ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

433874 กระทู้ ใน 35281 หัวข้อ- โดย 183569 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: yuri golfza

23 ตุลาคม 2014, 09:08:19 AM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นหน้าชุมชนสภากาแฟ (ผู้ดูแล: ส.เสือ™)@@@@รวมพล คนที่สอบ ธกส มีอะไรดีๆมาแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ@@@
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: @@@@รวมพล คนที่สอบ ธกส มีอะไรดีๆมาแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ@@@  (อ่าน 13005 ครั้ง)
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:38:43 PM »



 M;1 M;1ใครสอบภาคไหนกันบ้างครับ อ่านหนังสือกันไปถึงไหนแล้ว  M;1 M;1


บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:40:22 PM »



วิชาเเรก เป็นความรู้ความสามารถทั่วไป ถ้าจำไม่ผิด100ข้อ

(แก้ไข เป็น75ข้อขอบคุณ มากครับ)

    ออกข้อสอบคล้าย ก.พ+G-MAT+รูปภาพมิติสัมพันธ์เนื้อหาที่ออกเท่าที่จำได้

    ส่วนวิชาภาษาไทยคล้ายเเนวสอบครูผสม  ก.พ.

   

1)คณิตศาสตร์ทั่วไป20หรือ25ข้อนี่เเหละ เป็นเเนวก.พ. เเละผสมคณิตศาตร์G-MATผเน้นพวกตัวเเปรจริงๆใช้สูตรจริงๆใช้สูตรลัดไม่ค่อยได้

2)ตารางเป็นตารางที่ไม่เหมือนก.พ.เป็นตารางง่ายๆ

     ** มีคำถามที่ใช้สูตรก.พ.ได้เรื่องเดียวคือการหาอัตราการเปลี่ยนเเปลง(ออกคำถามนี้เเทบทุกตาราง) กับ

     **การตั้งคำถามทั่วๆไปเช่นให้เปรียบเทียบข้อมูลในตารตาราง

3)เงื่อนไขภาษา ออกเยอะเท่าๆกับ2หัวข้อเเรก เเต่เป็นเงื่อนง่ายๆไม่ซับซ้อนเเกะไม่ยากขู่ด้วยข้อมูลในเงื่อนเยอะ ยางครึ่งหน้าได้เเต่ละเงื่อน

 

4)อนุกรม+อุปมาอุปไมย

      รวมๆสักเรื่องนี้สัก10ข้อเห็นจะได้

5)ตรรกวิทยาเเบบใช้สูตรสรุป ไปออกรวมกับหัวข้อคณิตศาสตร์ทั่วไป

นำหนักข้อสอบหนักที่3 หัวข้อเเรก

 

6)วิเคราะห์รูปภาพมิติสัมพันธ์

 50ข้อหลัง

 ภาษาไทย

   มีเหมือนก.พ.อยู่ในเรื่อง

    1)เรียงลำดับข้อความ

    2)การหาข้อบกพรองทางภาษา(ERROR)

    3)บทความ เเต่ไม่ยากเท่า ก.พ.

    4)การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำให้ถูกต้องตามหลักภาษา(เติมคำในช่องว่าง)

 เรื่องอื่นๆจะคล้ายกับข้อสอบข้าราชการครูซะมากว่า

    ทดสอบสำนวนไทย

    ทดสอบคำถูก คำผิด

    ทดสอบราชาศัพท์ไม่ลึกรู้สึกออก1ข้อ

    ทดสอบอ่านจับใจความจากข้อความ วลี โฆษณา บทความ ปกิณกะ

    ทดสอบการสรุปความ ตีความ การอ่านพินิจสาร
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:40:46 PM »



วิชาที่2 ความละเอียดเเม่นยำ

(เวลา30นาที 30ข้อ)

 

(1)10-15ข้อเเรก จะเเบ่ง ข้อมูลเป็น2คอลัมภ์

 

         - คอลัมภ์เเรกให้ข้อมูลดิบมา(เป็นสรุปหัวข้อข่าวเสรษฐกิจ)เเละอีกคอลัมภ์เป็นบทสรุป

  ให้ผู้สอบว่าข้อสรุปใด้ผิด ข้อสรุปใดถูก (วึ่งหาได้จากข้อมูลได้ตรงๆเลย มี1-2ข้อต้องตีความจากข้อมูลดิบที่ให้มา)

 

(2) เป็นโจทย์วัดความเเม่นยำในการเก็บข้อมูล

    ต.ย.โจทย์ 1kkkk6SSd/+9"Wwerywujsknshfefjkejfiejlekfoeugiejfierrr

        ก.1kkkkk6SSD/-9"whuefugkrjgrjgirhrkoirgrgkgjkeeokeooer

        ข.1kkkk6SSd/+9"Wwerywujsknshfefjkejfiejlekfoeugiejfierrr

        ค.1KkkMkssD*/9"wrjghrgjrkjgrijrlkgortektrktrktrktlrwowllllr

        ง1kkkk6SSd/+9"Wwerywujsknsjefhejhfiehjrhrjthjtjhtekwkr

(3) วัดความละเอียดให้รูปภาพ มาเเล้วตั้งคำถาม

       ปี51 มีรูปทีมฟุตบอล

 

 

 

            กับรูปผักผลไม้ เเล้วตั้งคำถาม

 

   ในโจทย์คำถามเด็ดๆในรูปมีคนยืนกี่คน

                 ตัวหลอกถ้ามองเฉพาะทีมฟุตอลจะตอบผิด ต้องละเอียดนิดหนึ่งในรูปมีคนยืนอยู่บนอัฒจันทน์  อีก1คน คำตอบต้องนับคนยืนในทีม+อีก1คนบนอัฒจันทน์

  ในโจทย์รูปผักเเละผลไม้ มีคำถามว่ามีผักกี่ชนิด

                              มีคำถามว่ามีผลไม้ที่มีเมล็ดเดียวใน1ผลกี่ชนิด เเละอื่นๆ

  ****ในส่วนนี้รวมเเล้วประมาณ20ข้อ

------------------------------------

  ส่วนหลังเป็นข้อสอบวัดความละเอียดในการอ่านบทความสั้นๆประมาณ 10ข้อ

  เป็นบทความเกี่ยวกับเหตุการณ์การเงิน สถิติภาวะเศรษกิจ กฎหมายเเล้วถามข้อมูลจากบทความ คำถามตรง

           บทความเเรกปี51 ถ้าจำไม่ผิดเป็นเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นบทความอธิบาย40(1) 40(2) ของประมวลรัษฎากร

          เเล้วเเล้วถามตรงๆเลยเช่นค่าใช่จ่ายของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่าย ได้ไม่เกินร้อยละเท่าใด เป็นต้น(คำตอบบอกไว้เลยตอบไม่เกินร้อยละ40)

 

**ปัญหาส่วนนี้ คือเวลาจำกัด ข้อสอบไม่ยากเลยเเต่ต้องอ่านไว อ่านละเอียดมีความถี่ถ้วน

 สมเเล้วที่เรียกว่าความ ละเอียดเเม่นยำ ในสนามสอบนิยมเรียกว่าSPEED TEST ก็ถูกต้องเเล้วเเหละสำหรับงานธนาคาร ต้องละเอียด ถูกต้อง เเม่นยำ

ผิดพลาดน้อยที่สุด

 
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:41:25 PM »



.       เกณฑ์การตัดสิน

     1)การสอบข้อเขียน ผู้ผ่านเกณฑ์การสอบข้อเขียนจะต้องได้คะแนนจากการสอบ

ข้อเขียนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และตามจำนวนที่ธนาคารเห็นว่าเหมาะสม หากผู้ผ่านเกณฑ์มีจำนวนน้อยและไม่เพียงพอกับจำนวนที่ต้องการ ธนาคารสามารถพิจารณาลดหย่อนคะแนนลงได้ โดยเป็นไปตามหลักการวัดผล

(เเสดงว่าถ้าสอบผ่าน60%มากกว่าที่ต้องการมาก ก็อาจจะปรับเกณฑ์ตัดมากกว่าก็ได้ จริงไหม)

1.1                           2)มีระยะเวลาทดลองปฏิบัติงาน 3 เดือน และจะต้องเข้ารับการทดสอบการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ MS-WORD และ MS-EXCEL หากสอบ

ไม่ผ่านจะถือว่าไม่ผ่านการทดลองปฏิบัติงาน และธนาคารมีสิทธิ์เลิกจ้างได้
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:46:35 PM »



ประวัติการก่อตั้ง

เมื่อ ปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลได้ตั้ง ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่ง เงิน ทุนอำนวยสินเชื่อ แก่สหกรณ์ทั้งหลาย ที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนั้น ธนาคาร เพื่อการสหกรณ์ ดำเนินงานให้กู้เงินแก่สหกรณ์มาจนถึง พ.ศ. 2509 รัฐบาลจึงได้พิจารณาจัดตั้ง ธนาคารขึ้นใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทน ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ โดยมีเหตุผลดังนี้ ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ไม่มีอำนาจในการให้เงินกู้แก่เกษตรกร ที่ไม่ใช่สมาชิกสหกรณ์ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ไม่ได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาคำขอกู้ ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ไม่ได้ทำหน้าที่ให้สินเชื่อแบบกำกับแนะนำ และยังไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่นี้ได้ การดำเนินงานและองค์การของธนาคารเพื่อการสหกรณ์ยังไม่ได้รับ การรับรองจากต่างประเทศ จึงเป็นเหตุให้ กำลังเงินธนาคารไม่เพียงพอ ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลจึงได้จัดตั้ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 โดยให้เป็นสถาบันระดับชาติ มีฐานะเป็น รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง ทำหน้าที่อำนวยสินเชื่อ ให้แก่เกษตรกร อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านเกษตรกรโดยตรงและสถาบันเกษตรกร
Δ ด้านบน

วัตถุประสงค์

ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีวัตถุประสงค์ มุ่งให้ ความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อส่งเสริม อาชีพการเกษตรหรือการดำเนินงาน ของ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร ตลอดจนส่งเสริมให้ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือ สหกรณ์การเกษตร สามารถประกอบอาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องในการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวเกษตรกร รวมทั้งให้บริการรับฝากเงิน เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไปอีกด้วย

Δ ด้านบน

วิสัยทัศน์

                     “เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่มั่นคง มีการจัดการที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย”

Δ ด้านบน

แผนการดำเนินงาน

1. วิสัยทัศน์
“เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่มั่นคง มีการจัดการที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย”
2. พันธกิจ
1) ให้บริการสินเชื่อโดยให้โอกาส และดูแลเกษตรกรให้สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2) พัฒนาและให้บริการที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

3) การจัดหาแหล่งเงินให้เพียงพอสำหรับภารกิจของธนาคาร โดยมีต้นทุนที่ เหมาะสมและดูแลบริหารเงินอย่างมีเสถียรภาพ

4) พัฒนาบริการใหม่ที่เกษตรกรต้องใช้ และเพิ่มจุดบริการที่เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่เพิ่มภาระการเงินของเกษตรกรจนเกินสมควร
3.ยุทธศาสตร์

1) การเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจฐานราก

2) การบริหารความเสี่ยงให้แก่ลูกค้า

3) การบริหารคุณภาพหนี้สินเกษตรกร

4) บรูณาการการดำเนินงานผ่านกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเศรษฐกิจพอเพียงและผลิตภัณฑ์ชุมชน

5) การเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

6) บริหารเงินทุนให้เพียงพอต่อการให้บริการสินเชื่อ

7) การใช้แหล่งเงินทุนอื่นตามควาเหมาะสม

8) พัฒนาและนำเสอนบริการใหม่เพื่อการเข้าถึงชุมชน

9) พัฒนาองค์กรตามหลักการบริหารจัดการที่ดี

Δ ด้านบน

การบริหารงาน

ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีการจัดโครงสร้างองค์การในลักษณะของการกระจายอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบโดยแบ่งส่วนงาน ปฏิบัติการ เป็นลำดับขั้น ดังนี้

1. ระดับฝ่าย จำนวน 22 ฝ่าย

2. ระดับกอง จำนวน 48 กอง

3. ระดับสำนัก จำนวน 10 สำนัก

4. ระดับกลุ่มงาน จำนวน 1 กลุ่มงาน

5. ระดับสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดและสาขา ประกอบด้วย

   5.1 สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด จำนวน 75 สำนักงาน
   5.2 ตลาดกลาง จำนวน 1 แห่ง
   5.3 สาขาจำนวน 595 สาขา
   5.4 กองทุนธนาคารอิสลาม จำนวน 97 แห่ง
   5.5 สาขาย่อย จำนวน 369 สาขา
   5.6 หน่วยอำเภอ จำนวน 956 หน่วย

ข้อมูล ณ 27 ต.ค. 52
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:47:31 PM »



โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ [2009-11-20]

ด่วน! แจ้งจุดให้บริการ

    วันและเวลาสำหรับการขึ้นทะเบียน

    วันราชการและวันทำการธนาคาร
       

    1-30 ธันวาคม 2552 ณ สำนักงาน ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ

    ด่วน !
       

