เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 19 พ.ย. ร.ต.อ.ถวัลย์ จันทราบุตร ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุฆ่า กันตายที่หอพักครูฉวีเพลส เลขที่ 32/2 หมู่ 4 ต.ประตูชัย จึงรายงานให้ พ.ต.อ.อมร สารากรบริรักษ์ ผกก. พ.ต.ท.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกุล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมนึก เสงี่ยมงาม สวป. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ เวร รพ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ และหน่วยฉัน้ภัยอยุธยารวมใจ
ที่เกิดเหตุหอพักดังกล่าวตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ รพ. พระนครศรีอยุธยา เป็นตึกสูง 2 ชั้น ภายในห้องที่ 203 ชั้นสอง พบศพ น.ส.เอื้อมพร สิทธิน้อย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166/1 หมู่ 8 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ สภาพศพนอนหงายบนพื้นข้างฟูกที่นอน นุ่งกางเกงขาสั้น สีฟ้า สวมเสื้อยืดแขนกุดสีฟ้า มีบาดแผลถูกปาดคอเหวอะหวะจนเส้นเลือดใหญ่ขาดสะบั้น หน้าขาขวาถูกฟันฉกรรจ์ 1 แผล และกลางศีรษะอีก 4 แผล เลือดทะลักกระเซ็นเปรอะ ฝาห้องแดงฉาน ข้างศพพบมีดสเตนเลสสำหรับทำครัวเปื้อน เลือดตกอยู่ 1 เล่ม และมีกลิ่นน้ำมันก๊าดโชยคลุ้ง
สอบสวนนางสาลี่ ดำเนินงาม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 4 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา คนดูแล หอพักให้การว่า ผู้ตายทำงานที่บริษัทไพโอเนียร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตเครื่องเสียงที่มีชื่อเสียงในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยผู้ตายเช่าพักที่ห้อง เกิดเหตุเพียงลำพัง ด้วยความที่ผู้ตายเป็นคนผิวขาว รูปร่าง หน้าตาดี มักมีเพื่อนหญิงที่มีนิสัยคล้ายทอมไปมาหาสู่ หลายคน เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา เพื่อนข้างห้องได้ยินเสียง น.ส.เอื้อมพรร้องขอความช่วยเหลือ
คล้ายถูกทำร้าย แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดู กระทั่ง
เช้าจึงพากันมาดู พบประตูปิดล็อกด้านใน เรียกก็ไม่มีเสียงตอบรับ ด้วยความสงสัยจึงบอกให้ตนนำกุญแจสำรองมาเปิดดูพบ น.ส.เอื้อมพรถูกฆ่านอนตายจมกองเลือดแล้ว
ขณะที่ น.ส.กรรณิการ์ สามงามทอง อายุ 28 ปี เพื่อนข้างห้องให้เบาะแส ตอนเที่ยงคืนเศษพบเห็นผู้ตายมากับผู้ชายเดินผ่านหน้าห้องตน และเข้าห้องปิดประตูไป จากนั้นได้ยินเสียงทั้ง 2 ทะเลาะกันรุนแรง ก่อนได้ยินเสียง ผู้ตายร้องขอความช่วยเหลือคล้ายถูกทำร้าย ตนไม่กล้าออกไปดูเพราะคิดว่าเป็นเรื่องผัวเมีย โดยได้ยินเสียงทะเลาะ กันนานประมาณ 1 ชม. เสียงฝ่ายหญิงก็เงียบไป จากนั้น ได้ยินเสียงเปิดน้ำในห้องน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนมี ยินเสียงล็อกประตูหน้าห้อง กระทั่งเช้าจึงแจ้งให้คนดูแลหอพักทราบใช้กุญแจสำรองเปิดห้องดู กระทั่งพบศพถูกฆ่าตายดังกล่าว
พ.ต.อ.อมร สารากรบริรักษ์ ผกก. กล่าวภายหลัง ตรวจที่เกิดเหตุว่า จากพยานหลักฐานคาดว่า คนร้ายน่าจะ เป็นแฟนผู้ตายและระแวงว่าเหยื่อคิดนอกใจ จึงนัดมาเจรจา ปัญหากันที่ห้องพักฝ่ายหญิง พอพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เลยมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง ก่อนคนร้ายคว้ามีดทำครัวกระหน่ำฟันศีรษะอย่างแรงหลายครั้ง จนเลือดพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนฝาห้องแดงฉาน จากนั้นเชือดคอซ้ำจนเส้นเลือดใหญ่ขาดสะบั้นสิ้นใจตายอนาถ และคนร้ายราดน้ำมันก๊าดจะจุดไฟเผาซ้ำ แต่เปลี่ยนใจเสียก่อน ในชั้นนี้พุ่งปมชู้สาว เป็นหลัก ได้สั่งให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ไทยรัฐออนไลน์
นี้เป็นเรื่องจาก
"นักข่าว" นะครับ แต่ ผมขอเล่าในฐานะ ผู้รับทราบข่าวมาในอีกแบบหนึ่ง ในเว็บข่าวอื่นพบว่าหลายท่านตำหนิว่า ทำไมถึงไม่มีคนเข้าไปช่วย ทั้งๆที่ได้ ยินเสียงทะเลาะกัน พึ่งจะไปดูตอนเช้า
"ความจริง" ก็ คือ เมื่อได้ยินเสียงทะเลาะกันรุนแรงแล้ว เพื่อนๆร่วมหอพัก ได้ไปแจ้งตำรวจที่อยู่ ป้อมตรงหัวมุมโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา แต่ปรากฏว่า
"ไม่พบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สักคนเดียว" หลังจากกลับไปก็เสียงเงียบลงแล้ว พอรุ่งเช้า จึงแจ้งให้คนดูแลหอไปตรวจดู พอจะเดาออกไหมครับว่า ข่าวที่ออกมา เป็นการ
บิดเบือนเพื่อปกป้องความบกพร่องของใคร และจากประสบการณ์ที่เคยมีอดีตเพื่อนสาวสนิทเป็นนักข่าว นสพ. แห่งหนึ่ง พบว่า บางครั้ง ข่าวที่เขียนขึ้น ไม่ได้มาจากการไปสถานที่จริง แต่ใช้การ
โทรศัพท์ถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายหลังเกิดเหตุ
มิได้ต้องการอะไรมากไปกว่า ขอให้เพื่อนสมาชิก ทั้ง หญิง และ ชาย ที่พึ่งเข้ารับการบรรจุเข้าทำงานในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โปรดระวังและพึงดูแลรักษา
ตัวเองด้วย
ตัวเอง ดังที่ผมพยามเตือนแนะนำ หลายๆท่าน ที่ ได้ขอคำปรึกษาในเรื่องการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นเองครับ
บุญรักษาครับท่าน