัฐธรรมนูญ หมวด ๒ และ เรื่องเกี่ยวกับร่าง พรบ. พรก. การให้ความเห็นชอบฯ)
๗. ต่อจาก ข้อ ๓ ตาม ม.๑๕๙ ว.๒ กรณีที่รัฐมนตรีนั้นพ้นจากตำแหน่งเดิมแล้ว แต่ต่อมาภายหลังจากการที่รัฐมนตรีคนนั้นได้ถูกยื่นอภิปรายฯแล้ว ปรากฏว่าได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงใหม่ในตำแหน่งรัฐมนตรีอื่น (หมายความว่า ในวันอภิปรายได้พ้นจาก รมต.กระทรวงนี้ ไปแล้ว โดยการปรับ ครม. ก่อนที่จะอภิปราย แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็น รมต.กระทรวงอื่น) กรณีเช่นนี้ ในสมัยประชุมสามัญทั่วไปสมัยนี้ ก็มีสิทธิ์ถูกอภิปรายฯได้อีก  (หมายความว่า ยังไง ๆก็ต้องถูกอภิปราย แม้ว่าจะเปลี่ยนกระทรวงไปแล้วก็ตาม) เจตนารมณ์เพื่อเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลกันของ “ระบบรัฐสภา” ซึ่งต้องออกแบบให้ฝ่ายสภาสามารถตรวจสอบการทำงานฝ่ายบริหารได้โดยง่ายและได้ทุกเวลา (ติติงได้ทุกเมื่อ)
๘. อาจมีความสับสน กรณีรัฐมนตรีควบ ๒ กระทรวง เช่น ควบกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงศึกษาฯ เมื่อถูกอภิปรายฯ มีคะแนนเสียงเกินกว่า กึ่งหนึ่ง กรณีเช่นนี้ ทำให้รัฐมนตรีคนนั้น (รัฐธรรมนูญ ใช้คำว่า ความเป็น รมต. สิ้นสุดลง “เฉพาะตัว” และ การอภิปรายฯ รมต. เป็นรายบุคคล ตามม.๑๘๒(๔) และ ม.๑๕๙) ต้องพ้นจาก รมต.ทั้ง ๒ กระทรวง แต่จะถูกแต่งตั้งเป็น รมต.ใหม่ในอีกกระทรวงหนึ่งในภายหลังได้อีกหรือไม่ (ปรับ ครม.หลังจากอภิปรายและลงมติเสร็จ)
๙. ต่อจาก ข้อ ๘ ถ้าตอบว่า “นายกฯสามารถแต่งตั้งให้ รมต.คนที่ถูกอภิปรายฯเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งเป็น รมต.กระทรวงใหม่ได้”  ตาม ม.๑๘๓ ก็มีสิทธิ์ถูกอภิปรายฯได้อีก ในสมัยประชุมสมัยสามัญทั่วไปสมัยนี้ กรณีนี้เหมือนตามข้อ ๗  เพราะ ความเป็น รมต. สิ้นสุดลง “เฉพาะตัว” ไม่มีข้อบทบัญญัติห้าม สามารถแต่งตั้งให้เป็น รมต.กระทรวงใหม่ได้ (กรณีนี้เหมือนการเล่นปาหี่  แต่อาจเป็นผลลบด้านภาพrจน์หรือภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้)
๑๐. เป็นการเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรี สามารถปรับ “ครม.” ตาม ม.๑๘๓ ได้ ก่อนที่จะมีการอภิปราย เพื่อรักษาภาพพจน์ว่า “ฉันได้ปรับเปลี่ยนแล้วนะ” ซึ่งหาก รมต.คนนั้น มีมติเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ก็จะพ้นจากตำแหน่ง ตาม ม.๑๕๙ ว.๑ ประกอบ ม.๑๘๒(๔) ในตำแหน่ง รมต.ที่ถูกอภิปราย และรวมถึงตำแหน่งรมต.ใหม่ ด้วย (สรุปว่าพ้นจากตำแหน่ง รมต.ทั้งหมด ถ้าตราบใดยังคงมีตำแหน่ง รมต.อยู่)


===================================================

เจตนารมณ์ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
โดยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในหกของจำนวนสมาชิก
ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ
รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
กำหนดให้รัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งเดิมแต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นภายหลัง
จากวันที่มีการเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ สามารถถูกอภิปรายได้ อัน
เป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
หมายเหตุ
๑) แก้ไขจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เป็นไม่น้อยกว่าหนึ่งในหก
ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิด
อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลเพื่อให้กระบวนการในการตรวจสอบนี้สามารถ
กระทำได้ง่ายขึ้น และเพิ่มเติมมาตรการป้องกันมิให้เปลี่ยนแปลงตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูก
อภิปราย
๒) หลักการดังกล่าวนี้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช
๒๔๗๕ เป็นครั้งแรก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

การตั้งครรภ์ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