ความเป็นอิสระในการบริหารจัดการพัฒนาท้องถิ่น เป็นหลักคิดสำคัญของการกระจายอำนาจให้แก่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งครอบคลุมถึงความเป็นอิสระ(Autonomy) ในการบริหารจัดการตามภารกิจถ่ายโอน บริหารคน บริหารทรัพยากร ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในแต่ละ อปท. ดังนั้น นวัตกรรมทางการบริหารที่หลากหลายของ อปท.จึงเป็นสีสันที่สะท้อนออกถึงความโดดเด่นและความพยายามมุ่งสู่ความสำเร็จ ที่แตกต่างกัน
การลอกเลียนแบบ(Production and Reproduction) เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในการผลิตสินค้าและบริการ ซึ่งกลยุทธ์นี้ได้กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในการทำงานของ อปท.โดยลอกเลียนแบบจากที่อื่นมาปรับใช้กับภารกิจการงานของตนเอง ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ส่งทีมงานไปศึกษาดูงานว่าที่อื่นเขาทำกันอย่างไร แล้วเลือกนำเอาสิ่งที่ดีๆมาปรับใช้ ซึ่งก็มีข้อดีที่เป็นการประหยัดเวลาและประหยัดทรัพยากร แต่ก็เป็นการก้าวกระโดด (Jump up Strategy) ที่ไม่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและการเรียนรู้แก่ทีมงานอย่างแท้จริง
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(UNDP) ได้พยายามส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะของการก้าวกระโดด จากสถานะเดิม?คิดแบบท้องถิ่น ทำแบบท้องถิ่น? ปรับเปลี่ยนไปเป็น ?คิดแบบสากล ทำแบบท้องถิ่น? (Think globally, Act locally) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดความเข้มแข็งแก่ชุมชน โดยที่ผ่านมานั้น หลาย อปท. สามารถก้าวเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวได้แล้วระดับหนึ่ง โดย อบจ.ลำปาง ก็เป็นหนึ่งใน อปท.เช่นว่านั้น

ในปี 2551 UNDP ร่วมกับสถาบันให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้คัดเลือก 5 อปท.ต้นแบบ เพื่อการศึกษาวิจัยและสร้างตัวชี้วัดด้านการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส เป็นการส่งเสริม หลักธรรมาภิบาลและขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาบริการสู่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่ง 5 อปท.ต้นแบบนี้ประกอบด้วย (1) อบจ.ลำปาง เน้นกิจกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและ Clinic Center (2) อบต.ท่าผา อ.เกาะคา ลำปาง เน้นการเกษตร การจัดการขยะ เกษตรปลอดภัย(3) เทศบาลตำบลเกาะคา อ.เกาะคา ลำปาง เน้นการจัดการธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม อาสาสมัครชุมชน (4) อบต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม เชียงใหม่ เน้นกิจกรรมความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (5) เทศบาลเมืองแกนพัฒนา อ.แม่แตง เชียงใหม่ เน้นเมืองธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมล้านนาและ เกษตรปลอดภัย
อะไรเป็นปัจจัยส่งเสริมหรือผลักดันให้ 5 อปท.ต้นแบบ สามารถก้าวสู่กระบวนการนั้นได้ ในความเห็นของผู้เขียนแล้ว นอกจากวิสัยทัศน์ กลยุทธ์การทำงานและภาวะผู้นำของผู้บริหาร (Good Role Model of Leadership)ที่ส่งผลให้ได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันมากมายแล้ว น่าจะมีปัจจัยเสริมที่มาจากการมี ทีมงานระดับกลางที่มีศักยภาพสูง (High Impact Middle Management) ที่จะเป็นกลไกช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนงานเชิงรุกให้ไปสู่จุดหมายที่มุงหวัง ไว้ ผู้เขียนได้ผ่านประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงานเชิงบูรณาการหลายลักษณะ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าการใช้พลังจากทีมงานระดับกลาง จะส่งผลอย่างมากต่อระดับความสำเร็จในการนำนโยบายของผู้บริหารไปสู่การ ปฏิบัติ โดยมีเงื่อนไขและบทเรียนหลายประการ เช่น
ประการแรก ผู้บริหารเชื่อใจและไว้ใจทีมปฏิบัติงานระดับกลาง ว่าสามารถขับเคลื่อนงานสู่ความสำเร็จได้ จึงให้อิสระในการคิดงาน ให้เกียรติ ให้ความสำคัญแก่ทีมผู้ปฏิบัติระดับกลาง (CoP Technique) ลดช่องว่าทางความคิด ไม่ปิดกั้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้น ผลักดันให้คนทำงาน
ประการที่สอง ผู้นำทีมงานรู้จักประยุกต์ใช้กลยุทธ์การจัดการแบบใหม่ให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ซึ่งบางอย่างเป็นการลองผิดลองถูก(Trial and error technique) เปิดใจกว้างรับฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่าง ให้โอกาสใช้พลังแฝงที่มีอยู่ในตัวตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องาน รู้จักประนีประนอมและสานสัมพันธ์กับภาคีเครือข่ายเพื่อประโยชน์ในการทำงาน ร่วมกัน ในลักษณะช่วยเหลือเกื้อฉันล หนุนเสริม มีจิตอาสา เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวม และทุกคนทุกฝ่ายต่างได้ผลงานและเกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นพลังแฝงให้การขับเคลื่อนงานสู่ความสำเร็จ
ประการที่สาม ร่วมกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวราบที่แตกต่างกันอยู่เสมอ เพื่อเสาะแสวงหากิจกรรมแปลกใหม่ รวมทั้งนวัตกรรมที่สามารถนำมาแปลงสู่การปฏิบัติ เป็นการเลือกทำงานเชิงรุก บุกเบิก กล้าคิด กล้าทำ กล้านำ กล้าตัดสินใจ ซึ่งจะมีผลต่อการยอมรับ ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมในการทำงานของตนเองให้สอดคล้องกับภาวการณ์ที่ เปลี่ยนไป ให้ทีมงาน ?รู้เขารู้เราและทันโลกทันเหตุการณ์อยู่เสมอ?
