ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

312387 กระทู้ ใน 23233 หัวข้อ- โดย 120222 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: puy piyada

07 กุมภาพันธ์ 2012, 10:05:21 PM
ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นท้องถิ่น น่ารู้บทความท้องถิ่นแนวคิดเรื่องการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: แนวคิดเรื่องการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่น  (อ่าน 7111 ครั้ง)
(คนหลังจอ)
(ผู้ดูแลบอร์ด)
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 631



เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2009, 11:39:26 PM »



2.1 รูปแบบของการปกครองท้องถิ่น


การปกครองท้องถิ่น สามารถพิจารณาแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ๆ ดังต่อไปนี้


1) มีความคิดความเชื่อและมีแนวทางการพิจารณาที่เห็นว่าการปกครองท้องถิ่นของทุก ประเทศมีความเป็นมาตั้งแต่สมัยโบราณ และอาจมีมานับตั้งแต่มนุษย์ได้ก่อตั้งสังคมการเมืองขึ้นในโลก เช่น มีมาตั้งแต่สมัยกรีก สมัยโรมัน หรือสมัยก่อนหน้านั้น และในกรณีของไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย หรือก่อนสมัยสุโขทัย เช่น การปกครองแบบหัวเมือง และระบบ เวียง วัง คลัง นา เป็นต้น แนวคิดนี้ เรียกได้ว่าเป็นความคิดแบบจารีตนิยม (Patrimonial / Traditionalist Perspective) เชื่อว่าการปกครองท้องถิ่นเป็นผลผลิตของการปกครองมาแต่โบราณ และเน้นรูปแบบการปกครองแบบที่มีลักษณะไม่เป็นทางการ เกิดขึ้นและกระจายอยู่ในสังคมต่าง ๆ โดยที่การปกครองท้องถิ่นในรูปแบบนี้มีลักษณะเป็นการปกครองตนเอง (Self Government) ของบรรดาผู้นำ หรือของชุมชนต่าง ๆ ที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์ต่อกัน


2) การปกครองท้องถิ่นเป็นผลผลิตของรัฐสมัยใหม่ (Modern State) คือ ถือกำเนิดมาไม่นานมานี้ และจะมีพัฒนาการอย่างมากในห้วงเวลาที่ประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นสำคัญ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดของสำนักสมัยใหม่นิยม (Modernist Perspective) เห็นว่า การปกครองท้องถิ่นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเกิดรัฐสมัยใหม่ขึ้นแล้วนั้น จะมุ่งสนใจถึงบทบาทของรัฐว่าเป็นองค์กรที่มีอำนาจทางการเมืองสูงสุด และเป็นผู้จัดให้มีการปกครองท้องถิ่นเกิดขึ้น


สำหรับการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบที่เป็นทางการ (Formal Institution) เรียกกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการปกครองท้องถิ่น (Local Self Government) มีลักษณะเด่น ๆ คือ รัฐให้การรับรอง ซึ่งการรับรองดังกล่าวอาจเขียนไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ หรือตราไว้ในพระราชบัญญัติก็ได้ การรับรองโดยรัฐดังกล่าวส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฐานะเป็นนิติบุคคล (Juristic Person) สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ การกระจายอำนาจทางการบริหาร (Administrative Decentralization) การกระจายอำนาจทางการเมือง (Political Decentralization) และ การกระจายอำนาจทางการคลัง (Fiscal Decentralization)


การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีลักษณะเป็นทางการ และเป็นการปกครองตนเองของประชาชน ย่อมมีผลสำคัญต่อการก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น ตลอดจนถึงสมาชิกสภาของท้องถิ่น เช่น มีการเลือกตั้งทั่วไป มีการกำหนดวาระในการดำรงตำแหน่ง การกำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ การพ้นจากตำแหน่ง และการถูกตรวจสอบทางการเมืองและการบริหารองค์กรทั้งโดยส่วนขององค์กรภายใน และโดยองค์กรภายนอก


ในส่วนของการปกครองท้องถิ่นแบบไม่เป็นทางการ (Informal Institution) เป็นการปกครองตนเอง (Self Government) หรือเรียกว่า การเมืองชุมชนแบบธรรมชาติ (Nature หรือ Community Politics) มีลักษณะสำคัญขึ้นกับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองของชุมชนนั้น ๆ เอง ว่าเป็นชนเผ่าหรือเป็นกลุ่มภาษาวัฒนธรรมใด มีวัฒนธรรมการรวมกลุ่ม มีการนับญาติ มีการประกอบอาชีพการงาน มีระบบการกระจายความมั่งคั่ง มีโครงสร้างทางชนชั้น มีกลุ่มสถานภาพและมีลักษณะของผู้นำ ในลักษณะใด


