กฎ ก.ตร.การสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2547
1.กรณีใดที่ต้องทำการสืบสวนข้อเท็จจริง?
ก.ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัข
ข.ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานอื่นแจ้งมาให้ทราบว่าข้าราชการตำรวจในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือสงสัยกระทำผิดวินัย
ค.กรณีอื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชาหรือจเรตำรวจเห็นควรให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง
ง.ทุกข้อที่กล่าวมาต้องมีการสืบสวนข้อเท็จจริง
ตอบ ง.
2.การแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้ผู้ใดทำการสืบสวนประธานกรรมการหรือผู้สืบสวน ต้องมีตำแหน่งและยศในระดับใด
ก.ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา
ข.ถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลาง ประธานกรรมการหรือผู้ทำการสืบสวนต้องมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรี
ค. ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาคต้องมียศไม่ต่ำกว่าร้อยตำรวจเอก
ง.ทุกข้อถูก
ตอบ ง.
3. การประชุมกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่ากี่คน ?
ก.ไม่น้อยกว่าสามคน
ข.ไม่น้อยกว่าห้าคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
คไม่น้อยกว่าสี่คนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
ง.ไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
ตอบ. ง.ไม่น้อยกว่าสามคนและไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
(ข้อ 14 (2))
4. การประชุมกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้อใดถูก?
ก.ต้องมีประธานเข้าร่วมประชุมด้วยไม่มีข้อยกเว้น
ข.หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้ ให้ รอง นายกฯ เข้าประชุมแทนได้
ค. นายกฯ สามารถมอบอำนาจให้ใครมาเป็นประธานก็ได้
ง. หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
ตอบ ง. หากประธานไม่สามารถมาประชุมได้ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
5. กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงหากสืบสวนไม่เสร็จและขออนุมัติขยายเวลาออกไปอีกหลายครั้งจนครั้งสุดท้าย หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาสืบสวนออกไปเกินกว่าสามสิบวัน ให้เสนอขออนุมัติต่อใคร?
ก. ผู้สั่งแต่งตั้งกรรมการสืบสวน
ข.ผู้บังคับบัญชา ที่มอบหมาย
ค.ผู้บังคับบัญชาโดยตรง
ง.ผู้บังคับบัญชา ชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง
ตอบ. ง.ผู้บังคับบัญชา ชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง (ข้อ 16(2))
6. กรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำอย่างน้อยกี่คน?
ก. 2 คน ข . 3 คน
ค. 4 คน ง. 5 คน
ตอบ ข
7. การแจ้งคำสั่งให้แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องที่ถูกกล่าวหาต่อประธานกรรมการสืบสวนภายในกี่วัน
ก.7 วัน ข. 15 วัน
ค. 30 วัน ง. 45 วัน
ตอบ ข.
8.การสืบสวนข้อเท็จจริง คณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สืบสวน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดอย่างไร?
ก. ไม่เกิน 15 วัน ข.ไม่เกิน 30 วัน
ค. ไม่เกิน 60 วัน ง. ไม่เกิน 90 วัน
ตอบ ค.
9.ถ้าเอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนการสืบสวนให้ใช้ต้นฉบับ แต่ถ้าไม่อาจจำต้นฉบับมาได้จะทำอย่างไร?
ก.ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ ข. ให้รวบรวมใหม่ และ ขอให้ กรรมการสืบสวน รับรอง
ค.ใช้สำเนาที่ผู้สืบสวนหรือ คณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบก็ได้
ง.จะใช้สำเนาที่กรรมการสืบสวนหรือ ผู้สืบสวน หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบรับรองว่าเป็นสำเนาถูกต้อง
ตอบ ง.
10.การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยานของคณะกรรมการสืบสวนต้องมีกรรมการสืบสวนอย่างน้อยกี่คนจึงจะสอบสวนได้?
ก. ไม่น้อยกว่า 2 คน ข.ไม่น้อยกว่า 5 คน
ค. ไม่น้อยกว่า 8 คน ง. ไม่นอ้ยกว่า 15 คน
ตอบ ก.
11. ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้ร่วมฟัง ที่อยู่ในที่สืบสวนไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกเหตุนั้นไว้ในบันทึกถ้อยคำนั้น ใครจะต้องเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองด้วย ?