ประการที่สี่ ส่งเสริมบทบาทผู้นำต้นแบบให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้ขับเคลื่อนงาน และผู้ประสานงานแนวราบ(Key Person - Change Driver- Area Manager) ซึ่งภายในจังหวัดหนึ่งๆนั้น อบจ.สามารถเล่นบทบาทนี้ได้ดีกว่าราชการส่วนภูมิภาค หรือ อปท.อื่น เพราะมีเงินงบประมาณ มีภารกิจครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด มีบุคลากรพร้อม มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และมีเครื่องจักรกล จึงสามารถประสานสัมพันธ์กับภาคราชการ เอกชน แกนนำชุมชน องค์กรเอกชนและสถาบันการศึกษาในพื้นที่
ประการสุดท้าย ค้นหาความโดดเด่นของผู้บริหาร ผู้นำต้นแบบ ทีมงานและองค์กร แล้วใช้กลไกทีมงานระดับกลางขับเคลื่อนงาน โดยใช้เทคนิคระดมสมอง เทคนิคประชุมพูดคุยเชิงสร้างสรรค์บ่อยๆ การชี้แจงแบ่งมอบภารกิจที่ชัดเจน และเทคนิคการนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาเสริม โดยเลือกหยิบประเด็นที่เป็นผลจากการประเมินจุดแข็งและโอกาสมากำหนดเป็น ยุทธศาสตร์เชิงรุกให้มากที่สุด การตัดสินใจจะเลือกหยิบภารกิจใดขึ้นมาทำให้โดดเด่นจึงเป็นกลยุทธ์ที่ละเอียด อ่อน ขึ้นกับจังหวะเวลา สถานการณ์ เครือข่ายความร่วมมือ ความน่าสนใจ
บทความนี้เป็นข้อเขียนเชิงวิชาการที่ผู้เขียนสังเคราะห์จากการที่ได้ร่วม กิจกรรมกับ 5 อปท.ต้นแบบ ซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างกัน บางแห่งขับเคลื่อนโดยผู้นำต้นแบบที่เป็นผู้บริหารฝ่ายการเมืองท้องถิ่น (นายก อปท.) บางแห่งเป็นผู้บริหารฝ่ายข้าราชการประจำ (ปลัด อปท.) บางแห่งเป็นผู้บริหารระดับกลาง (ผอ.)และบางแห่งเป็นการขับเคลื่อนทั้งองค์กร ซึ่งต่างก็ล้วนสร้างชื่อเสียงคุณงามความดีและความภาคภูมิใจให้แก่ท้องถิ่น สิ่งที่ต้องคิดคำนึงต่อไปคือทำอย่างไรจะให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน ผู้เขียนมีความเห็นว่า ?การมีส่วนร่วมเป็นฐานรากสำคัญที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความโปร่งใส? คำตอบข้อนี้ ขอเสริมข้อคิดจาก อบต.ดอนแก้ว ที่เน้นย้ำอยู่เสมอในเวทีเรียนรู้ร่วมกันว่า ?ทุกอย่างต้องทำด้วยใจสุจริต? หากจะเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านความโปร่งใสแล้ว ต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ทำงานด้วยใจ เปิดใจกว้าง มีใจอาสา มีใจสุจริต มุ่งหวังประโยชน์สุขส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ?การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ? ทุกอย่างต้องเปิดเผยและพร้อมให้ตรวจสอบได้
ขอขอบคุณ 5 อปท.ต้นแบบ สถาบันให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม และทีมงานวิจัย) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ UNDP ที่ได้ให้โอกาสที่ดีๆแก่เรา....เรา อบจ.ลำปาง ภายใต้การนำของท่านสุนี สมมี นายก อบจ.และคณะผู้บริหาร จะก้าวเดินหน้าต่อไป เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนคนลำปาง.
หน่วยงานที่ป้อน : กองแผนและงบประมาณ : นางวรารัตน์ บุญพระบาง
เขียนข่าว : นายทักษิณ อัครวิชัย ผู้อำนวยการกองแผนและงบประมาณ
ถ่ายภาพ : นายสุทิตย์ มงคลคลี