พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ( ให้ไว้ ณ 13 ม.ค.47 เป็นปี่ที่ 59 )
พ.ร.บ.ตำรวจ ( มี 7 ลักษณะ 128 มาตรา )
คำจำกัดความ ม.1-5
ม.1 พ.ร.บ.นี้เรียกว่า พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547
ม.2 พ.ร.บ.นี้ บังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจาฯ
ม.3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.เก่า ( รวม 17 ฉบับ )
- ระเบียบ 21, 31, 35, 38 , ประกาศ คมช ฉบับที่ 38 ปี 34 ( 5 ฉบับ)
- วินัย 77 77 , 79 , 80 , 93 , 95 , 97 ( 7 ฉบับ )
- ยศ 80 , 95 , 97 ( 3 ฉบับ )
- เครื่องแบบ 77, 83 ( 2 ฉบับ )
- บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ที่ขัดหรือแย้ง กับ พ.ร.บ.นี้ ให้ใช้ พ.ร.บ.นี้แทน
ม.4 ข้าราชการตำรวจ คือ บุคคลที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ตาม พ.ร.บ.นี้ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบ ประมาณ
หมวดเงินเดือน ใน สตช.และให้ หมายความรวมถึง ข้าราชการ ใน สตช.ซึ่งสตช.แต่งตั้งหรือสั่งให้
ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจาก ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
ม.5 ให้นายก รักษาการ และมีอำนาจออก กฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ.นี้ กฎกระทรวง เมื่อประกาศในราชกิจจา แล้ว
ใช้ได้เลย
ลักษณะ 1 บททั่วไป ม.6 - 9
ม.6 สตช. มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในบังคับของ นายกฯ และมีหน้าที่
(1) รปภ.เชื้อพระวงศ์ (2) ดูแล ควบคุม กำกับ ตร.ให้ปฏิบัติ ตาม ป.วิ.อาญา
(3) ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดอาญา (4) รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย ของ
ปปช.และราชอาณาจักร ( 5) ปฏิบัติการอื่น ๆ ที่เป็นหน้าที่ ของ ตร.
( 6 ) ช่วยเหลือพัฒนาประเทศ ( 7) ส่งเสริม สนับสนุน การปฏิบัติ ตาม 1,2,3,4,5
ม.7 ส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในกิจการ ตร. เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ ก.ต.ช.กำหนด
ม.8 ให้แบ่งเป็น ตร.แบบมียศ หรือไม่มียศ ก็ได้ โดยตราเป็น พ.ร.ฎ (ไม่กระทบ ตร.ที่มียศอยู่แล้ว)
ม.9 วันทำงาน วันหยุดตามประเพณี ให้เป็นไปตามที่ ครม.กำหนด แต่ถ้าจำเป็น ก.ตช.กำหนดก็ได้ เพื่อประโยชน์ฯ
ลักษณะ 2 การจัดระเบียบราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ม.10 - 15
ม.10 สตช.แบ่งส่วนราชการเป็น 2 ส่วนคือ
(1) สำนักงานผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ
(2) กองบัญชาการ
- การแบ่งส่วนราชการตามข้อ (1 )(สนง.ผบ.ตร.) หรือจัดตั้ง (2) (บช.)ขึ้นใหม่ ให้ ตราเป็น พระรากฤษฎีกา
- การแบ่งส่วนราชการตาม ( 2 )บช. เป็น กองบังคับการ หรือส่วนราชการอื่น ออกเป็นกฏกระทรวง
ม.11 สตช.มี ผบ.ตร.เป็นหัวหน้า มีหน้าที่
- รับผิดชอบ ราชการใน สตช. กำหนดแนวทาง , แผน ตามนโยบายของ นายกและ ก.ต.ช.
- เป็นหัวหน้า ตร.รองจากนายก
- วางระเบียบหรือคำสั่งเฉพาะเรื่องให้ ตร.หรือ พงส.ปฏิบัติ ตาม ป.วิ อาญา หรือ กฎหมายอื่น
ม.12 ให้มี จเร ตร.,รอง ผบ.ตร.หรือผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้า ตร. รองจาก ผบ.ตร.
ม.13 ในกองบัญชาการ ให้มี ผบช.(ให้มีรอง ผบช.ด้วย ) เป็นหัวหน้า ขึ้นตรง ต่อ ผบ.ตร.
ม.14 หน้าที่ ของ ผบช.
- ปฏิบัติตาม กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศของ ทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และ สตช.
- ควบคุม คน เงิน พัสดุ สถานที่ ทรัพย์สินในกองบัญาการ
- เป็นผู้แทน ของ สตช.
- รายงานผลการปฏิบัติให้ ผบ.ตร.ทราบ ทุก 4 เดือน หรือ ตามที่ ผบ.ตร.กำหนด
- ปฏิบัติหน้าที่อื่น ตามกฎหมาย และเป็นตัวแทน ของ ผบ.ตร.ในกองบัญชาการ ตามที่ ก.ต.ช.กำหนด
ม.15 ในกองบังคับการ ให้มี ผบก.(ให้มีรอง ผบก.ด้วย ) เป็นหัวหน้า มีหน้าที่
- ปฏิบัติตาม กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศของ ทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และ สตช.