    ขยายเวลาขึ้นทะเบียนรอบสองถึง 29 มกราคม 2553 นี้เท่านั้น

วัตถุประสงค์

    1. เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ
    2. เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ของประชาชนให้ลดลง
    3. เพื่อช่วยให้ประชาชนมีเงินเหลือจากการลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยมาออมเงินและเพื่อใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็น
    4. เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพของประชาชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ ที่มั่นคงให้แก่ประชาชน มีการดำรงชีพและประกอบอาชีพภายใต้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    5. ส่งเสริมและกระตุ้นประชาชนให้มีการออมเงินเพื่อรักษาวินัยทางการเงินอันเป็นรากฐานที่สำคัญของครอบครัวและประเทศชาติ

ประเภทหนี้สินและการให้ความช่วยเหลือ

    เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและตรงตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร จึงจำแนกประเภทหนี้สินและการให้ความช่วยเหลือได้ ดังนี้

    หนี้นอกระบบ หมายถึง หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินในระบบชุมชน หรือผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำแนกรายละเอียด ดังนี้

    สถาบันการเงิน

    1) สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน (ธ.ออมสิน) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ.กรุงไทย) เป็นต้น

    2) ธนาคารพาณิชย์และนิติบุคคลผู้ประกอบธุรกรรมการเงินอื่น ๆ

    สถาบันการเงินในระบบชุมชน เช่น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เป็นต้น

    ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ได้แก่

    1) ธุรกิจบัตรเครดิต หมายถึง การให้สินเชื่อเครดิตเพื่อซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการเบิกเงินสดล่วงหน้า
    2) ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. หมายถึง การให้กู้ยืม การรับซื้อ ซื้อลดหรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใดแก่บุคคลธรรมดาโดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบธุรกิจของตนเอง เช่น เงินให้กู้ยืมแก่บุคคลธรรมดาเพื่อซื้อเครื่องจักรหรือเครื่องใช้สำนักงานของ บริษัทจะไม่อยู่ภายใต้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท.

    หนี้ในระบบ หมายถึง หนี้สินที่ลูกหนี้ไปกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือสถาบัน การเงินในระบบชุมชน หรือผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท.

    วิธีการให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของผู้ขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้ จำแนกได้ ดังนี้

    1) หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อชำระหนี้นอกระบบ หรือ
    2) เจรจาประนอมหนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย

คุณสมบัติผู้ขอขึ้นทะเบียน

    1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย
    2. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
    3. เป็นลูกหนี้นอกระบบที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท
    4. เป็นหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตและจำเป็น
    5. เป็นหนี้นอกระบบที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552

เอกสารประกอบ

    1. เอกสารการเป็นหนี้ เช่น สัญญากู้ยืม สัญญาขายฝาก สัญญาจำนอง เป็นต้น
    2. เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น ใบอนุญาตขับรถยนต์ สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. เอกสารอื่นๆ

กำหนดระยะเวลาการขึ้นทะเบียน

    ระยะเวลาการรับขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบ
    ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 ธันวาคม 2552
    ขยายเวลา (รอบสอง) ถึง 29 มกราคม 2553


โปรดติดต่อสำนักงานสาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมและเข้าร่วมโครงการ


ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบได้จากเอกสารแนบ
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:48:50 PM »






พระราชบัญญัติ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
พ.ศ. ๒๕๐๙



กฎกระทรวง
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร




















พระราชบัญญัติ

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

พ.ศ. ๒๕๐๙

(แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๗  พ.ศ. ๒๕๕๐)












หมายเหตุ     พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  ได้จัดพิมพ์เป็น ๓ ตอน  ตอนแรก
                    เป็นพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙  โดยรวมการแก้ไข
                    ถึงปัจจุบัน ครั้งที่ ๗  พ.ศ. ๒๕๕๐  ตอนที่สองจัดพิมพ์เป็นพระราชบัญญัติรายฉบับ  เพื่อใช้ในการ
                    ตรวจสอบและอ้างอิง   นอกจากนี้  ได้นำกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติฉบับนี้
                    พิมพ์ไว้เป็นตอนที่สามท้ายเล่มด้วย



รวบรวมและจัดทำโดย กองกลาง








พระราชบัญญัติ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
พ.ศ. ๒๕๐๙
¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬¬_________________

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙
เป็นปีที่  ๒๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช    มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
      โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร
   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และ
ยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
      มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙”
   มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป










      มาตรา  ๓  ในพระราชบัญญัตินี้
   “ธนาคาร”   หมายความว่า   ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
      “คณะกรรมการ”   หมายความว่า   คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์การเกษตร
   “กรรมการ”    หมายความว่า        กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและ
สหกรณ์การเกษตร
      “ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
          * “เกษตรกร” หมายความว่า  ผู้ประกอบอาชีพในการทำนา  การทำไร่   การทำสวน   การเลี้ยงสัตว์    การประมง    การเลี้ยงไหมและสาวไหม    การทำนาเกลือ    การปลูกกล้วยไม้หรือ
ไม้ดอก    การปลูกไม้สน    การปลูกสวนป่า     การเลี้ยงผึ้ง    การเลี้ยงครั่ง    การเพาะเห็ด    หรืออาชีพการเกษตรอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา      และให้หมายความรวมถึงเกษตรกรตามกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
      “กลุ่มเกษตรกร”   หมายความว่า    เกษตรกรซึ่งรวมกันเป็นกลุ่มโดยมีกฎหมายรับรองให้เป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์ดำเนินการทางธุรกิจเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพของเกษตรกร
      “สหกรณ์การเกษตร”   หมายความว่า     สหกรณ์ที่ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมดเป็นเกษตรกรและได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ กับให้หมายความรวมถึงสหกรณ์
ดังกล่าวที่ได้รวมกันเป็นชุมนุมสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์
   “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
            ** มาตรา  ๔   ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
   กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้



* บทนิยามคำว่า “เกษตรกร” ในมาตรา ๓   ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา  ๓   แห่ง   พ.ร.บ.ธ.ก.ส.
(ฉบับที่ ๔)  พ.ศ.๒๕๒๕   และใช้บังคับตั้งแต่  ๙  เม.ย.๒๕๓๕
** ความในมาตรา ๔  ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๔ แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๓)  พ.ศ.๒๕๒๕  และใช้บังคับตั้งแต่  ๒๘ ส.ค. ๒๕๒๕




หมวด ๑
การจัดตั้ง

   มาตรา  ๕   ให้จัดตั้งธนาคารขึ้นเรียกว่า     “ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” และให้ธนาคารนี้เป็นนิติบุคคล
                     * มาตรา ๖ ให้ธนาคารมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดอื่น และจะตั้งสาขาหรือตัวแทน
ณ ที่อื่นใดภายในและภายนอกราชอาณาจักรก็ได้ แต่การจะตั้งสาขาหรือตัวแทนภายนอกราชอาณาจักร ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน
                 ** มาตรา  ๗  ให้กำหนดทุนเรือนหุ้นของธนาคารไว้สี่พันล้านบาท  แบ่งเป็นสี่สิบล้านหุ้นมีมูลค่าหุ้นละหนึ่งร้อยบาท  โดยให้ธนาคารขายหุ้นให้แก่กระทรวงการคลัง   เกษตรกร   กลุ่มเกษตรกร   สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ สถาบันการเงิน  หรือบุคคลอื่น  และกองทุนด้านการเกษตรหรือกองทุนอื่นของรัฐตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด   ทั้งนี้
ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของธนาคาร
   ให้กระทรวงการคลังถือหุ้นของธนาคารไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
   ในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการถือหุ้นของกระทรวงการคลัง ให้ธนาคารขายหุ้นแก่ผู้อื่นตามวรรคหนึ่งได้  แต่ถ้าเป็นสถาบันการเงินที่มิใช่เป็นสถาบันการเงินของรัฐหรือบุคคลอื่นที่มิใช่เป็นหน่วยงานของรัฐจะขายหุ้นในจำนวนที่นับรวมกันแล้วเกินกว่าร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดมิได้
   ภายใต้บังคับวรรคสองและวรรคสาม   บุคคลใดจะถือหุ้นธนาคารเกินร้อยละห้าของจำนวนหุ้นที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดมิได้
   หุ้นของธนาคารที่บุคคล   ห้างหุ้นส่วน   หรือบริษัทดังต่อไปนี้ถืออยู่   ให้นับรวมเป็นหุ้นของบุคคลตามวรรคสี่ด้วย
   (๑)  คู่สมรสของบุคคลตามวรรคสี่
   (๒)  บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามวรรคสี่
   (๓)  ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามวรรคสี่หรือบุคคลตาม  (๑) หรือ  (๒)  เป็นหุ้นส่วน
   (๔)  ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลตามวรรคสี่หรือบุคคลตาม  (๑)  หรือ  (๒)  เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัด
ความรับผิด  หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้นรวมกันเกินอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
   (๕)  บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลตามวรรคสี่หรือบุคคลตาม (๑)  หรือ  (๒)  หรือ
ห้างหุ้นส่วนตาม (๓) หรือ (๔) ถือหุ้นรวมกันเกินอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
   (๖)  บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลตามวรรคสี่หรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือ
ห้างหุ้นส่วนตาม (๓) หรือ (๔) หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตาม (๕) ถือหุ้นรวมกันเกินอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
   เมื่อปรากฎว่าการได้มาซึ่งหุ้นของธนาคารเป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดถือหุ้นเกินจำนวนที่จะถือได้ตาม
วรรคสี่  บุคคลนั้นจะยกเอาการถือหุ้นในส่วนที่เกินจำนวนดังกล่าวขึ้นยันต่อธนาคารมิได้และธนาคารจะจ่ายเงินปันผลหรือ
เงินตอบแทนอย่างอื่นให้แก่บุคคลนั้น หรือให้บุคคลนั้นออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมของผู้ถือหุ้นตามจำนวนในส่วนที่เกินมิได้
   เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคสี่และวรรคหก  ให้ธนาคารตรวจสอบทะเบียนผู้ถือหุ้นทุกคราวก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นและก่อนจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใด  แล้วแจ้งผลการตรวจสอบต่อรัฐมนตรีตามรายการและภายในเวลาที่รัฐมนตรีกำหนด และในกรณีที่พบว่าผู้ถือหุ้นรายใดถือหุ้นเกินจำนวนที่กำหนดตามวรรคสี่  ให้ธนาคารแจ้งให้ผู้นั้นทราบ เพื่อดำเนินการจำหน่ายหุ้นที่เกินนั้นเสีย