ก. ประธานสืบสวนทุกคนที่รวมสืบสวนหรือประธานผู้สืบสวน
ข. กรรมการทุกคนรวมทั้งประธานด้วย
ค. กรรมการสืบสวนเฉพาะที่ร่วมสืบสวนเท่านั้น
ง. กรรมการสืบสวนทุกคนที่รวมสืบสวนหรือผู้สืบสวน
ตอบ . ง.
12.การพิจารณาการคัดค้านผู้ที่ได้รับหนังสือคัดค้านอาจตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสมและให้พิจารณาสั่งการโดยไม่ชักช้า ภายใน กี่ วัน ?
ก. ไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสืบคัดค้าน
ข. ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสืบคัดค้าน
ค. ไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสืบคัดค้าน
ง. ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสืบคัดค้าน
ตอบ ข.
13.ในการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา จะนำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนจำนวนกี่คนเข้าร่วมรับฟังได้ และห้ามบุคคลใดเข้าร่วมฟัง
ก. ไม่เกินสองคนเข้าร่วมฟังได้ ทนายความหรือที่ปรึกษาที่เข้าร่วมฟังจะให้ถ้อยคำแทนผู้ถูกกล่าวหาก็ได้
ข. ไม่เกินหนึ่งคนเข้าร่วมฟังได้ ทนายความหรือที่ปรึกษาที่เข้าร่วมฟังจะให้ถ้อยคำแทนผู้ถูกกล่าวหาได้
ค. ไม่เกินสองคนเข้าร่วมฟังได้ ทนายความหรือที่ปรึกษาที่เข้าร่วมฟังจะให้ถ้อยคำแทนผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้
ง. ไม่เกินหนึ่งคนเข้าร่วมฟังได้ ทนายความหรือที่ปรึกษาที่เข้าร่วมฟังจะให้ถ้อยคำแทนผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้
ตอบ ง.
14. กรณีปรากฏ ว่า การสืบสวนตอนใดไม่ถูกต้อง ในการสืบสวนตอนนั้นเสียไป เฉพาะในกรณีใดบ้าง ?
ก.การประชุมของคณะกรรมการสืบสวนมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่ครบ
ข.การสอบปากคำบถุคคลดำเนินการไม่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้
ค. ถูกทั้ง ก และ ข
ง. ผิดทั้ง ก และ ข
ตอบ ค.
15 ในการบันทึกถ้วยคำ ห้ามมิให้ขูดลบหรือบันทึกข้อความทับถาจะต้องแก้ไข ข้อความที่ได้บันทึกไว้แล้วให้ใช้วีธีใด และให้กรรมการสืบสวนผู้ร่วมสืบสวนอย่างน้อยกี่คน
ก. อย่างน้อย 1 คน หรือ ผู้สืบสวนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือ ตกเติม
ข . อย่างน้อย 2 คน หรือ ผู้สืบสวนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือ ตกเติม
ค. อย่างน้อย 3 คน หรือ ผู้สืบสวนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือ ตกเติม
ง. อย่างน้อย 4 คน หรือ ผู้สืบสวนกับผู้ให้ถ้อยคำลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่งที่ขีดฆ่าหรือ ตกเติม
ตอบ ก.
จริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ (ใช้สอบชั้นประทวน )
16. จริยธรรมของตำรวจหมายถึงอะไร?
ก. คุณงามความดี ความประพฤติที่เรียบร้อย การปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง
ข. คุณงามความดีทั้งทางกาย วาจา และ ใจ ควรประพฤติปฏิบัติทั้งในหน้าที่ การงาน และ ชีวิตประจำวัน
ค. คุณงามความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ รวมถึง การปฏิบัติตนตามหน้าที่ผู้มีวิชาชีพตำรวจ
ง. คุณงามความดี ความยึดมั่นในความคิดสูงสุดในหน้าที่ตำรวจ
ตอบ ข.
17 ค่านิยมหลัก หมายความว่าอย่างไร
ก. อุดมคติของตำรวจไทย
ข.ความเชื่อถือมาตรฐานข้าราชการตำรวจ
ค. วิสัยทัศน์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ง. ถูกหมด
ตอบ ข.