- ควบคุม คน เงิน พัสดุ สถานที่ ทรัพย์สินในกองกำกับการ
- ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมายและมีหน้าที่กำกับดูแลตร.ที่สังกัดกองบัญชาการอื่นที่ทำงานอยู่ในจังหวัดนั้น
ลักษณะ 3 คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ม.16 – 23
ม.16 คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีหน้าที่กำหนดนโยบายบริหารราชการตำรวจกำกับดูแล สตช.
ม.17 ก.ต.ช.ประกอบด้วย
1) กรรมการโดยตำแหน่ง ประกอบด้วย (1) นายก เป็นประธาน (2) รมต.มท.(3)รมต.ยุติธรรม(4)ปลัด มท.
(5)ปลัด ยุติธรรม (6)เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (7) ผบ.ตร. เป็นกรรมการโดยตำแห่ง
2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน (4 ปี /2 วาระ )ทรงโปรดเกล้า แต่งตั้งจากการสรรหา ของกรรมการ ( 1 ) ตามระเบียบ
ก.ต.ช.(เก่งด้าน 1 กฎหมาย 2 งบประมาณ 3 พัฒนาองค์กร 4 การวางแผนหรือบริหาร และจัดการ)
มี พล.ต.ท.เป็นเลขา ก.ต.ช. และ พล.ต.ต. 2 คน เป็นผู้ช่วยเลขา ให้นายก ประกาศรายชื่อ ก.ต.ช.ในราชกิจจา
ม.18 ก.ต.ช.มีหนน้าที่
- ออกระเบียบ ประกาศ มติ ตามแผนและนโยบายที่ ก.ต.กำหนด - เสนอแนะให้มีการตรา พ.ร.ฎ
- พิจารณาคัดเลื่อก ตร. เป็น ผบ.ตร.ตามที่นายกเสนอมา
- กำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ระหว่าง สตช.กับ ภ.จว.และราชการส่วนท้องถิ่น
- แต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำงานตามที่ ก.ต.ช.มอบหมาย
- ตรวจสอบ การปฏิบัติตารม พ.ร.บ.นี้และกฎหมายอื่น ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ
ประเมินผล ในพื้นที่แล้วรายงานให้ ก.ต.ทราบ การสรรหากรรมการดังกล่าว ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่
ก.ต.ช.กำหนดโดยประกาศในรากิจจา เป็นใช้บังคับได้
ม.19 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม ม.17 ต้องมีความเชี่ยวชาญด้าน 1 กฎหมาย 2 งบประมาณ 3 พัฒนาองค์กร
4 การวางแผนหรือบริหาร และจัดการ
ม.20 คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
- สัญชาติไทย,อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ,ไม่เป็นสมาชิกการเมืองหรือพรรคการเมือง ไม่วิกลจริต ไม่ล้มละลาย ไม่เคย
ติดคุก ไม่เคยถูกปลดออก ไล่ออก จากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่เคยถูกศาลว่ารวยผิดปกติ ไม่เป็น กก.บริษัท
ม.21 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ม.22 ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ ตาย , อายุครบ 70 ปี , ลาออก ,ขาดคุณสมบัติ ,ก.ต.ช. 2 ใน 3 ให้ออก
หากออกก่อนครบวาระ ให้สรรหาใหม่ แต่ถ้าวาระเหลือไม่ถึง 90 วัน ไม่ต้องสรรหาก็ได้ (คนที่มาแทนอยู่
ได้แค่ครบวาระเท่านั้น
ม.23 การประชุม ก.ต.ช. ต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม ประธานไม่มาให้เลือก
กรรมการ 1 คนเป็นประธาน ทั้งประธานและกรรมการไม่สามารถมอบหมายให้ใครมาประชุมแทนตนได้
ลักษณะ 4 ยศตำรวจและชั้นข้าราชการตำรวจ ( 14 ยศ 13 ตำแหน่ง 3 ชั้น ) ม. 24 – 29
ม.24 ยศตำรวจมีดังนี้ (1) พลตำรวจเอก – (14) สิบตำรวจตรี
ม.25 ชั้นข้าราชการมี (1) ชั้นสัญญาบัตร (2) ชั้นประทวน (3) ชั้นพลตำรวจ (พลตำรวจสำรอง) ได้รับขัดเลือกและสอบแข่งขันได้
ม.26 แต่งตั้งสัญญาบัตรตั้งตามกฎ ก.ตร.โดยประกาศพระบรมราชโองการ ถ้ายังไม่ประกาศ ตั้งว่าที่ก่อน โดย
- ยศแต่ พล.ต.ต. ขึ้นไป นายก ผู้สั่งแต่งตั้ง
- ยศแต่ ว่าที่ ร.ต.ต. ขึ้นไป ไม่เกิน พ.ต.อ. ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
การแต่งตั้งชั้นสัญญาบัตร กรณีพิเศษกระทำได้ โดยประกาศพระบรมราชโองการ
ม.27 ตั้งยศชั้นประทวน ให้ ผบ.ตร.หรือ ผบ.ระดับ ผบช.ขึ้นไป ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง ตาม กฎ ก.ตร. การแต่งตั้งยศชั้นประทวนกรณีพิเศษ ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง ตามกฎ ก.ตร.