* ความในมาตรา ๖ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๓ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๙ และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙   
** ความในมาตรา ๗ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๙ และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙


    * มาตรา ๗  ทวิในกรณีที่ธนาคารมีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนเรือนหุ้นให้ธนาคาร
ขอเพิ่มทุนเรือนหุ้นได้อีกเป็นคราว ๆ โดยขออนุมัติคณะรัฐมนตรี
   การกำหนดมูลค่าหุ้นและการขายหุ้นเพื่อเพิ่มทุนเรือนหุ้นตามวรรคหนึ่ง  ให้นำมาตรา 7 วรรคหนึ่ง   มาใช้บังคับโดยอนุโลม
   มาตรา ๘ ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นให้จำกัดเพียงเท่ามูลค่าของหุ้นที่ตนถือ

หมวด ๒
วัตถุประสงค์

             ** มาตรา  ๙   ธนาคารมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
                   (๑)  ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร  กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์
การเกษตรสำหรับการ
                         (ก)  ประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรืออาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรม
                         (ข)  ประกอบอาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ 
                         (ค)  พัฒนาความรู้ในด้านเกษตรกรรมหรืออาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือครอบครัวของเกษตรกร
                         (ง)  ดำเนินกิจการตามโครงการที่เป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มรายได้หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือครอบครัวของเกษตรกร 
   (๒)  ประกอบธุรกิจอื่นอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบเกษตรกรรม
              *** (๓)  ดำเนินงานเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาชนบท  โดยให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือการบริหารจัดการแก่บุคคล  กลุ่มบุคคล  ผู้ประกอบการ  กองทุนหมู่บ้านหรือชุมชน  รวมทั้งองค์กรที่จัดตั้งขึ้นในรูปแบบใดที่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรหรือชุมชน  ทั้งนี้  เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรหรือ
ชุมชนให้มีประสิทธิภาพทั้งในด้านการลงทุน  การผลิต  การแปรรูป และการตลาด หรือเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจหรือเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
            *** (๔)  ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์    เพื่อใช้ดำเนินงานภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสหกรณ์

* ความในมาตรา ๗ ทวิ  ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๓๕  และใช้บังคับตั้งแต่
๙ เม.ย.๒๕๓๕
** ความในมาตรา ๙  ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๓ แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๔๒   และใช้บังคับตั้งแต่ 
๒๕ ก.พ.๒๕๔๒
***  ความใน (๓) และ (๔) ของมาตรา ๙ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๙ และ
ใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙


             * การให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามความในวรรคหนึ่ง (๑) (ข) (ค)  และ (ง) รวมทั้งการดำเนินการตามความในวรรคหนึ่ง  (๒)  (๓)  และ  (๔)  ให้กระทำได้เท่าที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
            ** มาตรา ๑๐  ให้ธนาคารมีอำนาจกระทำกิจการภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา  ๙  อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
          *** (๑) ให้กู้เงินเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๙
          *** (๒)  ค้ำประกัน ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของธนาคาร
      (๓) จัดหาเงินทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานของธนาคาร
      (๔) จัดให้ได้มา ถือกรรมสิทธิ์หรือทรัพยสิทธิ ครอบครอง เช่าหรือให้เช่า เช่าซื้อหรือให้เช่าซื้อ  โอนหรือรับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ จำนองหรือรับจำนอง จำนำหรือ
รับจำนำ ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใด ซึ่งสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์
      (๕)  รับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันมี
กำหนด
      (๖) ให้กู้เงินหรือออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้ฝากเงินหรือบุคคลใดภายใน
วงเงินที่ฝากไว้กับธนาคารโดยใช้เงินฝากเป็นประกัน
      ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้ฝากเงินเป็นธนาคารพาณิชย์ 
ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
                  **** (๖/๑)  ให้กู้เงินหรือออกหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้ถือตราสารทางการเงินซึ่งออกโดยธนาคารหรือให้แก่บุคคลใดตามที่คณะกรรมการกำหนด  โดยใช้ตราสารทางการเงินซึ่งออกโดยธนาคารเป็นประกัน
      (๗) ออก ซื้อ หรือขายตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด รวมทั้ง เก็บเงิน
ตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว
      (๘) มีบัญชีเงินฝากไว้กับสถาบันการเงินอื่นเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนิน
ธุรกิจของธนาคาร

* ความในวรรคสองของมาตรา ๙ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค. ๒๕๔๙
** ความในมาตรา ๑๐ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๓ แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๔๒ และใช้บังคับตั้งแต่  ๒๕ ก.พ.๒๕๔๒
*** ความใน (๑) และ (๒) ของมาตรา ๑๐  ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖)
พ.ศ. ๒๕๔๙ และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค. ๒๕๔๙
**** ความในข้อ (๖/๑) ของมาตรา ๑๐ เป็นการเพิ่มความโดยมาตรา ๘  แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖)
พ.ศ. ๒๕๔๙ และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค. ๒๕๔๙


      (๙)  ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล  เช่น พันธบัตรหรือตั๋วเงินคลัง ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
      (๑๐) เรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้  ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการให้กู้เงินหรือค้ำประกันเงินกู้และค่าบริการอื่น ๆ
      (๑๑) เป็นตัวแทนของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเพื่อจ่าย เรียกเก็บหรือรับ
ชำระค่าที่ดิน  ค่าชดเชยการลงทุน  ค่าบริการ  ค่าธรรมเนียม  หรือเงินประเภทอื่น ตามที่ส่วน
ราชการหรือรัฐวิสาหกิจได้มอบหมายให้ธนาคารจ่าย เรียกเก็บ   หรือรับชำระ จากบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือเป็นตัวแทนของบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการดังกล่าวได้โดยต้องเป็นไปตามข้อบังคับ
ของธนาคาร
             * (๑๒) รับฝากเงินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตของเกษตรกรและครอบครัวของเกษตรกร  ตามที่กำหนดในข้อบังคับของธนาคาร
      (๑๓) ร่วมดำเนินการตามโครงการชดเชยความเสียหายแก่เกษตรกรจากภัย
ธรรมชาติในการประกอบเกษตรกรรม ตามระเบียบของทางราชการ
                 ** (๑๔) จัดตั้งบริษัทจำกัด   หรือบริษัทมหาชนจำกัด  เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรกรรม     หรือธุรกิจที่เป็นประโยชน์โดยตรงแก่กิจการของธนาคารตามที่คณะกรรมการ
เห็นสมควร   โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี   และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
           ** (๑๕) ร่วมลงทุนกับนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานภายใต้ขอบเขตที่กำหนดไว้ในมาตรา  ๙  ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร  โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
      (๑๖) จัดให้มีการสงเคราะห์ตามสมควรแก่ผู้จัดการ    พนักงาน    ลูกจ้าง   หรือ
ผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นผู้จัดการ พนักงาน หรือลูกจ้างของธนาคาร และครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
                *** (๑๖/๑) ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
                *** (๑๖/๒) ให้สินเชื่อหรือบริการทางการเงินในรูปแบบอื่นที่เป็นประเพณีปฎิบัติของธนาคารพาณิชย์เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๙ ทั้งนี้  ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
         **** (๑๗)  กระทำกิจการอย่างอื่นบรรดาที่เกี่ยวกับหรือเนื่องในการจัดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของธนาคารตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี

* ความใน (๑๒) ของมาตรา ๑๐  ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๙  แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ และใช้บังคับ
ตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙
** ความใน (๑๔) และ (๑๕) ของมาตรา ๑๐ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๑๐  แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ และ
ใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙
*** ความใน (๑๖/๑) และ (๑๖/๒) ของมาตรา ๑๐ เป็นการเพิ่มความโดยมาตรา ๑๑  แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙
**** ความใน (๑๗) ของมาตรา ๑๐ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๑๒ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙ และใช้บังคับ
ตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙


      มาตรา ๑๑ ห้ามมิให้ธนาคารกระทำการดังต่อไปนี้
   (๑)  ให้กรรมการหรือผู้จัดการ  หรือภริยาหรือสามีของกรรมการหรือผู้จัดการกู้ยืมเงิน
(๒)   รับหุ้นของธนาคารเองเป็นประกัน
(๓)  จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กรรมการ ผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร เป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับหรือเนื่องแต่การกระทำหรือการประกอบธุรกิจใด ๆ ของธนาคาร  ทั้งนี้  นอกจากเงินเดือนและเงินอื่น ๆ  ซึ่งพึงจ่ายตามมาตรา  ๒๐   มาตรา  ๒๖     และตามข้อบังคับของธนาคารที่ออกตามมาตรา   ๑๘   (๖)   และ   (๘)
           * (๔)  ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่
(ก) เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ  หรือสำหรับผู้จัดการ พนักงาน
และลูกจ้างของธนาคารใช้ประโยชน์ตามสมควร
(ข) เป็นการได้มาจากการชำระหนี้ หรือจากการประกันต้นเงินที่จ่ายให้กู้ยืมไป หรือจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จำนองไว้แก่ธนาคารจากการขายทอดตลาด  โดยคำสั่งศาล
บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นของธนาคารเนื่องจากการชำระหนี้ การประกันต้นเงินที่จ่ายให้กู้ยืมไป       หรือเนื่องจากการที่ธนาคารได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่จำนองไว้แก่
ธนาคารจากการขายทอดตลาดโดยคำสั่งของศาล   จะต้องจำหน่ายภายในเก้าปีนับแต่วันที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตกเป็นของธนาคาร     หรือภายในกำหนดเวลากว่านั้น   ตามที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี ทั้งนี้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ  หรือสำหรับผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคารใช้ประโยชน์
   การจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในวรรคก่อน ให้กระทำโดยวิธีขายทอดตลาด หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและได้รับความเห็นชอบของรัฐมนตรี




* ความในวรรคแรก  (๔)  ของมาตรา  ๑๑   ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๖  แห่ง   พ.ร.บ.ธ.ก.ส.
(ฉบับที่ ๓)  พ.ศ.๒๕๒๕   และใช้บังคับตั้งแต่  ๒๘ ส.ค.๒๕๒๕