18. ข้อมูล ข่าวสารที่ข้าราชการตำรวจได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรักษาเป็นความลับ จะเปิดเผยได้เมื่อไร?
ก.เมื่อมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือเพื่อประโยชน์ใน ราชการตำรวจที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น
ข..เมื่อมีความจำเป็นและศาลสั่ง
ค.เพื่อประโยชน์ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ใน ราชการเท่านั้น
ง. เพื่อการดำเนินการตามกระบวนการของผู้บังคับบัญชาและ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น
ตอบ ก.
19.จรรยาบรรณของตำรวจคือ อะไร?
ก. ประมวลความรู้ในการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจ ที่ข้าราชการตำรวจต้องยึดถือนำมาปฏิบัติ
ข.ประมวลความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจ ที่ข้าราชการตำรวจต้องยึดถือ เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของข้าราชการตำรวจและวิชาชีพตำรวจ
ค.ประมวลความสามารถของวิชาชีพตำรวจ ที่ข้าราชการตำรวจต้องยึดถือ เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของประเทศ
ง. ประมวลศีลธรรมของตำรวจ ที่ต้องยึดถือ เพื่อนำไปปฏิบัติในหน้าที่ของตนให้มีจรรยาบรรณ
ตอบ ข.ประมวลความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจ ที่ข้าราชการตำรวจต้องยึดถือ เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของข้าราชการตำรวจและวิชาชีพตำรวจ
20. การทารุณหรือทารุณกรรม หมายถึง?
ก.การปฏิบัติหรือกระทำใดๆ ต่อร่างกายหรือจิตใจของบุคคล ในลักษณะที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส หรือ ดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ข.การกระทำการใดๆต่อบุคคล ที่ผิดตามบัญญัติของกฎหมาย และระบุว่าเป็นความผิดทางอาญา
ค.การกระทำใดๆต่อบุคคล ในลักษณะที่โหดร้าย ผิดสิทธิมนุษยชน หรือก่อให้เกิดความเจ็บต่อกายใจความเป็นมนุษย์
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.การปฏิบัติหรือกระทำใดๆ ต่อร่างกายหรือจิตใจของบุคคล ในลักษณะที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส หรือ ดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
(ข้อ 2 ฉบับแนบท้ายกฎ ก.ตร.)
21.ข้าราชการตำรวจต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณตำรวจและกฎหมายอย่างเคร่งครัดแต่ กรณีใดอาจใช้มาตรการรุนแรง ?
ก.ผู้บังคับบัญชาสั่ง ข. มีเหตุผลเพียงพอ
ค.การใช้มาตรการปกติแล้วไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้
ง. กรณีจำเป็นเร่งด่วน จะรอคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่ได้ เพราะทำให้รูปคดีเสีย
ตอบ ค.การใช้มาตรการปกติแล้วไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้
(ข้อ 17 (3) ฉบับแนบท้าย กฎ ก.ตร.)
22. คุณธรรมที่ข้าราชการตำรวจยึดถือ ตามประบรมราโชวาทเป็นเครื่องยึดหนี่ยวรั้งในการประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติหน้าที่ มีกี่ประการ
ก. สามประ การ ข. สี่ประการ ค. ห้าประการ ง. หกประการ
ตอบ ข.สี่ประการ ( ส่วนที่ 1 ข้อ 4 )
23. การพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคลทุกระดับ คำนึงถึงเรื่องใด
ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ข. ความสามารถ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ค. ความรู้ การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ง. ความอาวุโส การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ตอบ ก. พฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าว
ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย
24. กรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจคืออะไร
ก.จรรยาบรรณตำรวจตามกฏศีลธรรม
ข.จริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนด้วย
ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ง.ถูกหมด
ตอบ ค.ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.
ให้ใช้ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจท้ายกฎ ก.ตร.นี้ เป็นกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ
25. กฎ ก.ตร. เรื่องประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อใด?
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันมีพระราชโองการ
ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกฤษฏีกา
ก.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศกฏกระทรวง
ตอบ ข.พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
26. หน่วยงานระดับใดบ้างที่ควรคำนึงพฤติกรรม การปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เมื่อมีการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ?