ม.28 การถอดหรือการออกจากยศ สัญญาบัตร ให้เป็นไปตาม ระเบียบ สตช. โดยประกาศพระบรมราชโองการ
ม.29 การถอดหรือการออกจากยศ ว่าที่สัญญาบัตรหรือชั้น ประทวน ให้ผู้มีอำนาจสั่ง ตาม ม.26,ม.27 แล้วแต่กรณี
ให้เป็นไปตาม ระเบียบ สตช.
( สูตร แต่งตั้ง แต่งตามกฎ ถอดยศ ถอดตามระเบียบ )
ลักษณะ 5 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ( ก.ตร.) ม.30 – 43
ม.30 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ( ก.ตร.) มี 21 คน ประกอบด้วย
1) กรรมการโดยตำแหน่ง(10 คน) มี (1)นายกเป็นประธาน(2) ผบ.ตร.(3) เลขาธิการ ก.พ.(4) จเร.ตร.(5) รอง ผบ.ตร.( 6 คน) รวม เป็น 10 คน
2 ) กก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ( มี 2 แบบรวมทั้งหมด 11 คน ) คือ
( ก) จำนวน 5 คน(รับสมัครเลือกตั้ง) เคยเป็นตำรวจยศ ผบช.ขึ้นไป ซึ่งออกจากตำรวจไปแล้วเกิน 1 ปี
โดยให้ ผู้มีตำแหน่งระดับ ผกก.หรือ พงส.ผู้ทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
( ข) จำนวน 6 คน(แต่งตั้ง โดย (1) ,(2)(ก))เป็นผู้สรรหาและแต่งตั้ง จากผู้ที่ ไม่เคย เป็นตำรวจแต่มีความรู้ด้าน นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยา งานยุติธรรม คนที่เป็นตำรวจแต่ออกไปเกิน 10 ปี อายุไม่เกิน 65 ปี เป็นได้ 1 คน ( โดย กก.ตาม 1 และ 2 ( ก ) เป็นผู้เลือก )แล้วเสนอ ครม.อนุมัติ นายกนำกราบบังคมทูลโปรดเกล้า แต่งตั้ง กก.ทั้ง (ก)และ(ข)
- ให้ ผบช.สนง.คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นเลขา ก.ตร. และ รอง ผบช.สนง.
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นผู้ช่วย เลขา ให้นายก ประกาศรายชื่อ กก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจา
ม.31 หน้าที่ ก.ตร.
- กำหนดนโยบาย มาตรฐาน จัดระบบ อบรม พัฒนา ตร.ให้สอดคล้องกับ ระเบียบแบบแผน ของ ก.ต.ช.
- ออก กฎ ก.ตร. ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือมติ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ตาม พ.ร.บ.นี้
- ดูแล ตรวจสอบ แนะนำ ให้ สตช.บริหารงานบุคคล ตามพ.ร.บ.นี้ และ ออกระเบียบให้ สตช.รายงาน
การสอบ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้น วินัย การออกจากราชการหรือการอื่น ตาม พ.ร.บ.นี้
- รายงาน ครม. เพื่อ พิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินตำแหน่ง ค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์ของ ตร.
- กำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้ง ตามวุฒิ - กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม
- พิจาณาแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับ วัน เดือน ปี เกิด และควบคุมการเกษียณอายุราชการ
- กฎ ก.ตร.เมื่อประกาศในราชกิจจา เป็นใช้ได้
ม.32 เพื่อความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ให้ ก.ตร.ออก กฎ ก.ตร.กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการให้ชัดเจน กฎ
ก.ตร.ดังกล่าว บังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจาแล้ว 180 วัน
ม.33 กรณีมีปัญหา คุณสมบัติของ กก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ ก.ตร.เป็นผู้วินิจฉัย
ม.34 ก.ตร.จะเป็น ก.ต.ช.ในขณะเดียวกันไม่ได้ ยกเว้น นายก กับ ผบ.ตร.
ม.35 การเลือก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ( เป็นตาม ม.30)
ม.36 การเลือก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม ม.30 (2)(ก) ให้นายกรับสมัครผู้มีคุณสมบัติ แล้วส่งรายชื่อทั้งหมดเรียงตาม
อักษรส่งให้(ก่อน 14 วันก่อนเลือก)ผู้มีตำแหน่งระดับ ผกก.หรือพงส.ผู้ทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า ขึ้นไปเป็นผู้เลือก
ม.37 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม ม.30 (2)(ก) ให้เรียงตามลำดับคะแนนจากมากลงมา จนครบ ถ้าคะแนนเท่ากันให้
ประธานจับสลาก ขึ้นบัญชี รายชื่อสำรองไว้ด้วย
ม.38 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ตร.) อยู่วาระ ละ 4 ปี ได้เพียงวาระเดียว
ม.39 นอกจากหมดวาระตาม ม.38 แล้ว การขาดคุณสมบัติ ก.ตร. 2 ใน 3 ให้ออก ตาย อายุครบ 70 ปี ลาออก ถือว่าพ้น
จากตำแหน่ง
ม.40 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม ม.30 (2)(ก) พ้นจากตำแหน่ง ให้ตัวสำรองลำดับ 1 ขึ้นแทน และอยู่เท่าวาระที่เหลือ
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม ม.30 (2)(ข) พ้นจากตำแหน่ง ให้เลือกใหม่ตาม ม.35 และอยู่เท่าวาระที่เหลือ ถ้าเหลือไม่
ถึง 2 ปี ไม่นับเป็นวาระ
ม.41 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จะพ้นจากตะแหน่งตามวาระ ให้จัดให้มีการเลือกใหม่ ใน 60 วันก่อนครบวาระ
ม.42 การประชุม ก.ตร. ต้องมี กก.มาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม ประธานไม่มาให้เลือก
กรรมการ 1 คนเป็นประธาน ให้ประธาน เรียกประชุมใน 7 วัน กรณี ก.ตร.ไม่น้อยกว่า 6 คน ร้องขอ
ม.43 ..