เนื่องด้วยเป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ การก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งของผู้นำ การใช้อำนาจของผู้นำ และการพ้นจากตำแหน่งของผู้นำ จึงมักไม่มีกฎที่มีความชัดเจนแน่นอนว่าเป็นเมื่อใดและในลักษณะใด


การแบ่งแยกการปกครองท้องถิ่นออกเป็นรูปแบบที่เป็นทางการ และรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเป็นสำคัญ ไม่ได้มีความหมายว่าในโลกความเป็นจริงมีการแบ่งออกเป็น 2 แบบอย่างเด็ดขาด ทุกสังคมการเมือง รวมทั้งประเทศไทยด้วยนั้น ปรากฏว่ามีทั้งการปกครองท้องถิ่นทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการดำรงอยู่ ควบคู่กัน


ภายในชุมชนทางการเมือง มีลักษณะเป็นหน่วยทางการเมืองที่เป็นตัวของตัวเอง (Political Entity) หนึ่ง ๆ เรียกกันว่า ระบบการเมือง (Political System) หรือ ระบอบการเมือง (Political Regime) จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดรูปแบบการปกครองภายในระบบของตน กล่าวคือ จะต้องมีการกำหนดและจัดสรรอำนาจทางการเมืองการปกครองว่าจะให้องค์กรหรือ สถาบันใดเป็นผู้ใดมีอำนาจ อีกทั้งอำนาจดังกล่าวถูกใช้โดยองค์กรเดียวหรือหลายองค์กร จากกรอบความคิดนี้จึงเป็นที่มาของแนวคิดในเรื่องการรวมอำนาจ (Centralization) และการกระจายอำนาจ (Decentralization) ซึ่งถูกใช้ในการจัดรูปแบบทางการปกครอง (Form of Government) ภายในระบอบการเมือง


แหล่งที่มาของข้อมูล :
1. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และคณะ. ทิศทางการปกครองท้องถิ่นไทยและต่างประเทศเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2546.
2. Barber, Benjamin R. Strong Democracy: Participatory Politics for a New Age. Los Angeles: University of California Press, 2003.
3. Blondel, J. Comparative Government: An Introduction. New Jersey: Prentice Hall, 1995.
4. Bogdanor, Vernon. Devolution in the United Kingdom. London: Oxford University Press, 1999.
5. Hague, R and M. Harrop. Comparative Government and Politics: An Introduction. London: Palgrave, 2001


Share

บันทึกการเข้า
Rutchana
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 553


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2009, 09:51:59 AM »



ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
tukky14
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 09 กรกฎาคม 2009, 12:29:14 PM »



ขอบคุณค่ะท่าน..
บันทึกการเข้า
ชาวดิน
นายกเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 468



« ตอบ #3 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2009, 06:01:03 PM »



ขอบคุณเช่นกันจ้า
บันทึกการเข้า

สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา . . . คือชีวิตเรา
สิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเรา . . . คือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดและสิ่งที่ดีที่สุดของเราไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร . . . ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
Capsule
รองปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 224


« ตอบ #4 เมื่อ: 16 พฤศจิกายน 2009, 09:15:57 PM »



ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า

การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที
การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง
การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน
แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
ลองใหม่..อีกที
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 740


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 พฤศจิกายน 2009, 08:21:52 AM »



ขอบคุณครับ...
บันทึกการเข้า

" ปีนี้ 14 ก.พ. วันลาจากความรัก   ปีหน้าถ้าไม่อกหักจะหาเงินซื้อดอกกุหลาบให้เธอ "
PaNtippY
เซียน(GURU)
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 508



« ตอบ #6 เมื่อ: 05 กันยายน 2010, 06:20:58 PM »



ขอบคุณนะคะ  หาอยู่พอดี!
Coppy ซะเลย อิอิ
บันทึกการเข้า

เมื่ออะไรที่เราผ่านมันมาได้ทุกอย่าง
มันก็จะกลายเป็นอดีต “ความทรงจำ “แม้จะแลกด้วยน้ำตา
ก็ดีกว่า...ชีวิตไม่เคยเจอะเจออะไรให้จดจำเลย

ให้ความเจ็บช้ำเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตนเอง
ต้องเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
สักวันเราจะพบกับรอยยิ้ม แล้วพูดว่า
“ ขอบคุณ...ที่ทิ้งกัน ”

http://www.youtube.com/watch?v=_guTD871eGI
http://www.youtube.com/watch?v=KmTfQ8OuldA
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: