ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

432757 กระทู้ ใน 35060 หัวข้อ- โดย 183144 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: mamcoolza

02 ตุลาคม 2014, 01:16:36 PM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบห้องแจกข้อสอบ ขอข้อสอบ[แจก] สรุป พรบ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: [แจก] สรุป พรบ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  (อ่าน 45548 ครั้ง)
sakthawi
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


อีเมล์
« เมื่อ: 18 กันยายน 2009, 12:39:46 PM »



สรุปสาระสำคัญ
พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
หมวด 1     การบริหารบ้านเมืองที่ดี
 
มาตรา 6   พระราชกฤษฎีกา มีเป้าหมาย ดังนี้
1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์
6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ
 7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
 
หมวด  2   การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
หมายถึง การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อเกิดความผาสุขและความเป็นอยู่ของประชาชนมีความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวมตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ
 
มาตรา 8   กำหนดให้มีแนวทางบริหารราชการ ดังนี้
1) กำหนดภารกิจของส่วนราชการต้องทำไปเพื่อความผาสุขของประชาชนและ
    สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ และแนวนโยบายของรัฐบาล
2)  ต้องปฏิบัติไปโดยความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบได้
3) ก่อนเริ่มดำเนินการ ต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดี และผลเสียให้ครบถ้วน
   ด้วยความโปร่งใส ภารกิจใดมีผลกระทบต่อประชาชน ตั้งรับฟังความคิดเห็นของ
   ประชาชนตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวมที่จะได้รับ
4) เป็นหน้าที่ต้องรับฟังความคิดเห็น ความพึงพอใจของสังคม และประชาชน
    ที่ได้รับบริการเพื่อนำมาปรับปรุงเสนอแนะผู้มีอำนาจปรับปรุงให้เหมาะสม
5) พบปัญหาอุปสรรคการดำเนินการ ให้รีบแก้ไขปัญหาอุปสรรคโดยเร็ว หากพบว่า
    ปัญหาอุปสรรคเกิดจากส่วนราชการ ระเบียบ ข้อบังคับ รีบแจ้งให้ส่วนราชการเกี่ยวข้อง
    ทราบเพื่อปรับปรุงโดยเร็ว และแจ้งให้ ก.พ.ร.ทราบด้วย
 
หมวด 3   การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
มาตรา 9   เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐให้ส่วนราชการปฏิบัติ ดังนี้
1) ก่อนดำเนินการ ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า
2) ในแผนปฏิบัติราชการ ต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลาและงบประมาณ
    ที่ต้องใช้เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัดความสำเร็จ
3) ต้องจัดให้มีการติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการ
4) การปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบต่อประชาชน ต้องรีบแก้ไขหรือ
    บรรเทาหรือเปลี่ยนแปลงแผนปฏิบัติราชการให้เหมาะสม
 
มาตรา 10   ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำหนด แนวปฏิบัติราชการ เพื่อให้เกิดการบริหารราชการบูรณาการพร้อมกัน โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
 
มาตรา 11   การพัฒนาความรู้ในส่วนราชการ ที่มีลักษณะเป็นองค์แห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ส่งเสริมพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และเปลี่ยนทัศนคติ ให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน
 
มาตรา 16   ให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น โดยจัดทำเป็นแผน 4 ปี สอดคล้องกับแผนบริหารราชการแผ่นดิน
แต่ละปีงบประมาณให้จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี โดยระบุสาระสำคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการ เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมทั้งประมาณการรายได้รายจ่ายเมื่อสิ้นปีงบประมาณให้จัดทำรายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของแผนปฏิบัติราชการ
 
หมวด 4   การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
 
มาตรา 20   ให้ส่วนราชการกำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการและงบประมาณที่จะต้องใช้ และต้องเผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ
 
มาตรา 23   การจัดซื้อหรือจัดจ้าง ให้ดำเนินการโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม พิจารณาถึงประโยชน์และผลเสียทางสังคม ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้ ราคาและประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการที่จะได้รับประกอบกัน
ในกรณีที่วัตถุประสงค์ในการใช้เป็นเหตุต้องคำนึงถึงคุณภาพ การดูแลรักษาเป็นสำคัญ ให้สามารถทำได้โดยไม่ต้องถือราคาต่ำสุดในการเสนอซื้อหรือจ้างเสมอไป
 