ลักษณะ 6 ระเบียบข้าราชการตำรวจ ( มี 10 หมวด 68 มาตรา)
-หมวด 1 ตำแห่งและการกำหนดตำแหน่ง ม. 44 - 47
ม.44 ตำแหน่ง มี 13 ตำแหน่ง คือ (1) ผบ.ตร.- (13) รอง ผบ.หมู่ เพื่อประโยชน์ ก.ตร.กำหนด ให้มีตำแหน่ง
อื่นไว้ก็ได้ , เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประหยัด ให้ยุบเสียเมื่อหมดความจำเป็น ให้กำหนดใน กฎ ก.ตร.
ก.ตร.เป็นผู้กำหนดตำแหน่ง ง่าควรมีตำแหน่งใด จำนวนเท่าใด ตลอดถึงการโอนตำแหน่งด้วย
ม.45 การกำหนดตำแหน่ง ผบก.พงส.ผู้เชี่ยวชาญพิเศษหรือเทียบเท่า ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ต.ช.ก่อน
ม.46 ให้ พงส.ตาม ม.44 ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ตามระเบียบ ก.ตร.กำหนดโดยความเห็นชอบของ กระทรวงการคลัง
โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติและดำรงอยู่อย่างมีเกียรติเมื่อเทียบกับข้าราชการฝ่ายอื่นในงานยุติธรรม
ม.47 การเลื่อนตำแหน่ง พงส. (สามปี ,เงินเดือนถึง,ผ่านประเมิน )เลื่อนขึ้นเรื่อย ๆ เว้นแต่ จะขึ้นตำแหน่ง ผบก.ต้องมีตำแหน่งว่าง การประเมินพิจารณาปริมาณและคุณภาพของสำนวน ตาม ระเบียบ ก.ตร.
หมวด 2 การบรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนขั้นเงินเดือน ม.48 – 66
ม.48 คุณสมบัติ ตำรวจ สัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี เลื่อมไสประชาธิปไตย ฯลฯ
ม.49 การบรรจุบุคคลเป็น ตร.ตาม พ.ร.บ.นี้ ให้ ผู้บังคับบัญชาที่กำหนดใน ระเบียบ ก.ตร.เป็นผู้มีอำนาจบรรจุและแต่งตั้ง
ม.50 การบรรจุบุคคลเป็น ตร.ขั้น พลตำรวจ ชั้นประทวน ชั้นสัญญาบัตร ให้บรรจุจากบุคคลที่ ได้รับคัดเลือกหรือ
สอบแข่งขันได้ หลักเกณฑ์เป็นไปตาม กฎ ก.ตร. และ ผบ.ตร.หรือ ผบ.ที่รับมอบอำนาจ เป็นผู้จัดให้มีคัดเลือก
หรือสอบแข่งขัน
ม.51 การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง (1) ผบ.ตร.ได้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งจาก ตร.ยศ พล.ต.อ. ฯลฯ
ม.52 การเลื่อนจากชั้นพลตำรวจหรือชั้นประทวน เป็นชั้นสัญญาบัตร ได้ตาม กฎ ก.ตร.
ม.53 การแต่งตั้ง (1)ผบ.ตร,(2)จเร ,รอง ผบ. ตร. (3) ผู้ช่วย ผบ.ตร. ( 4 ) ผบช.
(1) ผบ.ตร.นายกคัดเลือกรายชื่อ เสนอ ก.ต.ช.พิจารณาเห็นชอบ แล้วนายก นำโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
(2) จเร ตร., รอง ผบ.ตร.(3) ผู้ช่วย ผบ.ตร.( 4) ผบช. ให้ ผบ.ตร.คัดเลือกรายชื่อ เสนอ ก.ตร.พิจารณา นายกนำ
โปรดเกล้า
ม.54 การแต่งตั้ง รอง ผบช.ลงมา
1. การแต่งตั้ง (5) รอง ผบช.และ (6) ผบก. ใน สนง.ผบ.ตร. ให้ ผบ.ตร.คัดเลือกรายชื่อ ตร.ใน สนง.ผบ.ตร.