ก.ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ระดับกองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ
ค.ระดับกองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ง.ทุกระดับ
ตอบ ง.ทุกระดับ
ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดรวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการหรือหน่วยเทียบเท่ากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ควรคำนึงถึงพฤติกรรม การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของบุคคลดังกล่าวด้วย
27.หน่วยใดทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ ?
ก.โรงเรียนพระปริยยัติธรรมทุกแห่ง
ข.ศูนย์วัฒธรรมแห่งประเทศไทย
ค.กระทรวงศึกษาธิการ
ง.กองบัญชาการศึกษา
ตอบ. ง.กองบัญชาการศึกษา
ให้กองบัญชาการศึกษาทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรมของข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่กำหนดตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติหน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ รวมทั้งรณรงค์ ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ กำหนดหลักสูตร พัฒนาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจให้เทียบเท่าระดับสากล
28.หากผู้บังคับบัญชาไม่สอดส่องดูแลการประพฤติตามประมวลจริยธรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือว่าใครเป็นผู้จงใจละเมิดฝ่าฝื่นประมวลจริยธรรม
ก. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอดส่องดูแล
ข.ให้จเรตำรวจแห่งชาติรับหน้าที่ติดตาม
ค.ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชานั้นจงใจละเมิด หรือ ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนั้น
ง.ถูกหมด
ตอบ ค. ( มาตรา
29. จเรตำรวจมีหน้าที่และอำนาจอย่างไรบ้าง?
ก.ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ
ข.ให้ความเป็นธรรมในการร้องทุกข์ผู้ใต้บังคับบัญชา
ค.ทำหน้าที่แทน ผบ.ตร.ทุกอย่างที่มอบหมาย
ง.ถูกหมด
ตอบ ก. ( มาตรา
30.สตช.วางระเบียบเกี่ยวกับการรายงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกี่วันนับแต่ กฎ ก.ตร.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา?
ก. 7 วัน ข. 15 วัน ค.30 วัน ง.45 วัน
ตอบ ง.45 (9 – 10 )
31..การสอดส่องดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจเป็นหน้าที่ของใคร
ก. จเรตำรวจแห่งชาติ ข.ผบ.ตร. ค.ผู้บังคับบัญชาทุกคน ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ตอบ ก.( มาตรา
32..สถาบันการฝึกอบรมของสำนักตำรวจแห่งชาติต้องนำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจไปกำหนดแป็นเรื่องใด?
ก.กำหนดเป็นระเบียบในอำนาจหน้าที่เพื่อใช้บังคับตำรวจ
ข.กำหนดเป็นกฎ กระทรวงเพื่อความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติตนของตำรวจทุกหน่วย
ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ง.กำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติเพื่อความรับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชา
ตอบ ค.กำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
ข้อต่อไปนี้ เป็นเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547
จากสมาชิกในwww.vontaday.comที่ใช้ นามใน jareuk ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ บางข้อผมนำมาเฉลยใหม่ ผิดพลาดประการใดช่วยชี้แนะและท้วงติงด้วยครับ
33. กฎ ก.ตร. นี้มีหลักเกณฑ์อย่างไร
ก. ปรับปรุงการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
ข. ประเมินความสามารถในการปฏิบัติราชการของตำรวจ
ค.ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติราชการของตำรวจ
ง.เพื่อนำไปใช้พิจารณาแต่งตั้งและเลื่อนเงินเดือน
ตอบ ค.ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติราชการของตำรวจ (อ้างจาก 2 ว่ากฏ ก.ตร นี้ มีหลักเกณฑ์ที่จะประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัตราชการของข้าราชการตำรวจบนพื้นฐานของผลสำเร็จและผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก)
34.การประเมินให้ประเมินจากอะไรบ้าง
ก. ผลงาน
ข. การทำงาน
ค.คุณลักษณะของผู้ปฏิบัติ
ง.ข้อ กและ ค ถูก
ตอบ ข้อ ง ครับ ตามเหตุผล ข้อ 4
ข้อ ๔ การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ ให้ประเมินจากผลงานและคุณลักษณะผู้ปฎิบัติราชการ ดังนี้
(๑) การประเมินผลงานให้พิจารณาจากองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
(ก) ปริมาณงาน
(ข) คุณภาพของผลงาน
(ค) ความทันเวลา
(ง) ผลลัพธ์ ประโยชน์ในการนำไปใช้และประสิทธิผลของงาน
(จ) การประหยัดทรัพยากรหรือความคุ้มค่าของผลงาน
(๒) การประเมินคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการ ให้พิจารณาจากองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
(ก) ความสามารถและความอุตสาหะในการปฏิบัติราชการ
(ข) การรักษาวินัย
(ค) การปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจ
(ง) ความคิดริเริ่ม การสร้างสรรค์ และงานเชิงรุก
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาจกำหนดให้มีองค์ประกอบการประเมินอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้ตามความเหมาะสมของลักษณะภารกิจและสภาพการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ ในตำแหน่งต่าง ๆ โดยให้กำหนดตัวชี้วัดขององค์ประกอบการประเมิน รวมทั้งแบบประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม
35. การประเมินต้องให้มีการประเมินจากคุณลักษณะของผู้ประเมินเป็นจำนวนเท่าใด
ก. 70 เปอร์เซ็น
ข. 30 เปอร์เซ็น
ค. 50 เปอร์เซ็น
ง. แล้วแต่ความเหมาะสม
ตอบ ก. 70 เปอร์เซ็น (ข้อ7)
36.การประเมินจากคุณลักษณะของผู้ปฏิบัติมีอะไรบ้างที่ไม่ใช
ก.ความสามารถและอุตสาห์
ข.การประพฤติตนเหมาะสมกับการทำงาน
ค.การรักษาระเบียบวินัย
ง.ความคิดริเริ่ม ความสร้างสรร เชิงรุก
ตอบ ข.การประพฤติตนเหมาะสมกับการทำงาน (ข้อนี้หากถูกต้องตอบว่า การประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจ ตามข้อ 4(2))
37. คณะกรรมการพิจารณาการประเมินมีหน้าที่ใด
ก. ตรวจสอบการประเมินของผู้ประเมิน
ข.กำหนดหลักเกณฑ์ให้มีการประเมิน
ค.ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่รับการประเมิน
ง.รับการร้องเรียนจากผู้รับการประเมิน
ตอบ (จริงๆแล้ว คณะกรรมการทำหน้าที่พิจารณาคำร้องทุกข์ของผุ้รับการประเมินที่เห้นว่า ผลการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง ตามข้อ 9) แล้วจะตอบข้อไรดีครับ
38.หลักเกณฑ์ วิธีและระยะเวลาการประเมินมีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก.10 ก.ค. 2547 ข.16 ก.ค. 2547
ค. 17 ก.ค. 2547 ง.120 วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ ข้อนี้ตอบว่า วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามข้อ 1 ครับ
39.หลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินออกโดยอาศัยอำนาจใด
ก.พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 ข.มติ ก.ตร. เกี่ยวกับการพัฒนาระบบบริหารส่วนบุคคล
ค.การประชุมคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ครั้งที่ 5/2547 ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง.ถุกหมดครับ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗ และมติอนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗ จึงออกกฎ ก.ตร.ไว้ ดังต่อไปนี้
40.การประเมินต้องแบ่งออกอย่างน้อยสามช่วงคือ..