มาตรา 24   ภารกิจใด หากจำเป็นต้องได้รับอนุญาต อนุมัติ หรือเห็นชอบจากส่วนราชการอื่น
ให้ส่วนราชการนั้นแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
 
มาตรา 25   ในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ให้ตั้งคณะกรรมการ หากผู้แทนส่วนราชการนั้นมีความ
คิดเห็นแตกต่างกันให้บันทึกความเห็นของฝ่ายน้อยให้ปรากฏในเรื่องนั้น ห้ามมิให้ใช้บังคับการวินิจฉัยในปัญหาด้านกฎหมาย
 
มาตรา 25   ในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ให้ตั้งคณะกรรมการ หากผู้แทนส่วนราชการนั้นมีความ
คิดเห็นแตกต่างกันให้บันทึกความเห็นของฝ่ายน้อยให้ปรากฏในเรื่องนั้น ห้ามมิให้ใช้บังคับการวินิจฉัยในปัญหาด้านกฎหมาย
 
มาตรา 26   การสั่งราชการให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ผู้บังคับบัญชามีความจำเป็นไม่อาจ สั่งได้ ให้ผู้รับคำสั่งบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อปฏิบัติแล้วให้บันทึกรายงานอ้างคำสั่งด้วยวาจาไว้ด้วย
 
หมวด 5   การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
 
มาตรา 27   ให้กระจายอำนาจการบริหารตัดสินใจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งรับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ
โดยตรง ต้องมุ่งผลให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน
ลดขั้นตอน กลั่นกรองงาน หากใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคมจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย
 
มาตรา 28   ให้ส่วนราชการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ รวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการเพื่อให้ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจดูได้
 
มาตรา 30   ให้มีศูนย์บริการประชาชนรวมทั้งประจำจังหวัด อำเภอ
 
หมวด 6   การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
มาตรา 33   ส่วนราชการต้องจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตน มีความจำเป็นหรือสมควร
ดำเนินการต่อไป โดยคำนึงถึงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบาย คำสั่ง
งบประมาณ ความคุ้มค่าของภารกิจ ทั้งนี้ ก.พ.ร.จะกำหนดหากมีการปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงต้องให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
 
มาตรา 36   ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศ ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่เอื้อต่อการพัฒนาเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ให้แนะนำส่วนราชการนั้นดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว
 
หมวด 7   การอำนวยความสะดวกและการสนองความต้องการของประชาชน
 
มาตรา 37   ให้ส่วนราชการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป ให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาต้องตรวจสอบให้การปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามกำหนดไว้
 
มาตรา 38   เมื่อส่วนราชการได้รับติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนหรือส่วนราชการด้วยกัน ต้องตอบคำถามหรือแจ้งดำเนินการให้ทราบภายใน 15 วัน หรือตามกำหนดไว้ในมาตรา 37
 
มาตรา 39   ให้ส่วนราชการจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน สามารถติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็น
 
มาตรา 41   เมื่อได้รับคำร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ พบปัญหาอุปสรรค ปัญหาจากบุคคล เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นต้องพิจารณาดำเนินการปรับปรุง แล้วแจ้งให้บุคคลที่ร้องเรียนทราบด้วยหากสามารถติดต่อได้ หรือแจ้งผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศ
 
มาตรา 44   ต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี รายการเกี่ยวกับการจัดซื้อ/จัดจ้าง และสัญญาใดที่มีการอนุมัติให้จัดซื้อ/จัดจ้าง ให้ประชาชนสามารถขอดู /ตรวจสอบได้ ณ ที่ทำการหรือระบบเครือข่ายสารสนเทศ ทั้งนี้ต้องไม่เกิดความได้ เปรียบเสียเปรียบแก่บุคคลเกี่ยวข้อง หรือกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อห้าม/ตกลงไว้ในสัญญาต้องได้รับความคุ้มครอง
 
หมวด 8   การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
 
มาตรา 45   ให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ความคุ้มค่าในภารกิจ
 
มาตรา 46   จัดให้มีการประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการก็ได้ ทั้งนี้ ต้องกระทำเป็นความลับและเป็นประโยชน์แห่งความสามัคคีของข้าราชการ
 
มาตรา 47   การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลให้คำนึงถึงผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวของข้าราชการผู้นั้นในตำแหน่งที่ปฏิบัติ ประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานผู้นั้นสังกัดปฏิบัติงาน
 
มาตรา 48   ส่วนราชการใดดำเนินการให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งความพึงพอใจแก่ประชาชน ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบ หรือนำไปใช้ปรับปรุงการปฏิบัติงาน
 