เสนอ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกนำโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
- กรณีแต่งตั้งในกองบัญชาการที่สังกัด สนง.ผบ.ตร.ให้ ผบ.ตร.รับฟังข้อเสนอแนะของ ผบช.ที่เกี่ยวข้องด้วย
2. การแต่งตั้ง (5) รอง ผบช.และ (6) ผบก.ในกองบัญชาการที่ ไม่ได้สังกัด สนง.ผบ.ตร.ให้ ผบช.คัดเลือก
รายชื่อ ในกองบัญชาการนั้น เสนอ ผบ.ตร.เพื่อพิจารณา แล้วเสนอ ก.ตร.ให้ความเห็นชอบ ก่อน นายกนำ
โปรดเกล้า
3. การแต่งตั้ง ( 7 ) รอง ผบก. ลงมา ใน สนง.ผบ.ตร.หรืองกองบัญชาการที่มิได้สังกัด สนง.ผบ.ตร.ให้
ผบ.ตร.หรือ ผบช.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง โดยให้ ผบก.ที่เกี่ยวข้องมีข้อเสนอแนะและเห็นชอบด้วย หากไม่เป็นที่
ยุติ ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้ชี้ขาด การแต่งตั้ง ผกก.ลงมา ไม่สูงกว่าตำแหน่งเดิมภายในกองบังคับการในสังกัด
และ ไม่สังกัด สนง.ผบ.ตร.ให้ ผบก.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
- การกำหนดขั้นตอนใด ๆ อันเป็นการชะลอ จำกัด ตัดทอน ตาม ม.53 จะกระทำมิได้ เว้นแต่ กฎหมาย
บัญญัติหรือเพื่อเป็นประโยชน์ของทางราชการ
ม.55 (แต่งตั้งข้ามภาค) การตั้ง รอง ผบช ,ผบก ให้ ผบช.ที่เกี่ยวข้องทำความตกลงกัน นำเสนอผบ.ตร.แล้วเสนอ ก.ตร.
เห็นชอบแล้ว เสนอ ต่อ นมต. ทูลเกล้า ฯ ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ ผบ.ตร.กับ ผบ.ทำความเสนอ ก.ตร.พิจารณา
- ตั้ง รอง ผบก.ให้ ผบ.ตร.และ ผบ.ทำความตกลงกันและให้ ผบ.ตร.และ ผบช.เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
- ตั้ง รอง ผบก.ระหว่าง บช.ด้วยกัน ให้ ผบช.ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง
ม.56 ถ้า ผบ.ตร.เห็นว่า การใช้อำนาจ ของ ผบช. ในการสั่งแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ให้ ผบ.ตร.มีอำนาจแต่งตั้งใหม่โดน
เสนอผ่าน ก.ตร.เห็นชอบก่อน
ม.57 การแต่งตั้ง ให้คำนึง ถึง อวุโส ผลงาน ความประพฤติ ความรู้ ตาม กฎ ก.ตร.
ม.58 ตร.มีวุฒิสูงขึ้น มีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนสูงขึ้น
ม.59 ถ้าจำเป็น ก.ตร.อาจบรรจุตำแหน่งตำกว่าเดิมพิเศษเฉพาะรายได้
ม.60 ผู้สอบตำรวจได้ ให้ ทดลองงาน 6 เดือน ถ้าไม่ผ่านประเมิน ถือว่าไม่เคยเป็นตำรวจไม่มีผลกระทบกับเงินเดือน
ที่เคยรับ
ม.61 การสำรองราชการ – นายก สำหรับ ผบ,ตร , ผบ.ตร. สำหรับ ตร.ทุกตำแหน่ง – ผบช.สำหรับ ตำรวจใน บช.ทุก
ตำแหน่ง
ม.62- ไม่มี
ม.63 การโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ มาเป็นตำรวจ
- โอนได้ คือ
1.ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ 2.พนง.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถทำได้ เมื่อเจ้าตัว
สมัครใจ และ ตร.ต้องการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ ตร.จะได้รับ
- โอนไม่ได้ คือ
1.ข้าราชการการเมือง 2.ข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติงาน 3.พนง.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติงาน
ม.64 ให้ ผบ.ตร.เลื่อนเงินเดือนให้ ระดับ ส.8,ส.7 , ส.6 เมื่อ ก.ตร.เห็นชอบแล้ว ส่วน ส.5 5 ลงมา เป็นตามระเบียบ
การเลื่อนเงินเดือน คำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงาน ความสามารถ ความอุตสาหะ ตาม กฎ ก.ตร
ม.65 ตายในหน้าที่ ได้เลื่อนเงินพิเศษ
ม.66 หาความรู้เพิ่มเติม
หมวด 3 เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มอื่น(มีแก้ไขใหม่ ปี 54)
ม.67( แก้ไขใหม่)อัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้
เงินประจำตำแหน่งและการรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ให้เป็นไปตามบัญชีท้าย
พระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน
ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใด จะได้รับเงินประจำตำแหน่งท้าย พ.ร.บ.นี้ ในอัตราใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน
พระราชกฤษฎีกา การปรับอัตราเงินเดือนเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ โยเพิ่มร้อยละเท่ากันทุกอัตรา
อัตราใดมีเศษไม่ถึง 10 บาท ให้ปรับเป็น 10 บาท ถือว่าปรับในอัตราที่เท่ากัน
ม.68 อัตราเงินเดือน ผบ.ตร.รับ ส.9- พลเอก รับ ส.8, เพิ่มเติม พันเอก (พิเศษ) รับ ส.5 ถึง ส.6 พันเอก รับ ส.4 ถึง ส.5,พันโท รับ ส.3 ถึง ส.4 , พันตรี รับ ส 2 ถึง ส.3 ร้อยเอก รับ ส.1ถึง ส.3 ,ด.ต. รับ ป 3 ถึง ส .3 ,จ่าพิเศษ รับ ป 2 ถึง ป 3
ข้าราชการตำรวจ ตาม (5) ถึง (11) ซึ่งได้รับเงินเดือนเต็มขั้น สูงสุดที่ตนได้รับอยู่ ในขณะนั้น ในปีงบประมาณใด หากผ่านการประเมิน สมรรถภาพ ความประพฤติ ความรู้ความสามารถ และผลการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ให้มีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้นตามที่กำหนดไว้แล้วแต่กรณีอีกหนึ่งระดับ โดยเริ่มต้นให้ได้รับขั้นเงินเดือนในขั้นใกล้เคียงไม่ต่ำกว่าขั้นเงินเดือนเดิม (ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด )
ม. 69 ตร.อาจได้รับเงินพิเศษค่าครองชีพ ตามภาวะเศรษฐกิจ ตามที่กำหนดใน พรฏ.