       
หมวด ๓
การกำกับ การควบคุม และการจัดการ

   มาตรา   ๑๒   รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคารเพื่อประโยชน์ในการนี้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ธนาคารชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานเกี่ยวกับกิจการของธนาคาร และมีอำนาจตั้งบุคคล เพื่อตรวจสอบและรายงานกิจการและทรัพย์สินของธนาคาร    แต่ไม่ว่าในกรณีใด    รัฐมนตรีจะสั่งให้ตรวจสอบหรือรายงานเพื่อทราบกิจการหรือ
ทรัพย์สินของเอกชนคนหนึ่งคนใด โดยเฉพาะที่มีหรือปรากฏอยู่ในธนาคารมิได้
   เมื่อรัฐมนตรีได้รับรายงานจากผู้ตรวจสอบแล้ว     ถ้าเห็นว่าการดำเนินงานของ
ธนาคารขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี  หรืออยู่ในลักษณะอันจะเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง
แก่ธนาคารหรือแก่ประโยชน์ของประชาชน  รัฐมนตรีมีอำนาจยับยั้งหรือสั่งแก้ไขการดำเนินงานของธนาคารได้
        * มาตรา ๑๒/๑  ให้ธนาคารดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์  หนี้สินหรือภาระผูกพัน   และให้ธนาคารดำรงเงินสดสำรองและดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเป็นอัตราส่วนกับเงินฝากและเงินกู้ยืม  ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์   วิธีการ   และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
      มาตรา ๑๓  ในกรณีที่ธนาคารจะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการนำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
                     ** มาตรา ๑๔  ให้มีคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   เป็นประธานกรรมการ   รองประธานกรรมการ
หนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสองคน   ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง    และให้ผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ
           *** กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยต้องมีผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน  ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนึ่งคน  ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์หนึ่งคน  ผู้แทนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหนึ่งคน    ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยหนึ่งคน    และผู้แทน
สหกรณ์การเกษตรผู้ถือหุ้นหนึ่งคน


* ความในมาตรา ๑๒/๑ เป็นการเพิ่มความโดยมาตรา ๑๓ แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๙  และ
ใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค. ๒๕๔๙
** ความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔  ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๔ แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๕)พ.ศ.๒๕๔๒  และใช้บังคับตั้งแต่ ๒๕ ก.พ.๒๕๔๒
*** ความในวรรคสองของมาตรา ๑๔ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๑๔  แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๙  และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค. ๒๕๔๙

   

รองประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง อยู่ในตำแหน่ง
คราวละสามปี ผู้ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระจะแต่งตั้งให้เป็นรองประธานกรรมการ หรือกรรมการอีกก็ได้
   มาตรา ๑๕ ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือกรรมการ
(๑)  เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร
(๒)  เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(๓) ได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
(๔)  เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
* มาตรา ๑๖ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔   รองประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง  พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๕
                  ** (๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่  มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
   เมื่อรองประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นรองประธานกรรมการ หรือกรรมการแทน  ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้อยู่ในตำแหน่งตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน
      มาตรา ๑๗ การประชุมคณะกรรมการ    ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าในการประชุมครั้งใด ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม



* ความในมาตรา ๑๖ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๙  และใช้บังคับตั้งแต่  ๑ ม.ค.๒๕๒๐
** ความใน (๔) ของมาตรา ๑๖ เป็นการเพิ่มความโดยมาตรา ๑๕ แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๔๙  และใช้บังคับตั้งแต่ ๑๕ มี.ค.๒๕๔๙



      ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ (๔) มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน    ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน    ให้ประธานในที่ประชุม
ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา  ๑๘   ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคาร  อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) การออกข้อบังคับว่าด้วยหุ้นของธนาคาร
(๒) การออกข้อบังคับว่าด้วยการค้ำประกันเงินกู้ตามมาตรา ๑๐ (๒)
                (๓) การออกข้อบังคับว่าด้วย การมอบอำนาจของผู้จัดการให้แก่พนักงานของธนาคารตามมาตรา ๒๓
      * (๔) การออกข้อบังคับว่าด้วยการให้กู้เงินตามมาตรา ๓๑
          (๕) การออกข้อบังคับว่าด้วยการขายหรือขายลดช่วงตั๋วเงินแก่สถาบันการเงิน
ต่าง ๆ ตามมาตรา ๓๓
        (๖) การออกข้อบังคับกำหนดอัตราตำแหน่ง   เงินเดือน   ค่าจ้าง   ค่าพาหนะ
เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่ารับรอง และเงินเพิ่มอย่างอื่น สำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคาร
        (๗) การออกข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ   การแต่งตั้ง  การเรียกประกัน การเลื่อน
เงินเดือน การถอดถอน วินัย การสอบสวน และการลงโทษ สำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคาร
         (๘) การออกข้อบังคับว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้จัดการ  พนักงาน ลูกจ้าง หรือ
ผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของธนาคาร และครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
(๙)   การตั้งสาขาหรือตัวแทนของธนาคาร
       (๑๐)  การออกข้อบังคับเกี่ยวกับธุรกิจอื่น ๆ ของธนาคาร









* ความในมาตรา  ๑๘ (๔)   ถูกแก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยมาตรา  ๕   แห่ง  พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๔๒  และใช้บังคับตั้งแต่   
   ๒๕ ก.พ.๒๕๔๒
  ความในมาตรา ๑๘/๑ และ มาตรา ๑๘/๒  ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓  แห่ง พ.ร.บ.ธ.ก.ส. (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๕๐ 
  และใช้บังคับตั้งแต่  ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๐




มาตรา ๑๙ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ     เพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
           มาตรา ๒๐ ให้ธนาคารมีผู้จัดการหนึ่งคน
ผู้จัดการต้องมีสัญชาติไทย ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๕ มีความรู้หรือความจัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับการธนาคาร การเศรษฐกิจ การเกษตร   การสหกรณ์ หรือกฎหมาย และสามารถทำงานให้แก่ธนาคารได้เต็มเวลา
                       ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้จัดการและกำหนดอัตราเงินเดือนของผู้จัดการ ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
            ผู้จัดการได้รับเงินเดือน ค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่ารับรอง หรือเงินเพิ่มอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
   มาตรา ๒๑ ผู้จัดการย่อมพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)  ตาย
(๒)  ลาออก
(๓)  ขาดจากสัญชาติไทยหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา   ๑๕   หรือ
(๔)  คณะกรรมการให้ออก   เพราะหย่อนความสามารถหรือบกพร่องต่อหน้าที่ 
มีมลทินมัวหมองหรือทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ มติให้ผู้จัดการออกต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดนอกจากผู้จัดการ
   การให้ผู้จัดการออกตาม (๔) ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐมนตรี
      มาตรา  ๒๒   ผู้จัดการมีหน้าที่บริหารกิจการของธนาคารให้เป็นไปตามนโยบายและข้อบังคับของธนาคารและมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง ของธนาคารทุกตำแหน่ง
   ผู้จัดการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของธนาคาร













      มาตรา ๒๓ ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก     ผู้จัดการเป็นผู้แทนธนาคาร  เพื่อการนี้ผู้จัดการจะมอบอำนาจให้พนักงานของธนาคารผู้ใดปฏิบัติกิจการใดแทนก็ได้   แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อบังคับของธนาคาร
มาตรา ๒๔  ผู้จัดการมีอำนาจ
(๑) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งหรือเงินเดือน ลงโทษทางวินัย หรือถอดถอนพนักงานและลูกจ้างของธนาคาร   ทั้งนี้   ต้องเป็นไปตามข้อบังคับของธนาคาร   แต่ถ้าเป็นพนักงานตำแหน่งรองผู้จัดการ   ที่ปรึกษา  หัวหน้าฝ่าย  หรือตำแหน่งซึ่งเทียบเท่า  ต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการก่อน
(๒) วางระเบียบเกี่ยวกับวิธีดำเนินการของธนาคาร    และการปฏิบัติงาน
ของพนักงานและลูกจ้างของธนาคาร   ทั้งนี้โดยไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบายหรือข้อบังคับของ
ธนาคาร
มาตรา  ๒๕  เมื่อตำแหน่งผู้จัดการว่างลง   หรือผู้จัดการไม่สามารถปฏิบัติ
หน้าที่ได้เป็นครั้งคราว       ให้รองผู้จัดการเป็นผู้รักษาการแทนหรือทำการแทนผู้จัดการ
แต่ถ้าไม่มีรองผู้จัดการ    หรือรองผู้จัดการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานของธนาคารคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนหรือทำการแทนผู้จัดการ แล้วแต่กรณี
ให้ผู้รักษาการแทนหรือทำการแทนผู้จัดการ  มีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับ
ผู้จัดการ
มาตรา ๒๖ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการ ผู้จัดการ พนักงานและลูกจ้าง อาจได้รับโบนัสตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด








หมวด ๔
การประชุมใหญ่

* มาตรา ๒๗ ให้มีการประชุมใหญ่สามัญของผู้ถือหุ้นปีละหนึ่งครั้งภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่วันสิ้นปีบัญชีของแต่ละปี เพื่อกิจการดังต่อไปนี้
     (๑)  พิจารณาอนุมัติงบดุล   บัญชีกำไรและขาดทุน
           (๒) พิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิในปีหนึ่ง ๆ ของธนาคารตามที่คณะกรรมการเสนอ
      (๓)  พิจารณารายงานกิจการประจำปีของธนาคาร
      (๔)  พิจารณาตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี
      (๕)  พิจารณาเรื่องอื่น ๆ
     มาตรา ๒๘ คณะกรรมการจะเรียกประชุ
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:49:38 PM »



กฏกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความใน พ.ร.บ. ธ.ก.ส. [2006-07-28]

����������อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕ และมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑    ในกฎกระทรวงนี้
����������?ครอบครัว? หมายความว่า คู่สมรสหรือบุตรของเกษตรกร บิดามารดาของเกษตรกร หรือ คู่สมรสของเกษตรกรซึ่งอยู่ใน ความอุปการะของเกษตรกร
ข้อ ๒    ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตรสำหรับการ�ประกอบ อาชีพดังต่อไปนี้ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรหรือครอบครัว
�    
(๑)    การประกอบอาชีพด้านอุตสาหกรรม
(๒)    การประกอบอาชีพด้านพาณิชยกรรม
(๓)    การประกอบอาชีพด้านบริการ
ข้อ ๓    ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์ การเกษตรสำหรับการ พัฒนาความรู้ในด้านเกษตรกรรมหรืออาชีพอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้หรือการพัฒนา คุณภาพชีวิตของ เกษตรกรหรือครอบครัวดังต่อไปนี้
�    
(๑)    การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานของเกษตรกรหรือครอบครัว ในด้านเกษตรกรรม หรือการประกอบ อาชีพตามข้อ 2
(๒)    การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานของเกษตรกรหรือครอบครัว เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิต
(๓)    การรักษาพยาบาลของเกษตรกรหรือครอบครัว
(๔)    การจัดหา ปรับปรุงหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของเกษตรกร
ข้อ ๔    ธนาคารอาจให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ การเกษตรสำหรับการ ดำเนินกิจการดังต่อไปนี้
�    
(๑)    กิจการตามโครงการที่มีลักษณะเป็นการ
�    
(ก)    ส่งเสริมหรือสนับสนุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลิตผล การเพิ่มมูลค่าผลิตผล การจำหน่าย การส่งออกหรือทดแทนการนำเข้าซึ่งผลิตผลการเกษตร ผลิตภัณฑ์จากผลิตผลการเกษตร หรือปัจจัยการเกษตรและ
(ข)    สอดคล้องกับแนวนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐ
(๒)    
กิจการตามโครงการที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาความรู้ในด้าน เกษตรกรรมหรืออาชีพอย่าง อื่นเพื่อเพิ่มรายได้หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรหรือครอบครัว ตามข้อ ๓ ข้อ ๕ ธนาคารอาจประกอบ ธุรกิจอันเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการประกอบเกษตรกรรม ดังต่อไปนี้ได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
�    
(๑)    การค้าปัจจัยการเกษตร
(๒)    การบริการทางการเกษตร
(๓)    การตลาดผลิตผลการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากผลิตผลการเกษตร
(๔)    คลังสินค้า
(๕)    กิจการอื่นที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒

ธารินทร์ นิมมานเหมินท์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:50:08 PM »



ข้อบังคับและระเบียบ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชน [2006-07-28]

           เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๗ (๔) ธนาคารจึงประกาศให้ทราบ ว่าธนาคารมีข้อบังคับและระเบียบ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้
ข้อบังคับ    
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๑    

ว่าด้วยหุ้น
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๕    ว่าด้วยการรับฝากเงิน
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๖    ว่าด้วยการมอบอำนาจของผู้จัดการในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
ให้แก่พนักงานของธนาคาร
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๗    ว่าด้วยการให้เกษตรกรกู้เงินระยะสั้นและระยะปานกลางสำหรับการเกษตร
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๑๓    ว่าด้วยเงินสงเคราะห์ในกรณีผู้จัดการ พนักงาน หรือ ลูกจ้างตาย
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๑๕    ว่าด้วยการขายลดช่วงตั๋วสัญญาใช้เงิน แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๑๖    ว่าด้วยการให้เกษตรกรกู้เงินระยะยาวเพื่อชำระหนี้สินเดิม
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๑๘    ว่าด้วยการให้เกษตรกรกู้เงินระหว่างรอการขายผลิตผล
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๑๙    ว่าด้วยการขายลดช่วงตั๋วสัญญาใช้เงินระหว่างรอการขายผลิตผลแก่
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๒๐    ว่าด้วยการให้กลุ่มเกษตรกรกู้เงิน
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๒๓    ว่าด้วยการให้กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตรกู้เงินเพื่อการจัดหา
วัสดุการเกษตร
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๒๔    ว่าด้วยการให้กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตรกู้เงินระยะยาวเพื่อ
ลงทุนในสินทรัพย์ประจำสำหรับการแปรรูปหรือการขายผลิตผลการ
เกษตร หรือสินทรัพย์ประจำสำหรับการจัดให้มีวัสดุหรือบริการการเกษตร
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๒๕    ว่าด้วยการให้เกษตรกรกู้เงินระยะยาวเพื่อการเกษตร
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๒๖    ว่าด้วยการให้กลุ่มเกษตรกรหรือสหกรณ์การเกษตรกู้เงินระยะยาว
เพื่อการเกษตร
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๒๙    ว่าด้วยบำเหน็จ
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๓๐    ว่าด้วยการจ้างและการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๙
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๓๑    ว่าด้วยการให้สหกรณ์การเกษตรกู้เงิน
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๓๕    ว่าด้วยการให้กู้เงินและการออกหนังสือค้ำประกันแก่ผู้ฝากเงิน
โดยใช้เงินฝากเป็นประกัน
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๔๐    ว่าด้วยเช็ค
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๔๑    ว่าด้วยการเป็นตัวแทนของบุคคลอื่นเพื่อเรียกเก็บเงิน
ข้อบังคับ ฉบับที่ ๔๒    ว่าด้วยการให้เกษตรกรกู้เงินสำหรับการประกอบอาชีพอย่างอื่นที่
เกี่ยวเนื่องในการเกษตร
ฉบับที่ ๔๓    ว่าด้วยการช่วยเหลือพนักงานที่ต้องหาคดีอาญา
ระเบียบ    
ระเบียบ ฉบับที่ ๑    ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทออมทรัพย์
ระเบียบ ฉบับที่ ๒    ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทประจำ
ระเบียบ ฉบับที่ ๔    ว่าด้วยวิธีดำเนินการให้เกษตรกรกู้เงินระยะสั้นและระยะปานกลาง
สำหรับการเกษตร
ระเบียบ ฉบับที่ ๘    ว่าด้วยการตั้งผู้รับเงินเดือนเงินบำเหน็จ โบนัส เงินทดแทนตามกฎหมาย
แรงงานและเงินสงเคราะห์ในกรณีผู้จัดการหรือพนักงานตาย
ระเบียบ ฉบับที่ ๙    ว่าด้วยวิธีดำเนินการให้เกษตรกร กู้เงินระยะยาว เพื่อชำระหนี้สินเดิม
ระเบียบ ฉบับที่ ๑๓    ว่าด้วยการเบิกรับเงินกู้และการส่งเงินเข้าบัญชีตามสัญญากู้เงินเครดิต
เงินสดของกลุ่มเกษตรกร
ระเบียบ ฉบับที่ ๑๔    ว่าด้วยการจ่ายคืนเงินฝากในกรณีผู้ฝากตาย
ระเบียบ ฉบับที่ ๑๕    ว่าด้วยการรับเงินฝากของผู้เยาว์
ระเบียบ ฉบับที่ ๑๙    ว่าด้วยการให้กู้เงินและการออกหนังสือค้ำประกันแก่ผู้ฝากเงิน
โดยใช้เงินฝากเป็นประกัน
ระเบียบ ฉบับที่ ๒๔    ว่าด้วยการจดทะเบียนผู้รับจ้างเหมางานก่อสร้างของธนาคาร
เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ระเบียบ ฉบับที่ ๒๖    ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ธนาคาร
ระเบียบ ฉบับที่ ๓๐    ว่าด้วยการรับฝากเงินประเภทกระแสรายวัน
ระเบียบ ฉบับที่ ๓๒    ว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน
เพื่อให้บริการแก่ประชาชน เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร
ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ระเบียบ ฉบับที่ ๓๕    ว่าด้วยการให้พนักงานไปปฏิบัติงานสหกรณ์การเกษตร
เพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จำกัด
ระเบียบ ฉบับที่ ๓๖    ว่าด้วยเงินทุนสวัสดิการที่ธนาคารได้รับจากการช่วยจัดหาวัสดุอุปกรณ์
และบริการการเกษตร
ระเบียบ ฉบับที่ ๓๗    ว่าด้วยกองทุนพัฒนาการเกษตร
ระเบียบ ฉบับที่ ๓๘    ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการพัสดุ
ระเบียบ ฉบับที่ ๔๑    ว่าด้วยการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา



ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑

พิทยาพล นาถธราดล

(นายพิทยาพล นาถธราดล)
ผู้จัดการ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:50:52 PM »



โครงการที่สำคัญ

กิจกรรมสำคัญของ ธ.ก.ส. ในปีบัญชี 2552

1. สนับสนุนสินเชื่อการเกษตรเพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน โดยตรงของเกษตรกร
    1) ส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจหลักและอื่นๆ
    2) ส่งเสริมการผลิตพืชพลังงานทดแทน
    3) การผลิตพืชเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยต่อ ผู้บริโภค (Food Safety)
    4) สินเชื่อตามแนวทางทฤษฏีใหม่แก่เกษตรกรรายย่อย
    5) พัฒนาสินเชื่อแบบเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft)
    6) ศึกษากลไกการพัฒนาที่สะอาด(Clean Development Mechanism : CDM) ด้านบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ระยะที่ 1
2. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการสร้างงานในชนบท
3. สนับสนุนสินเชื่อโครงการสานฝันแรงงานคืนถิ่น
4. สนับสนุนสินเชื่อการเกษตรผ่านระบบสหกรณ์และการ พัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน
    1) สินเชื่อการเกษตรและการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านระบบ สหกรณ์
    2) สินเชื่อเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
5. การเพิ่มผลผลิตเพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร
    1) เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตการเกษตร
       - การวิเคราะห์ดินและตรวจสอบปุ๋ย
       - การบริหารจัดการน้ำ
       - การส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพ
    2) ส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) ตามศักยภาพพื้นที่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
    3) วิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจหลักรายภาคและสร้าง โอกาสทางธุรกิจที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
    4) เชื่อมโยงการผลิตและการตลาดผ่านขบวนการ สถาบันเกษตรกร
    5) ส่งเสริมการรวมกลุ่มสกต.เพื่อรวมกันซื้อปัจจัยการ ผลิตและการรวบรวมขายผลิตผล
    6) พัฒนาคุณภาพการผลิตและการตลาดเพื่อยกระดับ มาตรฐานผลผลิตสู่ตลาดต่างประเทศ
6. การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
    1) การให้สิทธิการขายผลผลิตการเกษตรล่วงหน้าแก่ เกษตรกร
    2) ขยายการประกันภัยพืชผลโดยใช้ดัชนีภูมิอากาศ
7. ฟื้นฟูคุณภาพหนี้และเสริมสร้างศักยภาพสถาบันเกษตร
    1) สอบทานสินเชื่อ และฟื้นฟูคุณภาพหนี้สถาบัน เกษตรกร
    2) เพิ่มศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อยกระดับผลการ ดำเนินงานเข้าสู่ภาวะปกติ
8. ฟื้นฟูและพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและยากจน ระยะที่ 2
9. การจัดการหนี้เกษตรกรแบบบูรณาการ
    1) แก้ไขหนี้ค้างชำระนานปีและรายโครงการ (Project Approach)
    2) ฟื้นฟูพัฒนาอาชีพและปรับปรุงคุณภาพการผลิต เกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้ตั้งแต่ 100,000 บาท
    3) ป้องกันหนี้ปกติที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
    4) พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการหนี้ สอดคล้องมาตรฐานการบัญชีและการดำเนินงานธนาคาร
10. พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกรลูกค้า ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา
11. เสริมสร้างศักยภาพ การสร้างรายได้ให้แก่กองทุนหมู่บ้าน
12. นำร่องการให้สินเชื่อแก่กองทุนหมู่บ้านหรือสถาบัน การเงินชุมชนเพื่อเป็นทุนให้กู้แก่ลูกค้ารายย่อย
13. สนับสนุนกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน
14. พัฒนาชุมชนต้นแบบตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่
    1) ขั้นที่ 1 (พึ่งพาตนเอง)
    2) ขั้นที่ 2 (พึ่งพาซึ่งกันและกัน)
    3) ขั้นที่ 3 (เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชน)
15. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรผ่านชุมชนฐานราก
16. เสริมสร้างความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ร่วมกับผู้นำเกษตรกร
17. พัฒนาคุณภาพและสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ (ต่อเนื่อง)
18. พัฒนาศักยภาพชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและ ผลิตภัณฑ์ชุมชน
19. ฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้
20. จัดระบบการออมที่เป็นสวัสดิการเพื่อการดำรงชีพในวัย สูงอายุของเกษตรกร
21. รักษาฐานลูกค้าเงินฝากรายเดิม  และเพิ่มลูกค้าเงินฝากรายใหม่ (ภาคประชาชน)
22. การรักษาและขยาย,ฐานเงินฝากภาครัฐ
23. ปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการออกพันธบัตร ธ.ก.ส.
24. พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทวีมิตร
25. ปรับปรุงและขยายเครือข่ายบริการ
    1) การให้บริการผ่าน ATM
    2) การเพิ่มจุดบริการเพื่อเข้าถึงลูกค้า
26. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)
    1) พัฒนาระบบงานธุรกิจหลัก (CoreBankingSustem : CBS)
    2) จัดทำระบบ CRM (Customer Relationship Management)
    3) ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบเครือข่ายสื่อสารในระดับสาขา
27. เพิ่มประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการที่ดี
    1) ปรับโครงสร้างองค์กรและบริหารการเปลี่ยนแปลง
    2) ส่งเสริมปลูกฝังวัฒนธรรม ธ.ก.ส.
    3) ระบบความก้าวหน้าในสายอาชีพเชื่อมโยงกับการ พัฒนา
28. ขับเคลื่อนการนำระบบบริหารคุณภาพรัฐวิสาหกิจ (SEPA) มาใช้ในการประเมินผลองค์กร
29. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อโดย การ พัฒนาระบบ Credit Scoring & Credit Risk Rating ระยะที่ 2 (ต่อเนื่อง)
30. เสริมสร้างศักยภาพพนักงานเพื่อการบริการเกษตรกร อย่างมืออาชีพ และสร้างนวัตกรรมการทำงาน
31. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพ
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:51:28 PM »



การกำกับดูแลกิจการทีดีของธ.ก.ส.

   ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตระหนักถึงความสำคัญของ การกำกับดูแลกิจการที่ดี   ซึ่งเป็นที่ยอมรับจาก
ส่วนงานภาครัฐและเอกชน ว่าเป็นปัจจัยหลักในการสร้าง ความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเสริมสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้มีการบริหาร และการกำกับดูแลกิจการที่ดี(Good Corporate Governance) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย การสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2542 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2542 เพื่อให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติ โดย กำหนดบทบาทหน้าที่โครงสร้างและกระบวนการ ทำงานให้เป็นกลไกการบริหารทรัพยากรของสังคมที่ โปร่งใส ซื่อตรง เป็นธรรม  มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีสมรรถนะสูงในการนำบริการที่มีคุณภาพไปสู่ ประชาชน ต่อมารัฐบาลได้ยกเลิกระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการ บ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 และตราพระราช กฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546 นอกจากนี้รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ดี มุ่งเสริมสร้าง มาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พร้อมทั้ง ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐและประพฤติมิชอบอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารราชการแผ่นดิน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ที่เห็นชอบยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ พ.ศ. 2552 - 2555 ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการตาม พระราชกฤษฎีกา และนโยบายรัฐบาลดังกล่าว โดยมีกิจกรรมที่สำคัญประจำปี ได้แก่ การกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปีระยะ 5 ปี และแผนปฏิบัติการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภายในหน่วยงาน รวมทั้งการกำหนดให้มีวินัย และจรรยาบรรณของ พนักงานการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยใช้ เทคโนโลยีที่ทันสมัย การสรรหาคณะกรรมการตรวจสอบธ.ก.ส. การกระจายอำนาจไปสู่ผู้บริหารระดับล่างมากขึ้น การปรับปรุงโครงสร้างและ รูปแบบการจัดการองค์กร การปรับปรุงระบบงานให้กระชับขึ้น และการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์

1.ความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี
   การที่ ธ.ก.ส. จัดให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีการประเมินผลการกำกับดูแล กิจการที่ดีย่อมทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดแก่ ธ.ก.ส.ได้ และจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น องค์กรต่าง ๆ ลูกค้าและประชาชน ดังต่อไปนี้
1. สร้างความโปร่งใส และมีมาตรฐานการปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นสากล
2. เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจให้แก่สาธารณชน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
3. ทำให้มูลค่ากิจการสูงขึ้น
4. ทำให้เกิดรูปแบบกิจการอันเป็นที่ยอมรับ และสามารถแข่งขันได้
5. ทำให้เกิดการสร้างพันธะผูกพัน เพื่อให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจภายในขอบเขต รวมถึงการสร้างกรอบความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมส่วนรวม ทำให้เกิดระบบความรับผิดชอบของพนักงานต่อผู้บริหาร ผู้บริหารต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการต่อผู้ถือหุ้น เป็นลำดับชั้นไป
6. เป็นเครื่องมือการตรวจสอบการทำงานด้านต่าง ๆของ ธ.ก.ส.ที่จะให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
7. ป้องกันการแสวงหาประโยชน์ ขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น และเสริมสร้างความโปร่งใสของการบริหารจัดการ

2.หลักการเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ธ.ก.ส. มีจุดมุ่งหมายอันสำคัญในการสื่อความไปยังพนักงาน ผู้ถือหุ้น ตลอดจนผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียอื่น ถึงความยึดมั่นในการปฏิบัติตามคุณลักษณะหลักของกระบวนการกำกับดูแล กิจการที่ดีอันประกอบด้วยหลักสำคัญ 9 ประการ ดังนี้
1. หลักสร้างสรรค์คุณภาพ หมายถึง การดำเนินงานที่มุ่งเน้นคุณภาพ สามารถ แข่งขันได้ และสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการ
2. หลักประหยัดคุ้มค่า หมายถึง การบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด อย่างประหยัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม
3. หลักรักษาสิ่งแวดล้อม หมายถึง การดำเนินงานที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี หลีกเลี่ยงการทำลายสภาพแวดล้อม และมุ่งพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน
4. หลักร่วมคิดร่วมทำ หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมรับรู้ เสนอแนวความคิดดำเนินการหรือร่วมตัดสินใจ
5. หลักเปิดเผยโปร่งใส หมายถึง การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ด้วยการ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างถูกต้อง เพียงพอและติดตามตรวจสอบได้
6. หลักซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง การดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตไม่แสวงหา ผลประโยชน์อันมิชอบเพื่อตนเองหรือพวกพ้อง
7. หลักเสมอภาคเป็นธรรม หมายถึง การดำเนินงานหรือการกำหนดกฎเกณฑ์ เงื่อนไขที่เป็นธรรมเป็นที่ยอมรับและมีความเท่าเทียมกันในการยึดถือปฏิบัติ
8. หลักสำนึกรับผิดชอบ หมายถึง การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความ รับผิดชอบ การใส่ใจและการกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา และการยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการ ปฏิบัติหน้าที่และจากการดำเนินงาน รวมทั้ง ความพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและประเมินผล
9. หลักสนับสนุนการเรียนรู้ หมายถึง การมุ่งสนับสนุนให้พนักงานและ บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อ ความยั่งยืนขององค์กร ลูกค้า หน่วยงานและสังคมทั่วไป

3.หลักปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
เพื่อให้กระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ ธ.ก.ส. เป็นไปอย่างเปิดเผยโปร่งใส และ เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมิได้มุ่งเน้นที่ประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รวมทั้งมีความ รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ธ.ก.ส. จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

3.1 สิทธิของผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิร่วมในความเป็นเจ้าของกิจการ และร่วมในการตัดสินใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ ธ.ก.ส. โดย ธ.ก.ส. จะดูแลและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของ ตนอย่างเท่าเทียมกันทุกประการ
ธ.ก.ส. ตระหนักและให้ความสำคัญสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยไม่กระทำการใดเป็น การละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น กฎเกณฑ์ ข้อมูลและวิธีการในการเข้าร่วมประชุม โดยเปิด โอกาสให้ซักถามหรือส่งคำถามล่วงหน้า
แนวทางปฏิบัติ
1) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่ พร้อมวาระการประชุม รวมทั้งข้อมูล เกี่ยวกับสภาพแห่งกิจการ และสารสนเทศที่จำเป็นอย่างเพียงพอเพื่อใช้ในการตัดสินใจลงมติให้ผู้ถือหุ้น ทุก รายได้รับทราบก่อนวันประชุม
2) ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงอย่าง เหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมายที่กำหนด
3) จัดให้ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยแยกตามแต่ละ ระเบียบวาระที่เสนอ
4) เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามและแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง
5) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และผู้บริหารให้ความสำคัญในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อตอบคำถามที่ประชุม
6) เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าก่อนวันประชุม
7) ให้ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิเข้าร่วมการประชุมพร้อมทั้งสามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่น มาร่วมการประชุมและออกเสียงลงมติแทนได้
8) ส่งและเผยแพร่รายงานการประชุมใหญ่ให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับทราบโดยทั่วถึง

3.2 ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น
ผู้ถือหุ้นทุกคนในฐานะเป็นเจ้าของกิจการได้รับการปฏิบัติตามสิทธิพื้นฐาน อย่าง เป็นธรรมและเท่าเทียมกันทุกประการตามที่กฎหมายกำหนด และมีสิทธิได้รับสารสนเทศอย่างเพียงพอ และทันเวลาเพื่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิผล
ธ.ก.ส. จะดูเงินที่ผู้ถือหุ้นนำมาลงทุนให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและปกป้องสิทธิ ขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น โดยมีมาตรการป้องกันกรณีที่ กรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ในทางมิชอบ ซึ่งเป็น การเอาเปรียบผู้ถือหุ้นอื่น และแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์
แนวทางปฏิบัติ
1) ให้การปฏิบัติตามสิทธิพื้นฐานกับผู้ถือหุ้นทุกคนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน
2) ให้การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มโดยยึดมั่นในหลักความซื่อ สัตย์ สุจริต และให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติ และการมีหลักปฏิบัติเพื่อยับยั้งหรือห้ามแสวงหาผลประโยชน์ที่มิ ชอบด้วยกฎหมาย หรือขาดความชอบธรรม
3) ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติ และมีหลักปฏิบัติเพื่อควบคุมดูแลและจัดการในเรื่องที่มีผลประโยชน์ขัดแย้ง ตามหลักเกณฑ์ที่ ธ.ก.ส. กำหนด

3.3 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีบทบาทสำคัญในการกำ กับดูแลกิจการเพื่อ ประโยชน์สูงสุดของ ธ.ก.ส. มีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น และเป็นอิสระจาก ฝ่ายจัดการ

