บทความ: ทำไมถึงสอบภาค ก. เอาทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์มาจากไหน
ภาค ก. (ความรู้ความสามารถทั่วไป) ถือได้ว่าเป็นด่านชั้นแรกของคนที่จะเข้ารับราชการที่ต้องสอบ บางคนเคยตั้งคำถามว่าทำไมถึงสอบภาค ก.? บางคนไม่สงสัยเขาเอามาให้สอบก็สอบ ผ่านก็ดีใจ ไม่ผ่านก็สอบใหม่ ถ้าคนรุ่นหลังมาถามก็บอกไม่รู้ ทำตามเขามา ชุมชนของคนท้องถิ่นมีคำตอบให้ครับ
ภาค ก. ถือได้ว่าเป็นการวัดความสามารถทางสมองของมนุษย์ 7 ด้านและทฤษฎีที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ ?ทฤษฎีของเทอร์สโตน (L.L.Thurstone)? และนักวัดผลได้นำทฤษฎีมาใช้ในการทดสอบสมองของผู้เข้าสอบ ทฤษฎีทั้ง 7 ด้านมีดังนี้
1. Number Factor การวัดความสามรถด้านตัวเลข
2. Verbal Factor การวัดความสามารถด้านภาษา
3. Reasoning Factor การวัดความสามารถด้านเหตุผล
4. Memory Factor การวัดความสามารถด้านความจำ
5. Word Fluency การวัดความสามารถด้านการใช้คำ
6. Perception Factor การวัดความสามารถด้านการสังเกต
7. Space Factor การวัดความสามรถด้านมิติสัมพันธ์
1. Number Factor การวัดความสามรถด้านตัวเลข การวัดด้าน Number Factor ทุกคนที่สอบ ภาค ก. จะต้องผ่านและเคยทำข้อสอบทุกคน เช่นอนุกรม (series) หรือโจทย์ปัญหาทางคณิตสาสตร์
คนที่ทำข้อสอบได้ดี หรือมีทักษะทางด้านนี้มาก เหมาะที่จะประกอบอาชีพเกี่ยวกับการทำงานธนาคาร การบัญชี หรือนักวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
2. Verbal Factor การวัดความสามารถด้านภาษา Verbal Factor เป็นการวัดทักษะทางภาษา การจับใจความ การหาความหมาย เช่น การหาความหมายใกล้เคียง การหาคำตรงข้าม
คนที่มีทักษะด้านนี้ หรือทำข้อสอบได้ดี เหมาะที่จะประกอบอาชีพ เป็น นักกฎหมาย หรือ อาจารย์สอน
3. Reasoning Factor การวัดความสามารถด้านเหตุผล Reasoning Factor คือการวัดความสามารถด้านการใช้เหตุผล หนึ่งในนั้นคือ อุปมา- อุปไมย, การสรุปความ เช่น ฝนตกแล้วแดดจะออก วันนี้ฝนไม่ตกอย่างนี้เป็นต้น
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าอย่าเอาเหตุผลส่วนตัว มาใช้กับการทำข้อสอบประเภทนี้เป็นอันขาด เพราะข้อสอบถามเหตุผลในข้อสอบ ไม่ได้ถามเหตุผลส่วนตัว
4. Memory Factor การวัดความสามารถด้านความจำ Memory Factor เป็นการวัดความจำ เช่นอาจจะมีข้อความสั้น ๆ แล้วให้ผู้ทำข้อสอบตอบว่าจำอะไรได้บ้าง ความจำเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี เพราะถ้าไม่มีความจำแล้วคน ๆ นั้นก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย
5. Word Fluency การวัดความสามารถด้านการใช้คำ Word Fluency เป็นการวัดความสามารถด้านการใช้คำ ผู้ที่จะทำข้อสอบด้านนี้ได้ดี ต้องรู้ความหมายของคำนั้น ๆ ในการสอบก็จะมี เช่น การเติมคำ การเรียงคำให้มีความหมาย การหาความหมายของคำ เป็นต้น
คนที่มีทักษะด้านนี้ หรือทำข้อสอบได้ดี เหมาะที่จะประกอบอาชีพ ธุรการ นักเขียน โฆษกหรือผู้ประกาศข่าว
6. Perception Factor การวัดความสามารถด้านการสังเกต ข้อสอบประเภทนี้ก็ยังออกสอบบ้างในปัจจุบัน เช่น นำรูปภาพ 4 ภาพ แล้วให้หา 1 รูปภาพที่มีความแตกต่าง นอกจากจะเป็นแบบรูปภาพแล้ว ก็อาจจะเป็นแบบ ตัวเลข หรือตัวอักษร
คนที่มีทักษะด้านนี้ หรือทำข้อสอบได้ดี เหมาะที่จะประกอบอาชีพ เสมียน เจ้าหน้าบันทึกข้อมูลหรือพิมพ์ดีด ช่างโยธา เป็นต้น
7. Space Factor การวัดความสามรถด้านมิติสัมพันธ์ ข้อสอบประเภทนี้เป็นการวัดด้านการมองเห็นและความเข้าใจเกี่ยวกับมิติสัมพันธ์ เช่น การซ้อนภาพ การหมุนภาพ การตัดกระดาษ การพับกล่อง
คนที่มีทักษะด้านนี้ หรือทำข้อสอบได้ดี เหมาะที่จะประกอบอาชีพ นักออกแบบ สถาปนิก วิศวกร นักเขียนแบบ
ชุมชนของคนท้องถิ่น
23/6/2551