( สูตร พิเศษครองชีพ ตามเศรษฐกิจเป็นกฤษฎีกา )( พิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอื่น ครม.ยื่นให้)
ม.70 ตร.อาจได้รับเงินพิเศษรายเดือน เงินเพิ่มอื่น เงินช่วยเหลือ ตามที่ ครม.กำหนด
ม.71 ตร.ได้รับเงินเพิ่มประจำตำแหน่งในต่างประเทศ ตาม ระเบียบ ก.ตร.( โดยความเห็นชอบ ของ กระทรวงการคลัง )
- (พงส.ตาม ม.44 ได้เงินเพิ่มพิเศษ ตามระเบียบ ก.ตร. ( โดยความเห็นชอบ ของ กระทรวงการคลัง )
หมวด 4 การรักษาราชการแทน
ม.72 นายก สำหรับ ผบ.ตร , ผบ.ตร.สำหรับ จเรหรือรอง ผบ.ตร.เทียบเท่าลงมา ผบช.สำหรับ ผบก.ลงมา,ผบก.
สำหรับผกก.ลงมา
ม.73 ให้ ผบช.เป็นตัวแทน ผบ.ตร.ในส่วนของ บช. ตามที่ ก.ต.ช.กำหนด ( ม.18 การกระจายอำนาจ)
ม.74 ถ้าไม่มีการกำหนดเรื่องมอบอำนาจ ไว้ ให้ รองจากตำแหน่งนั้น ปฏิบัติราชการแทน การมอบอำนาจให้ทำเป็น
หนังสือ ผู้รับมอบจะมอบต่อให้ใครอีกไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากผู้มอบอำนาจเป็นกรณี ๆไป
ม.75 รักษาราชการแทนมีอำนาจเท่าคนที่แทน มีผลนับแต่เวลาที่เข้ารับหน้าที่ รองหรือผู้ช่วยให้หมดหน้าที่ทันที่
ม.76 หน้าที่ใด เป็นของปลัดกระทรวง ในส่วน สตช.ให้เป็นหน้าที่ของ ผบ.ตร.
หมวด 5 วินัยและการรักษาวินัย
ม. 77 ตร.ต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ มติ ครม.และจรรยาบรรณ ของ ตร.ตาม กฎ ก.ตร.โดยเคร่งครัด กฎ ก.ตร.มี
ผลใช้บังคับ เมื่อพ้น 60 วันหลังประกาศในกิจจา
ม.78 วินัยไม่ร้ายแรง มี 18 ข้อ
ม.79 วินัยร้ายแรง มี 7 ข้อ (ละเว้น,ละทิ้ง,กดขี่เหยียดหยาม,ติดคุก,ทำชั่ว,ละเว้นเสียหายร้ายแรง,ไม่ทำตามกฎ)
ม.80 ให้ผู้บังคับบัญชา ดูแลเรื่องวินัยของลูกน้อง ถ้าละเลย ถือว่าผิดวินัย
ม.81 ถ้าลูกน้องดื้อ ผู้บังคับบัญชา มีอำนาจใช้อาวุธและกำลังบังคับได้ทำโดยสุจริต แต่ต้องรายงานตามลำดับชั้น
ม.82 โทษทางวินัย มี 7 สถาน คือ ภาคทัณฑ์(ว่ากล่าว) ทัณฑกรรม(ทำโยธา) กักยาม กักขัง (ทำโยธาได้)ตัดเงินเดือน
ปลดออก ไล่ออก (ร้ายแรง)
ม.83 การลงโทษให้ทำเป็นคำสั่ง ว่าผิดวินัยกรณีใด รับโทษใด ตาม กฎ ก.ตร.