3.3.1หน้าที่และความรับผิดชอบ
   กรรมการ ธ.ก.ส. มีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของ กรรมการ และลักษณะการดำเนินธุรกิจของ ธ.ก.ส. พร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ โดย มุ่งเน้นให้เกิดการเพิ่มมูลค่าให้แก่กิจการ ภาครัฐ ประชาชน และผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นผู้วางนโยบายและควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของ ธ.ก.ส.
   คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่ายจัดการมีความรับผิดชอบตามหน้าที่ ต่อกันและกันในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ ธ.ก.ส. ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ธ.ก.ส. ดังนั้น ฝ่ายจัดการควรแสดงถึงจุดยืนของตน รับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และเข้า ร่วมอภิปรายในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. สำหรับกรรมการ ธ.ก.ส. ควรตั้งคำถามที่เป็น ประโยชน์และมีความหนักแน่นเพื่อโต้แย้งข้อสมมติฐานของฝ่ายจัดการอย่างสร้าง สรรค์และแสดง ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ กรรมการ ธ.ก.ส. ทุกคนควรอุทิศเวลาให้เพียงพอเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ตามความรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เป็นหน้าที่ของกรรมการ ธ.ก.ส. ที่ต้องเข้าประชุมทุกครั้ง ยกเว้นกรณีที่มีเหตุจำเป็น คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีหน้าที่กำกับดูแลฝ่ายจัดการให้การดำเนินกิจการตามอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบด้วยความซื่อสัตย์ และมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กิจการ ภาครัฐ ประชาชน และผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติ หน้าที่ระหว่างคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน
2) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นในการ กำกับดูแลเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร
3) กรรมการ ธ.ก.ส. ทุกคนมีความรับผิดชอบในฐานะกรรมการเท่าเทียมกันทั้งใน ด้านการเป็นผู้นำ และการควบคุมกำกับ ธ.ก.ส.
4) กรรมการ ธ.ก.ส. ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อการ กระทำของตน
5) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้กำหนดวิสัยทัศน์ของ ธ.ก.ส. และความรับผิดชอบต่อผล ประกอบการ รวมทั้งการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการให้มีประสิทธิภาพ
6) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีการทบทวนและให้ความเห็นชอบกลยุทธ์ และนโยบาย ที่สำคัญ รวมทั้งวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ทางการเงิน และแผนงานต่าง ๆ ของ ธ.ก.ส. ตลอดจนติดตาม ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการให้มีการปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนดไว้อย่างสม่ำ เสมอ
7) คณะกรรมการธ.ก.ส.ได้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการ ธ.ก.ส. และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการ ธ.ก.ส. ทุกๆ 6 เดือน เพื่อนำผลการประเมินมาพิจารณาปรับขึ้นค่าตอบแทนของผู้จัดการธ.ก.ส.ปีละ 1 ครั้ง โดยประธานคณะอนุกรรมการพิจารณา หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการ ธ.ก.ส. เป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณา
8) คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ได้กำหนดกรอบค่าตอบแทนและผลตอบแทนจูงใจระยะยาวของฝ่ายจัดการ โดยมีการพิจารณาให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. และผลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการแต่ละคน
9) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้จัดให้มีกระบวนการในการตรวจสอบ และสอบทาน ระบบบัญชี การรายงานทางการเงิน การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน นโยบายด้านการบริหาร ความเสี่ยง การรายงานทางการเงิน และการติดตามให้มีการปฏิบัติที่มีประสิทธิผล
10) คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ได้สอดส่องดูแลและจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิด ขึ้นระหว่างฝ่ายจัดการ กรรมการและภาครัฐรวมทั้งตรวจสอบการใช้ทรัพย์สิน ของ ธ.ก.ส.ในทางมิชอบและการกระทำที่ไม่ถูกต้องของฝ่ายจัดการ กรรมการและภาครัฐ
11) คณะกรรมการธ.ก.ส.ไม่เป็นกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้างของ ธ.ก.ส.
12) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้ดูแลด้านการบริหารงานบุคคลในเรื่องโครงสร้าง ตำแหน่ง และโครงสร้างอัตรากำลังพนักงานให้มีความเหมาะสมกับสภาวะของ ธ.ก.ส.ในช่วง ระยะเวลานั้น ๆ
13) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำข้อมูล มาใช้ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
14) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตามที่ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มอบหมาย

3.3.2 คุณลักษณะของคณะกรรมการ
คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นผู้มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระ ในการตัดสินใจที่เพียงพอ ซึ่งจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และประโยชน์สูงสุดของ ธ.ก.ส. และผู้ถือหุ้น ภายใต้กรอบของความโปร่งใส มีจริยธรรมที่ดี และมี ความรับผิดชอบ
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นผู้มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และอิสระในการตัดสินใจเพื่อ ประโยชน์สูงสุด ของ ธ.ก.ส.และผู้ถือหุ้นโดยรวม
2) องค์ประกอบของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสองคน   ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งและให้ผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยต้องมีผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หนึ่งคน ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์หนึ่งคน ผู้แทนสำนักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหนึ่งคน ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยหนึ่งคน และผู้แทนสหกรณ์ การเกษตร  ผู้ถือหุ้นหนึ่งคน
กรรมการอื่นนอกจากที่กล่าวในวรรคสอง จะแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่มี ความรู้ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์ต่อ ธ.ก.ส. และมีความน่าเชื่อถือ
3) คุณลักษณะของกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ธ.ก.ส. และพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:51:46 PM »



3.3.3 ความเป็นอิสระ
คณะกรรมการ ธ.ก.ส.เป็นผู้มีความเป็นอิสระและเป็นกลาง ไม่มี ผลประโยชน์หรือส่วนได้  ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม สามารถใช้ดุลยพินิจที่เป็นอิสระในการ ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นอิสระ และเป็นธรรม รวมทั้งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ สามารถปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็นหรือรายงานผลการปฏิบัติงานตาม หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ธ.ก.ส.
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอิสระ กรรมการแต่ละคนใช้ทักษะ ประสบการณ์ และดุลยพินิจที่เป็นอิสระตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอที่ประชุม คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ธ.ก.ส.
2) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีแนวทางการทำงานในการติดตามและรับฟังปัญหา เพื่อให้ ข้อเสนอแนะในการผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนหรือยับยั้งการดำเนินการใน เรื่องต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อ คุ้มครองผลประโยชน์ของภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชน

3.3.4 การถ่วงดุลของคณะกรรมการ
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างความสมดุลของ การกำกับและการบริหารจัดการที่ดี จึงได้กำหนดในพระราชบัญญัติ ธ.ก.ส. ให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 6 คน กรรมการอิสระจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน กรรมการและเลขานุการจากฝ่ายบริหาร 1 คน
แนวทางปฏิบัติ
คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีกรรมการอิสระ ซึ่งไม่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง โดยคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในบัญชีรายชื่อกรรมการที่กระทรวงการคลังจัดทำขึ้น ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของจำนวนกรรมการอิสระ และต้องไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งในด้านการเงินและการบริหารงานใน ธ.ก.ส.

3.3.5 บทบาทของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และภาครัฐ ต่อกิจการประชาชน และประเทศชาติ
คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่ายจัดการ มีหน้าที่รับผิดชอบเชิงจริยธรรม และตามกฎหมายต่อ   ธ.ก.ส. กระทรวงการคลัง และประชาชน ดังนั้น คณะกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่าย จัดการ จึงได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ด้วยทักษะ และความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงการมี หน้าที่รับผิดชอบและจงรักภักดีต่อองค์กร
ด้วยเหตุที่ ธ.ก.ส. เป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นกิจการของภาครัฐ ดังนั้น รัฐจึงมีหน้าที่ ควบคุมในฐานะเจ้าของกิจการ โดยใช้อำนาจผ่านทางกระทรวงการคลัง และให้ความสำคัญในการเพิ่ม มูลค่ากิจการ และทำหน้าที่ควบคุม กำกับการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ในทางอ้อม โดยคัดเลือกกรรมการ ธ.ก.ส. และเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่แทนตนในการใช้สิทธิต่างๆที่มีในการปกป้อง รักษาผลประโยชน์ของรัฐและของประชาชน
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้แต่งตั้งและมอบหมายผู้แทนกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่าย จัดการเป็นคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เพื่อช่วยกลั่นกรองงาน ศึกษารายละเอียด ติดตามหรือกำกับดูแล ในเรื่องสำคัญก่อนเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. โดยกำหนดให้มีองค์ประกอบ บทบาทหน้าที่และความ รับผิดชอบที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความจำเป็นของ ธ.ก.ส.
2) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความสำคัญในการเข้าประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และ คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีการพิจารณาผลดีผลเสียในทุกด้านก่อน ตัดสินใจให้ความเห็นชอบในทุกเรื่อง รวมทั้งให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ทั้งนี้  โดยคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติเป็นหลัก
3) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้จัดให้มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ หรือจรรยาบรรณ เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้ทราบและถือปฏิบัติ

3.3.6 ความมีประสิทธิภาพของคณะกรรมการและการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลตาม พระราชบัญญัติ ธ.ก.ส. คณะกรรมการ ธ.ก.ส. จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อศึกษารายละเอียด ติดตาม กำกับดูแล และกลั่นกรองงานในเรื่องสำคัญ ๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้อง อาศัยความเป็นกลางในการวินิจฉัยก่อนนำเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ของคณะอนุกรรมการไว้อย่างชัดเจนโดยตระหนักถึงการเพิ่มมูลค่าให้เกิดแก่ กิจการของ ธ.ก.ส.
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อช่วยศึกษากลั่นกรองงานก่อนนำเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส.
2) กรรมการ ธ.ก.ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่ตนเอง โดย ธ.ก.ส. ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ตามมติคณะรัฐมนตรี
3) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดหลักเกณฑ์ ในการสรรหาผู้จัดการ ธ.ก.ส. และคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการ ปฏิบัติงานของผู้จัดการ ธ.ก.ส. เพื่อกำหนดเกณฑ์ค่าตอบแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
4) ประธานกรรมการ ธ.ก.ส. มิได้เป็นประธานในคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการ ธ.ก.ส.แต่งตั้ง

3.3.7 การแต่งตั้งและเลือกตั้งกรรมการ
การแต่งตั้งกรรมการ ธ.ก.ส. ใหม่และการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิให้ คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีหลักเกณฑ์และวิธีการ มีความโปร่งใส และการต่อวาระกรรมการ ธ.ก.ส. มิได้เป็นไป โดยอัตโนมัติ   การแต่งตั้งกรรมการ ธ.ก.ส. จะแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ อย่างแท้จริง โดยมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงาน รัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าทั้งทางตรง และทางอ้อมกับกิจการของ ธ.ก.ส. และมีการกำหนดบรรทัดฐาน การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. การเตรียมความพร้อม และการมีส่วนร่วมเพื่อให้ ธ.ก.ส. ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแต่งตั้ง
แนวทางปฏิบัติ
1) การแต่งตั้งกรรมการ ธ.ก.ส. มีวิธีการ ขั้นตอน หลักเกณฑ์ที่โปร่งใสและเป็นธรรม  โดยแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความน่าเชื่อถือในหลากหลายสาขาที่ เหมาะสมกับภารกิจของ ธ.ก.ส. และมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับ กรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่มีประโยชน์หรือส่วนได้ ส่วนเสียกับกิจการของ ธ.ก.ส. (Conflict Of Interest)
2) ธ.ก.ส. ได้เปิดเผยประวัติกรรมการ ธ.ก.ส. ทุกคน โดยได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส. รายงานต่อคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และในรายงานกิจการประจำปี และได้ปรับปรุงข้อมูลให้เป็น ปัจจุบันทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

3.3.8 คุณลักษณะของกรรมการ
กรรมการ ธ.ก.ส. แต่ละคนมีส่วนร่วมอย่างมากในการเพิ่มคุณค่าให้แก่ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เพราะเป็นผู้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ เหมาะสมกับภารกิจของ ธ.ก.ส. และได้ อุทิศเวลา ความสามารถ และประสบการณ์ในการนำมาซึ่งการวิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นที่ หลากหลายให้กับคณะกรรมการ ธ.ก.ส.
แนวทางปฏิบัติ
1) กรรมการ ธ.ก.ส. ทุกคนได้อุทิศเวลาให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ ธ.ก.ส. อย่างเต็มที่
2) ผู้จัดการ ธ.ก.ส. หากดำรงตำแหน่งกรรมการ ธ.ก.ส. ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้จัดการ ธ.ก.ส. อย่างน้อย 1 ปี
3) กรรมการ ธ.ก.ส. ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทุกคนได้รับความรู้ถึงบทบาท หน้าที่ รับผิดชอบของกรรมการ และการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. โดย ธ.ก.ส. จะมอบคู่มือคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เพื่อศึกษา และจัดให้มีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับธุรกิจของ ธ.ก.ส. และเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ ธ.ก.ส.
4) กรรมการ ธ.ก.ส. จะดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจไม่เกิน 3 แห่ง