มาตรา 49   ส่วนราชการใดได้ดำเนินงานไปตามเป้าหมาย สามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์ โดยไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าภารกิจ สามารถลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร.กำหนด ให้ ก.พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี จัดสรรเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มิถุนายน 2010, 05:20:22 PM โดย ส.เสือ™ » บันทึกการเข้า
นาฬิกาทราย
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 957


ฝันไว้อย่างไร..มุ่งมั่นที่จะไปถึงฝันนั้นให้ได้


« ตอบ #1 เมื่อ: 18 กันยายน 2009, 12:41:36 PM »



 :th\
บันทึกการเข้า

...ความพยายามอยู่ที่ไหน...
  ..ความสำเร็จอยู่ที่นั่น  สู้-สู้..
stoom75
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34


stoom_75@hotmail.com
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 กันยายน 2009, 06:39:03 PM »



thak you (คุณนั่นแหละ)
บันทึกการเข้า

อย่ายอมแพ้กับปัญหาที่เจอ เพราะปัญหาจะทำให้เกิดปัญญา (จิงป่าว)
RAGA
รองปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 211



« ตอบ #3 เมื่อ: 26 กันยายน 2009, 02:36:14 PM »



ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
birdy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2009, 08:47:27 PM »



ขอบคุณ จ่ะ
บันทึกการเข้า
birdy
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2009, 10:57:18 AM »



พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

 

1.    ข้อใดเป็นเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

        ก.  เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ

        ข.  เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

        ค.  เพื่อให้การบริหารแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

        ง.  ถูกทุกข้อ

2.    การกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ       บ้านเมืองที่ดี เพื่อให้ส่วนราชการปฏิบัติ ต้องดำเนินการตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด

        ก.  ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา                                                   ข.  ก.พ.ร.เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติ

        ค.  ทำเป็นประกาศกระทรวง                                                    ง.  ทำเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

3.    ส่วนราชการตามข้อใดไม่ใช่ส่วนราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

        ก.  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                                              ข.  กระทรวง

        ค.  ทบวง                                                                                       ง.  กรม

4.    บุคคลตามข้อใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

        ก.  นายกรัฐมนตรี                                                                       ข.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

        ค.  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี                               ง.  ประธาน ก.พ.ร.

5.    ข้อใดคือเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

        ก.  เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชน

        ข.  เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

        ค.  เกิดการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

        ง.  มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ

6.    ข้อใดคือความหมายของการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สูขของประชาชน

        ก.  เพื่อให้เกิดความผาสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

        ข.  เพื่อความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนร่วม

        ค.  เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

        ง.  ถูกทุกข้อ

 

 

7.    ข้อใดเป็นวิธีดำเนินการเพื่อให้เกิดการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตามที่กำหนดในพระ       ราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

        ก.  การปฏิบัติภารกิจส่วนราชการต้องเป็นไปโดยซื่อสุจริต สามารถตรวจสอบได้

        ข.  ถือว่าประชาชนเป็นศูนย์กลางที่จะได้รับภารกิจจากรัฐ

        ค.  ข้าราชการต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

        ง.  ถูกทุกข้อ

8.    หลักเกณฑ์ที่กำหนดว่าก่อนจะดำเนินการ ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า เป็น    ข้อกำหนดเพื่อจุดมุ่งหมายตามข้อใด

        ก.  วัดความพึงพอใจของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ

        ข.  วัดผลสัมฤทธิ์ของภารกิจที่กระทำ

        ค.  เพื่อใช้ในการตรวจสอบการทำงาน

        ง.  ถูกทุกข้อ

9.    ข้อใดไม่ใช่การบริหารงานแบบบูรณาการ

        ก.  เป็นการแบ่งงานกันทำตามความเหมาะสม

        ข.  เป็นการร่วมมือระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

        ค.  เพื่อให้เกิดความประหยัดโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน

        ง.  เพื่อให้มีการปฏิบัติงานร่วมกันหรือมีแผนดำเนินงานที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

10.  ข้อใดถูกต้องที่สุดสำหรับความหมายของการทำความตกลงในการปฏิบัติงาน ตามที่กำหนดในพระราช               กฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจบ้านเมืองที่ดี