ก.ต่ำกว่าเกณฑ์ อยู่ในเกณฑ์ สูงกว่าเกณฑ์
ข.ต่ำกว่ามาตราฐาน อยู่ในมาตราฐาน สูงกว่ามาตราฐาน
ค.ต่ำกว่าเกณฑ์กลาง อยู่ในเกณฑ์กลาง สูงกว่าเกณฑ์กลาง
ง.ต่ำกว่ามาตราฐานกลาง อยู่ในมาตราฐานกลาง สูงกว่ามาตราฐานกลาง
ตอบ...... ( ข้อ ๗ การประเมินผลการปฏิบัติราชการ ให้มีสัดส่วนคะแนนการประเมินจากผลงานไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
และแบ่งกลุ่มผลการประเมินไม่น้อยกว่า ๓ กลุ่ม เช่น
กลุ่มสูงกว่ามาตรฐานกลาง
กลุ่มอยู่ในมาตรฐานกลาง
และกลุ่มต่ำกว่ามาตรฐานกลาง เป็นต้น
โดยให้ผู้บังคับบัญชา จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่มีผลการประเมินไว้ให้ชัดเจนทุกครั้งที่มีการประเมิน)
41.ให้เปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับการประเมินช่วงใด
ก. ผู้ได้รับผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์กลาง
ข.ผู้ได้รับผลการประเมินในระดับเกณฑ์กลง
ค.ผู้ได้รับผลการประเมินในระดับสูงกว่าเกณฑ์กลาง
ง.ต้องเปิดเผยทุกผู้ได้รับการประเมินทุกคน
ตอบ ค.ผู้ได้รับผลการประเมินในระดับสูงกว่าเกณฑ์กลาง
42.ให้มีระบบการจัดเก็บผลการประเมินเพื่อสิ่งใด
ก.ประกาศให้ทราบ ข.เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ค.เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ง.เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล
ตอบ ค.เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ (ข้อ 11 )
ข้อต่อไปนี้ เป็นเรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2547
จากสมาชิกในwww.vontaday.comที่ใช้ นาม bn22 ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ ผิดพลาดประการใดช่วยชี้แนะและท้วงติงด้วยครับ
ข้อ 43. กฎ ก.ตร ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ 2547 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่เท่าใด
ก.17 มีนาคม 2547 ข. 17 พฤษภาคม 2547
ค.17 กรกฏาคม 2547 ง. 17 ธันวาคม 2547
ตอบ ค
ข้อ 44 กฎ ก.ตร นี้มีหลักการที่จะประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานในเรื่องอะไรเป็นหลัก
ก ผลสำเร็จและผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข ความสามารถและความอุตสาหะในการปฏิบัติราชการ
ค ความคิดริเริ่มการสร้างสรรค์ และงานเชิงรุก
ง การปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการตำรวจ
ตอบ ก
ข้อ 45 ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
ก เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาระบบข้าราชการตำรวจ
ข เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาใช้เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงประสิทธิ์ภาพผลการปฏิบัติราชการ
ค เพื่อให้ผู้บังคับบัญชานำผลการประเมินไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
ตั้งแต่งและเลื่อนเงินเดือน
ง ข้อ ข และข้อ ค.ถูก
ตอบ ง
ข้อ 46 การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้ประเมินจากข้อใดดังต่อไปนี้
ก ผลงานและประสิทธิ์ภาพผู้ปฏิบัติราชการ ข.ผลงานและคุณลักษณะผู้ปฎิบัติราชการ
ค ประสิทธิ์ภาพและคุณลักษณะผู้ปฎิบัติราชการ ง ผลงานและปริมาณงานของผู้ปฏิบัติราชการ
ตอบ ข
ข้อ 47 การประเมินผลงานในการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้พิจารณาจากองค์ประกอบในข้อใดต่อไปนี้
ก ผลลัพธ์ ประโยชน์ในการนำไปใช้และประสิทธิ์ผลงาน
ข ปริมาณของผลงาน
ค คุณภาพของผลงาน
ง ถูกทุกข้อ
ตอบ ง
ข้อ 48 การประเมินคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการให้พิจารณาองค์ประกอบในข้อใดดังต่อไปนี้
ก ความริเริ่ม การสร้างสรรค์ และงานเชิงรุก ข ความทันเวลา
ค การประหยัดทรัพยากรหรือความเห็นค่าของผลงาน ง ถูกทุกข้อ
ตอบ ก
ข้อ 49 การประเมินผลการปฏิบัติราชการการตำรวจต้องทำปีละกี่ครั้ง
ก 2 ครั้ง ข 3 ครั้ง
ค 4 ครั้ง ง 5 ครั้ง
ตอบ ก
ข้อ 50 การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจครั้ง ที่1 ต้องทำในช่วงเวลาใด