หมวด 6 การดำเนินการทางวินัย
ม.84 เมื่อมีการกล่าวหาหรือสงสัย ให้ผู้บังคับบัญชา สืบสวนว่ามีมูลหรือไม่(โดยตั้ง กก.สืบสวนข้อเท็จจริง สืบสวนให้เสร็จ ใน 60 วัน) แล้วแจ้งให้เขาทราบ และชี้แจง ใน 15 วัน ถ้าไม่มีมูลก็สั่งยุติ
ม.85 ผิดวินัยไม่ร้ายแรงทำตาม ตามม. 89
ม.86 ผิดวินัยร้ายแรง ทำตาม ม.90
ม.87 หลักเกณฑ์การสืบสวนให้เป็นไปตาม กฎ ก.ตร. ให้ผู้บังคับบัญชา ผู้มีอำนาจ พิจารณาโทษ ให้เสร็จ ใน 240 วัน
นับแต่ได้รับสำนวน ตามระเบียบ ถ้าไม่เสร็จขยาย ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ๆ ละ ไม่เกิน 60 วัน ถ้าไม่เสร็จอีก ให้ผู้ถูก
กล่าวหาอยู่ในฐานะเดิม ไม่ถือว่าอยู่ระหว่างถูกสืบสวน
ม.88. เมื่อมีเหตุจำเป็น สามารถกักตัวไว้สอบสวนได้ แต่ไม่เกิน 15 วัน
ม. 89 ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษ ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยาม หรือตัดเงินเดือน ถ้ามีเหตุควรลดโทษนำมาลดได้
โทษภาคทัณฑ์ ใช้กับผิดวินัยเล็กน้อย ไม่ถึงโทษทัณฑกรรม ผิดวินับเล็กน้อยถ้าควรลดโทษ ให้ทำเป็นหนังสือ
หรือว่ากล่าวตักเตือนได้ ถ้าโทษสูงกว่าอำนาจสั่งการให้เสนอผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป สถานโทษและอัตรา
โทษ เป็นไปตาม กฎ.ก.ตร
ม.90 วินัยร้ายแรง ให้ลงโทษ ปลดออก ไล่ออก ถ้ามีเหตุลดหย่อนโทษ ห้ามลงโทษต่ำกว่า ปลดออก การพิจารณาลงโทษ ให้ผู้มีอำนาจ ตาม ม.72 (2)(3)(4) ตั้งคณะกรรมการพิจารณา โดยกรรมการอย่างน้อยต้องมีรองหัวหน้าหน่วยงานนั้นอยู่ด้วย
ม.91 เมื่อลงโทษลูกน้องแล้ว ให้รายงานหน่วยเหนือและ ผบ.ตร.ถ้า หน่วยเหนือเห็นว่าลงโทษไม่เหมาะสม สั่ง
เปลี่ยนแปลงโทษได้ แต่ต้องไม่เกินอำนาจตัวเอง ถ้าเกินอำนาจให้เสนอต่อจนถึงผู้มีอำนาจสั่งลงโทษ ถ้าหากการจะสั่งลงโทษหรือเพิ่มโทษเป็นทำผิดวินัยร้ายแรง ให้เสนอ ผบ.ตร.ดำเนินการ
ม.92 ถ้า ตร.ถูกออกจากราชการไปในเรื่องใดแล้ว ก.ตร.เห็นสมควรจะสอบสวนเพิ่มเติมให้มีอำนาจทำได้
ม.93 ให้ คณะกรรมการสืบสวน มีอำนาจ เป็น เจ้าพนักงาน ป.อาญา ดำเนินการตาม ปวิ.อ.ได้
ม.94 ถูกสอบวินัยร้ายแรงและถูกออกจากราชการไปแล้ว แต่มีมูลผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญป้องกัน
ปราบปรามการทุจริต ให้สอบต่อได้ ต้องเสร็จใน 1 ปี นับแต่วันออกจากราชการ เหมือยังไม่ออก สอบแล้วโทษ
เล็กน้อย(ภาคทัณฑ์) ให้งดเสีย
ม.95 ถ้าถูกสั่งพักราชการ ขณะถูกสอบ เมื่อสอบแล้ว โทษไม่ถึงกับปลดออก ไล่ออก ให้สั่งกลับตำแหน่งเดิมหรือ
ตำแหน่งเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติ (ถือเป็นตำรวจตลอดมา) แต่ถ้าผิดวินับอื่นอีก สั่งสอบแม่งอีก
ม.96 ตร.ที่อาจถูกสืบสวน แต่ออก จาก ตร.ไปก่อนถูกสืบสวน ขอกลับเข้ามาใหม่ ใน 5 ปี ตั้งกรรมการสอบใหม่ได้
หมวด 7 การออกจากราชการ
ม.97 ตาย – รับบำเหน็จ – ลาออก – สังให้ออก ( ตาม ม.60 ฝึกงาน , ม.95 ออกไว้ก่อน , ม.98 ขาดคุณสมบัติ , ม.100
เจ็บป่วย , ม.101 หย่อนยาน, ม.102 มัวหมอง , 103 ศาลสั่งจำคุก จากประมาทหรือลหุโทษ )- ปลดออก,ไล่ออก
ม.98 –
ม. 99 การลาออก ให้ยื่นต่อ ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป ชั้นหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจ ตาม ม.72 พิจารณา ตามระเบียบ ถ้าลาออกเล่นการเมือง ให้ใบลามีผลทันที ถ้าจำเป็นเพื่อประโยชน์ ยับยั้งได้ไม่เกิน 3 เดือนตามระเบียบ ก.ตร.