        ก.  เป็นการทำความตกลงระหว่างผู้กำหนดนโยบายกับผู้รับผิดชอบในการนำนโยบายไปปฏิบัติ

        ข.  เป็นการทำความตกลงระหว่างหัวหน้าส่วนราชการกับผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการนั้น ๆ

        ค.  เป็นการทำความตกลงเพื่อผลสำเร็จของกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งที่จะร่วมกันดำเนินงาน

        ง.  เป็นการทำความตกลงระหว่างผู้บริหารระดับกระทรวงกับผู้บริหารระดับกรม

11.  ข้อใดเป็นผลสืบเนื่องอันเกิดขึ้นจากการทำความตกลงในการปฏิบัติราชการ

        ก.  เป็นข้อมูลประเมินศักยภาพของผู้ดำรงตำแหน่ง

        ข.  เป็นมาตรการในการกำกับการปฏิบัติราชการ

        ค.  เป็นหลักประกันการปฏิบัติตามแผน

        ง.  ถูกทุกข้อ

12.  หน่วยงานตามข้อใดเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ร่วมกันในการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อเสนอต่อ  คณะรัฐมนตรี

        ก.  สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

        ข.  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนัก                              เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

        ค.  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนัก                                      เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ

        ง.  สำนักงบประมาณ กับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

13.  หลังจากที่รัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนต้องดำเนินการจัดทำ        แผนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในกำหนดเวลาตามข้อใด

        ก.  ภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

        ข.  ภายใน 45 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

        ค.  ภายใน 60 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

        ง.  ภายใน 90 วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

14.  แผนการบริหารราชการแผ่นดินนั้น กำหนดให้จัดทำเป็นแผนกี่ปี

        ก.  1 ปี                                           ข.  3 ปี                                                   ค.  4 ปี                                                   ง.  5 ปี

15.  ข้อใดไม่ใช่สาระสำคัญที่กำหนดให้ต้องมีในแผนการบริหารราชการแผ่นดิน

        ก.  การกำหนดเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน

        ข.  ส่วนราชการและชื่อบุคคลผู้รับผิดชอบในแต่ละภารกิจ

        ค.  ประมาณการรายได้และรายจ่ายและทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะต้องใช้

        ง.  ระยะเวลาการดำเนินการและการติดตามประเมินผล

16.  หน่วยงานตามข้อใดมีหน้าที่พิจารณาจัดทำแผนนิติบัญญัติ

        ก.  สำนักนายกรัฐมนตรี                                                            ข.  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

        ค.  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี                                         ง.  ถูกเฉพาะข้อ ข และข้อ ค

17.  แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการ กำหนดใหจัดทำเป็นแผนกี่ปี

        ก.  1 ปี                                           ข.  3 ปี                                                   ค.  4 ปี                                                   ง.  5 ปี

18.  หน่วยงานตามข้อใดเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการ

        ก.  คณะรัฐมนตรี                                                                        ข.  สำนักนายกรัฐมนตรี

        ค.  สำนักงบประมาณ                                                                ง.  สำนักงาน ก.พ.

19.  ข้อใดเป็นสาระสำคัญที่กำหนดให้ต้องมีในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการ

        ก.  ประมาณการรายได้และรายจ่ายและทรัพยากรที่จะต้องใช้

        ข.  นโยบายการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ

        ค.  เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน

        ง.  ถูกทุกข้อ

20.  หน่วยงานตามข้อใดมีหน้าที่จัดสรรงบประมาณให้ส่วนราชการนำไปใช้ปฏิบัติงาน

        ก.  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

        ข.  สำนักงบประมาณ

        ค.  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

        ง.  ถูกทุกข้อ

21.  หน่วยงานตามข้อใดมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการ

        ก.  สำนักงาน ก.พ.ร.                                                                 

        ข.  สำนักงบประมาณ

        ค.  สำนักงานนายกรัฐมนตรี                                                   

        ง.  ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข

22.  การปรับแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการกระทำได้ในกรณีตามข้อใด

        ก.  ภารกิจที่ดำเนินการไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์

        ข.  การดำเนินการตามภารกิจเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น

        ค.  ภารกิจที่จะดำเนินการหมดความจำเป็นหรือไม่เกิดประโยชน์

        ง.  ถูกทุกข้อ

23.  ข้อใดไม่ได้เป็นเงื่อนไขให้ส่วนราชการต้องกำหนด ให้การดำเนินการเพื่อให้การปฏิบัติราชการภายในส่วน       ราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

        ก.  เป้าหมาย แผนการทำงาน                                                   ข.  ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน

        ค.  ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ                      ง.  งบประมาณที่จะต้องใช้ในแต่ละงานหรือโครงการ

24.  หน่วยงานตามข้อใดเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ประเมินความคุ้มค่าในการภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการ    ดำเนินการอยู่เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรี

        ก.  สำนักงบประมาณ

        ข.  วำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

        ค.  กรมบัญชีกลาง

        ง.  ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข

25.  ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักการในการจัดซื้อจัดจ้าง

        ก.  ต้องถือราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

        ข.  ต้องดำเนินการโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม

        ค.  ต้องคำนึงถึงคุณภาพและวัตถุประสงค์ที่จะต้องใช้

        ง.  ต้องคำนึงถึงราคาและประโยชน์ในการใช้งานของส่วนราชการ

26.  ในการปฏิบัติภารกิจส่วนราชการ กรณีมีคำขอจากส่วนราชการหนึ่งไปยังอีกส่วนหนึ่งให้ส่วนราชการที่มี           อำนาจอนุญาต อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ   หรือให้ความเห็นชอบต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยื่นคำขอภายในกำหนดเวลาตามข้อใด

        ก.  ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ                 ข.  ภายใน 10 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

        ค.  ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ                               ง.  ภายใน 20 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

27.  การกระจายอำนาจการตัดสินใจ เป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อมุ่งหมายให้เกิดผลตามข้อใด

        ก.  ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

        ข.  เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน

        ค.  เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับผิดชอบงานที่ใกล้ชิดกับประชาชน

        ง.  ถูกเฉพาะข้อ ก และข้อ ข

28.  หน่วยงานตามข้อใดมีหน้าที่เสนอแนะต่อส่วนราชการเพื่อดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ ของราชการส่วนที่ใช้อยู่

        ก.  สำนักงานอัยการสูงสุด                                                        ข.  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

        ค.  สำนักงานคณะกรรมการตุลาการ                                      ง.  สำนักงาน ก.พ.ร.

29.  กรณีที่ส่วนราชการได้รับสอบถามจากประชาชนเกี่ยวกับงานที่อยู่ในหน้าที่ เป็นหน้าที่ที่ส่วนราชการนั้นต้อง    ตอบหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในกี่วัน

        ก.  7 วัน                        ข.  15 วัน                              ค.  20 วัน                                              ง.  30 วัน

30.  พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นเรื่องของการกำหนดขอบเขต       แบบแผน วิธีปฏิบัติราชการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในข้อใด

        ก.  เพื่อให้ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ

        ข.  ความมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

        ค.  เพื่อให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ

        ง.  ถูกทุกข้อ




 

เฉลยแนวข้อสอบ

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

 

1.  ง       2.  ก       3.  ก       4.  ก       5.  ค       6.  ง       7.  ง       8.  ข       

                9.  ก       10.  ก     11.  ง     12.  ง     13.  ง     14.  ค     15.  ข     16.  ง                     

17.  ค     18.  ก     19.  ง     20.  ข     21.  ง     22.  ง     23.  ข     24.  ง     

                                         25.  ก    26.  ค    27.  ง     28.  ข    29.  ข     30.  ง
[/color]
บันทึกการเข้า
กอแก้ว^^
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 737


ฝันให้ไกล แล้วต้องไปให้ถึง

khedlai.na@hotmail.com
« ตอบ #6 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2010, 03:48:27 PM »



ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า

*แพ้เป็นบันได*
*ชนะเป็นสะพาน*
*ประสบการณ์เป็นบทเรียน*
phtthakorn
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45



อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2010, 04:45:24 PM »



ขอบคุณมากๆค่ะ
บันทึกการเข้า
faengie
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #8 เมื่อ: 10 พฤศจิกายน 2010, 02:04:47 PM »



ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
cee
รองปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 205


ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา.....


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 เมษายน 2011, 01:01:10 PM »



ขอบคุณคะ
บันทึกการเข้า
StAr~DuSt
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469



อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 17 เมษายน 2011, 11:56:06 PM »



ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
rattanachaisom
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #11 เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2012, 01:56:52 PM »



ขอบคุณคะ
บันทึกการเข้า
jet.bulin
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #12 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2012, 02:08:41 AM »



ขอบคุณจ้า
บันทึกการเข้า
anupob
นายกเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 489



« ตอบ #13 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2012, 10:21:45 PM »



ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ningmoly
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 20 กรกฎาคม 2012, 06:49:32 PM »



ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