ก ระหว่างวันที่1ตุลาคม ถึง31มีนาคม ของปีเดียวกัน
ข ระหว่างวันที่1ตุลาคม ถึง31มีนาคม ของปีถัดไป
ค ระหว่างวันที่1เมษายนถึง30ของปีเดียวกัน
ง ระหว่างวันที่1 เมษายนถึง31 กันยายน ของปีถัดไป
ตอบ ข
ข้อ 51 การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจครั้งที่2 ต้องทำในช่วงเวลาใด
ก ระหว่างวันที่1ตุลาคม ถึง31 มีนาคม ของปีเดียวกัน
ข ระหว่างวันที่1 ตุลาคมถึง31 มีนาคม ของปีถัดไป
ค ระหว่างที่1 เมษายน ถึง30 กันยายน ของปีเดียวกัน
ง ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน ของปีถัดไป
ตอบ ค
ข้อ 52 การประเมินผลการปฏิบัติราชการต้องมีสัดส่วนคะแนนการประเมินจากลงานไม่น้อย
กว่าร้อยละเท่าใด
ก ร้อยละ50 ข ร้อยละ60
ค ร้อย70 ง ร้อย80
ตอบ ค
ข้อ 53 การประเมินผลการปฏิบัติราชการต้องแบ่งกลุ่มผลการประเมินไม่น้อยกว่ากี่กลุ่ม
ก 3กลุ่ม ข 5กลุ่ม
ค7กลุ่ม ง 9กลุ่ม
ตอบก
ข้อ 54 ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการแบ่งกลุ่มผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ก กลุ่มสูงกว่ามาตรฐานกลาง ข กลุ่มอยู่ในมาตรฐานกลาง
ค กลุ่มต่ำกว่ามาตรฐานกลาง ง ถูกทุกข้อ
ตอบ ง
ข้อ 55 การประกาศรายชื่อผู้ที่มีผลการประเมินอยู่ในกลุ่มสูงวามาตรฐานกลางต้องทำโดยวิธีใด
ก ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอนรับ ข แจ้งทางโทรศัพท์
ค ประกาศในที่เปิดเผย ง ถูกทุกข้อ
ตอบ ค
ข้อ 53 ข้อใดต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาผลการประเมิน
ก ปรึกษาหรือแนะนำเกี่ยวกับการประเมินและผลการประเมิน
ข พิจารณาคำร้องทุกข์ของผู้รับการประเมินที่เห็นว่าผลการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง
ค จัดเก็บผลการประเมิน เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์
ง ปรับปรุงและพัฒนาการประเมินผลการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับกฎหมาย
ตอบ ข
ข้อ 57 เมื่อเสร็จสิ้นการประเมินผลการปฏิบัติราชการแต่ละครั้งแล้วผู้บังคับบัญชาหรือผู้ประเมินจะต้องดำเนินการ
ต่อไปอย่างไร
ก นำผลการประเมินเสนอ ก. ตร .เพื่อพิจารณา
ข นำผลการประเมินเสนอคณะกรรมพิจารณาผลการประเมินเพื่อพิจารณา
ค นำผลการประเมินเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณา
ง นำผลการประเมินไปใช้ประกอบการให้คำปรึกษาแนะนำแกผู้รับการประเมิน
ตอบ ง
ข้อ 58 หน่วยงานใดมีอำนาจในการวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ก สำนักงานจเรตำรวจ ข สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ง กองบัญชาการศึกษา
ตอบ ค
ข้อ 59 ในกรณีที่ผู้รับการประเมินเห็นว่าผลการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงผู้รับการ
ประเมินอาจเสนอคำร้อง ทุกข์ต่อบุคคลใดเพื่อพิจารณาได้
ก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข ผู้ประเมิน
ค คณะกรรมการพิจารณาผลการประเมิน ง ก.ตร.
ตอบ ค
ข้อ 60 หน่วยงานใดมีหน้าที่ดำเนินการกำหนดรายละเอียด วิธีการเพื่อถือปฏิบัติตาม กฏ ก.ตร นี้
ก สำนักงานจเรตำรวจ ข สำนักงานบัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ง ก.ตร.
ตอบ ค
ข้อ 61 หน่วยงานใดอาจกำหนดให้มีองค์ประกอบการประเมินอื่นๆ นอกจากที่กำหนดในกฎ ก.ตร นี้ เพิ่มเติมได้
ตามความเหมาะสมของลักษณะภารกิจและสภาพการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
ก ก.ต.ช ข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค สำนักงานจเรตำรวจ ง ก.ตร.
ตอบ ข
ข้อ 62 หน่วยงานใดมีหน้าที่ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาการประเมินผลการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มติคณะรัฐมนตรี ภารกิจและลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง
ก สำนักงานจเรตำรวจ ข สำนักงานบัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ง ก.ตร
ตอบ ค
http://www.คลังข้อสอบ.net/