ม.100 เจ็บป่วย ทำงานไม่ได้ ให้ลาออกรับบำเหน็จบำนาญ
ม.101 หย่อนยาน ให้ตั้งกรรมการ ให้ชี้แจง ผู้สั่ง ดูแล้วควรออก ให้เสนอ ม.72 พิจารณาให้ออกรับบำเหน็จบำนาญ
ม.102 มีมลทินหรือมัวหมอง ซึ่งอาจเสียหายต่อราชการ ให้ เสนอ ม.72 พิจารณา ให้ออกรับบำเหน็จบำนาญ
ม.103 ศาลสั่งจำคุก จากประมาทหรือลหุโทษ ( ไม่ถึงปลดออกหรือไล่ออก) ม.72 นิมนต์ให้ออกรับบำเหน็จบำนาญ
ม.104 ระดับ รอง ผบก.ขึ้นไป หากออกตาม ม.97 ให้ นายก กราบทูลเพื่อทรงทราบ ระดับ ผบ.ตร.,จเร ,รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ให้กราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ยกเว้น ตาย
หมวด 8 การอุทธรณ์
ม.105 ตร.ที่ถูกสั่งลงโทษ หรือสั่งให้ออก มีสิทธิ์อุทธรณ์ ดังนี้
- โทษ ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กักยามกักขัง ตัดเงินเดือน อุทธรณ์ต่อผู้สั่ง,ถ้า ผบ.ตร.สั่งลงโทษ อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.
- โทษ ปลดออก ไล่ออก หรือให้ออก อุทธรณ์ ต่อ ก.ตร.(โทษทั้งหมดต้องอุทธรณ์ใน 30 วัน)
- พิจารณาอุทธรณ์ ให้เสร็จใน 240 วัน นับแต่รับอุทธรณ์ ไม่เสร็จขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ๆ ละ 60 วัน
หมวด 9 การร้องทุกข์
ม.106 ถ้าผู้ใดเห็นว่า ผู้บังคับบัญชา ใช้อำนาจต่อตนไม่ถูกต้อง ตามระเบียบ กฎหมาย หรือมิชอบ ให้ ร้องทุกต่อผู้บังคับบัญาหรือ ก.ตร.ได้ ตามกฎ ก.ตร.
หมวด 10 เครื่องแบบตำรวจ
ม.107 ลักษณะ ชนิด ประเภทเครื่องแบบ เวลา สมควรอย่างไร เงื่อนไขใด ตามกำหนดในกฎกระทรวง
ม.108 ไม่มีสิทธิ์แต่งเสือกแต่งติดคุก 3 เดือนถึง 5 ปี ถ้าระหว่างกฎอัยการศึก/ประกาศภาวะฉุกเฉิน/ทำผิดอาญา เพิ่ม
เป็นแต่ 1 – 10 ปี
ม.109 ตร.แต่งแล้วทำผิด ป.อาญา ที่มีโทษอย่างสูงแต่ 1 ปีขึ้นไป มีโทษจำคุกแต่ 1 – 7 ปี
ม.110 แต่งคล้าย ตร.ทำให้เสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่น เกลียดดัง คุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 1000-10000 บาท ถ้าระหว่าง
กฎอัยการศึก/ประกาศภาวะฉุกเฉิน/ทำผิดอาญา เพิ่มเป็นแต่ 1 – 10 ปี
ม.111 ถ้าแต่งเพื่อแสดงละคร หนัง หรือสาธารณะชน ต้องแจ้งหัวหน้าสถานีที่จะทำการแสดงก่อน
ลักษณะ 7 กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ม.112 ชื่อเรียก กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ม.113 กองทุนมาจาก เงินอุดหนุนจากรัฐ เงินทรัพย์สินจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการท้องถิ่นหรือมูลนิธิ
ดอกผลกองทุน เงินเปรียบเทียบปรับ พรบ.จราจร ที่ ครม.ให้มา
ม.114 เงินกองทุนต้องใช้ประโยชน์ภายในขอบวัตถุประสงค์ของกองทุน
ม.115 คณะกรรมการบริหารกองทุน ผบ.ตร.เป็นประธาน
ม.116 หน้าที่ คณะกรรมการบริหารกองทุน
- ออกระเบียบการจ่ายเงิน ซึ่ง เมื่อ ก.ต.ช.เห็นชอบแล้ว ใช้บังคับได้
- วางระบบบัญชี ตามที่ผู้แทนกรมบัญชีกลางและผู้แทนสำนักงบประมาณเสนอแนะ
- รายงานสถานการเงิน ต่อ ก.ต.ช.
ม.117 ให้คณะกรรมการ ฯ ทำงบการเงินและบัญชี ส่งผู้ตรวจสอบบัญชี ใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นปี ปฏิทิน
- ให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีกองทุนทุกรอบปี เสนอ ต่อ ก.ต.ช. และกระทรวงการคลัง
บทเฉพาะการ ม.118 – 128 จบ
http://www.sobtid.com/read.php?tid=1545&page=e&#a