3.3.9 บทบาทของกรรมการอิสระ
บทบาทสำคัญของกรรมการอิสระ ธ.ก.ส. เป็นบทบาทเชิงกลยุทธ์ในการ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร และให้ความมั่นใจว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ให้ความสำคัญในการรักษา และสร้างประโยชน์สูงสุดในระยะยาวแก่ประชาชน ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ธ.ก.ส.
กรรมการอิสระ ธ.ก.ส. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ ความสามารถ พร้อมที่ จะแสดงความเห็นของตนเองอย่างเป็นอิสระ ตลอดจนอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่
แนวทางปฏิบัติ
1) กรรมการอิสระ ธ.ก.ส. ได้รายงานรับรองความเป็นอิสระตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการ  ธ.ก.ส. กำหนด เมื่อได้รับการแต่งตั้งและเป็นประจำทุกปี
2) กรรมการอิสระ ธ.ก.ส. มีการประชุมร่วมกันเป็นครั้งคราว (อย่างน้อย 6 เดือน ต่อครั้ง)      โดยไม่มีกรรมการที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่งเข้าร่วมประชุมด้วย กรรมการเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ ธ.ก.ส.
3) กรรมการอิสระ ธ.ก.ส. ได้เข้าถึงข้อมูลทางการเงินและทางธุรกิจอื่นอย่างเพียงพอ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
4) กรรมการอิสระ ธ.ก.ส. ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารสูงสุด โดยร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการ ปฏิบัติงานของ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ตลอดจนสอดส่องดูแลผลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการ
5) กรรมการอิสระ ธ.ก.ส. ได้เข้าประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการ ธ.ก.ส. แต่งตั้ง เป็นประจำโดยสม่ำเสมอ

3.3.10 การประเมินผลของคณะกรรมการ
การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. จะช่วยให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส.ทำหน้าที่กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กรควบคู่ไปกับการทำหน้าที่สอด ส่องดูแลผลการ ปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการ ธ.ก.ส. จะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานในลักษณะ ที่เป็นการประเมินตนเอง (Self Assessment) เพื่อนำผลการประเมินดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกันและ กำหนดแนวทางที่จะปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มากยิ่งขึ้น
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้ทำการประเมินตนเอง ตามหลักเกณฑ์การประเมินที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยทำการประเมิน 2 รูปแบบ คือ แบบรายบุคคลและแบบรายคณะ ปีละ1 ครั้ง
2) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีการทบทวนความเหมาะสมของขอบเขตการประเมิน ขั้นตอนการประเมิน ระยะเวลา รูปแบบและการประมวลคะแนน ก่อนทำการประเมินตนเอง
3) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีการนำผลการประเมินตนเอง มาพิจารณาร่วมกันและได้มอบข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมากำหนดแนวทางปรับปรุงให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีความครบถ้วน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

3.3.11 การดำเนินการประชุมคณะกรรมการ
การประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีความสำคัญต่อการดำเนินงานอย่างมี ประสิทธิภาพของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และองค์กร ธ.ก.ส.
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งและตามความ จำเป็นเพื่อกรรมการ ธ.ก.ส. จะได้ปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตนได้อย่างถูกต้อง
2) การประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ต้องมีกรรมการ ธ.ก.ส. มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่ง หนึ่งของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าในการประชุมครั้งใดประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ไม่อยู่ ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานกรรมการ ธ.ก.ส. และรองประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการ ธ.ก.ส. ที่มาประชุมเลือกกรรมการ คนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
3) กรรมการ ธ.ก.ส. ได้รับข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจล่วงหน้า
4) ประธานกรรมการ ธ.ก.ส. และผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้ร่วมกันพิจารณาให้ความ เห็นชอบในการจัดเรื่องที่จะเข้าวาระการประชุม ทั้งนี้ กรรมการ ธ.ก.ส. ที่ต้องการกำหนดเรื่องอื่นเป็น วาระการประชุมจะเสนอเรื่องต่อประธานกรรมการ ธ.ก.ส.
5) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนให้ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับปัญหา โดยตรง และเพื่อให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีโอกาสรู้จักผู้บริหารระดับสูง สำหรับใช้ประกอบการ พิจารณาแผนการสืบทอดงาน
6) ประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ได้จัดให้มีการประสานงานระหว่างคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่ายจัดการ

บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:52:02 PM »



3.3.12 การได้รับเอกสารและข้อมูล
กรรมการธ.ก.ส.ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสำคัญ เพื่อใช้ประกอบในการ พิจารณาในการตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบ และเที่ยงตรงเกิดประโยชน์แก่ ธ.ก.ส. มากที่สุด
แนวทางปฏิบัติ
1) ธ.ก.ส.มีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อให้กรรมการธ.ก.ส.ได้รับข้อมูลล่วงหน้า โดยมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษาพิจารณาและตัดสินใจอย่างถูกต้องในเรื่องต่าง ๆ ในการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.แต่ละครั้ง
2) กรรมการ ธ.ก.ส. สามารถขอเอกสารและข้อมูล คำปรึกษาจากฝ่ายจัดการ และอาจขอความเห็นที่เป็นอิสระจากที่ปรึกษาภายนอกเมื่อจำเป็น เพื่อประกอบการประชุมในแต่ละครั้ง

3.3.13 ค่าตอบแทนของกรรมการ
ค่าตอบแทนของกรรมการ ธ.ก.ส. ได้กำหนดไว้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเท่าเทียมกัน  โดยอ้างอิงตามประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติงานตามคุณสมบัติ ของกรรมการเป็นสำคัญ
แนวทางปฏิบัติ
1) ค่าตอบแทนของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการธ.ก.ส. แต่งตั้งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และตามหลักเกณฑ์ที่ ธ.ก.ส. กำหนด
2) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้เปิดเผยข้อมูลค่าตอบแทนที่ได้รับไว้ในรายงานกิจการ ประจำปี โดยจำแนกค่าตอบแทนเป็นรายบุคคล

3.4 บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการบริหารแบบมีส่วนร่วม
3.4.1 บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ธ.ก.ส.ให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และผู้ที่ เกี่ยวข้องอื่นๆ ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน จัดให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่าง ธ.ก.ส. กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างผลการ ดำเนินงานเพื่อให้เกิดความ มั่นคงและยั่งยืนของ ธ.ก.ส. โดยกำหนดนโยบายให้มีการปฏิบัติตามสิทธิผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
แนวทางปฏิบัติ
1) ธ.ก.ส. กำหนดนโยบายและพัฒนากลไกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเสริมสร้างผลการดำเนิน งานเพื่อสร้างความมั่นคง โดยจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ผู้แทนเกษตรกร และสื่อมวลชน รวมทั้งจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อให้มีส่วนร่วมและเกิดความเข้าใจในโครงการที่ ธ.ก.ส. จะดำเนินการ และธ.ก.ส. สามารถดำเนินโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เกิดความความเสียหายและเป็น ประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม
2) ธ.ก.ส. ได้ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมตามสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้

   2.1) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น
ธ.ก.ส. มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจให้มีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง และรักษาระดับฐานะการเงินให้มีความแข็งแกร่ง โดยดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบและโปร่งใส เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วนตามข้อกำหนด และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และยึดมั่นในหลัก จรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว นอกจากนี้ธ.ก.ส.ยังให้ ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ผู้ถือหุ้น และมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่มี สาระสำคัญอย่างสม่ำเสมอ

   2.2) การปฏิบัติต่อรัฐบาล และกระทรวงการคลัง
ธ.ก.ส. อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบาย รัฐบาล แผนบริหารราชการแผ่นดิน และแผนปฏิบัติราชการกระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส.เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งของ ชุมชนระดับฐานรากให้มี ประสิทธิภาพ สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนระดับฐานรากทั้งด้านการเงิน การผลิต การแปรรูป และการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตและเป็นการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร รวมทั้งการเชื่อมโยง สหกรณ์ทุกประเภท เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนระดับฐานรากที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ที่ขาด แคลนเงินทุนให้มีแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ จะส่งผลให้ชุมชนระดับฐานรากเข้มแข็ง รวมทั้งเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน

   2.3) การปฏิบัติต่อลูกค้า
ธ.ก.ส. มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการเพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์และ บริการทางการเงินที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน และมีความหลากหลาย โดยพัฒนาระบบงานและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้อย่างเหมาะสม จัดให้มีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญเป็นผู้ให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้า ได้รับบริการที่ดีที่สุด รวมทั้งได้ขยายเครือข่ายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง ดูแลรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า ตลอดจนจัดให้มีระบบการรับข้อร้องเรียนและ ดำเนินการแก้ไขตามความเหมาะสมด้วยความใส่ใจและยุติธรรม

   2.4) การปฏิบัติต่อคณะกรรมการและผู้บริหาร
คณะกรรมการและผู้บริหารของ ธ.ก.ส. ได้รับรู้ถึงสิทธิของตนเป็นอย่างดี และพร้อมเป็นแบบอย่างในการใช้สิทธิและหน้าที่ของตนตามกรอบที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันยัง ตระหนักถึงการดูแลสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มขององค์กรอย่างเท่า เทียมและเป็นธรรม

    2.5) การปฏิบัติต่อพนักงาน
พนักงานถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจให้บรรลุวิสัยทัศน์ของ ธ.ก.ส. ซึ่งต้องรักษาและสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ จัดให้มีโอกาสก้าวหน้าในสาย ทางเดินอาชีพที่ชัดเจน จึงได้เร่งพัฒนาศักยภาพพนักงานให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า มุ่งเน้นการพัฒนา ที่ช่วยให้พนักงานเป็นมืออาชีพในงานที่รับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ตลอดจนได้สร้างและพัฒนาระบบการ เรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ให้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และเรียนรู้ ด้วยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนและนำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งดูแลการ กำหนดผลตอบแทนที่เหมาะสมเป็นธรรม และจัดให้มีสวัสดิการในด้านต่าง ๆ เช่น การรักษาพยาบาล การเคหะสงเคราะห์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การให้ทุนการศึกษาแก่พนักงาน ตลอดจน จัดให้มีการดูแลระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี สนับสนุนการจัดสถานที่ทำงานให้เหมาะสมและเอื้ออำนวยให้เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการทำงานอย่างเต็มที่
   
2.6) การปฏิบัติต่อคู่ค้า         
ธ.ก.ส. ให้ความเท่าเทียมกับคู่ค้าทุกราย เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยยึดหลักผลประโยชน์สูงสุดของ ธ.ก.ส. ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ ส่วนตนหรือของพวกพ้อง ทั้งนี้ ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ทำให้คู่ ค้าเข้าใจผิดพลาดหรือได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการรับของกำนัล สินน้ำใจ และบริการที่จัดขึ้นให้เป็นการส่วนตัว หรือหมู่คณะอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อ ครหาต่าง ๆ และป้องกันมิให้เกิดความโน้มเอียงในการช่วยเหลือตอบแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น พิเศษ รวมทั้ง ได้จัดให้มีการทบทวนระบบและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของ ธ.ก.ส. ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

   2.7) การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้
ธ.ก.ส. ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้กับเจ้าหนี้ในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรักษา ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือต่อเจ้าหนี้และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

    2.8) การปฏิบัติต่อพันธมิตรธุรกิจธนาคาร
ธ.ก.ส. มุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้กับพันธมิตรทางธุรกิจของ ธ.ก.ส. และให้ความช่วยเหลือในการเอื้ออำนวยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เช่น การให้ความร่วมมือเกื้อกูล และเป็นพันธมิตรกันในด้านข้อมูล ด้านการให้บริการ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านวิชาการ และด้านอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ลดความซ้ำซ้อน ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถให้บริการที่มีคุณภาพแก่ลูกค้าได้

3.4.2 การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ธ.ก.ส. ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในองค์กร อันจะส่งผลให้ เกิดความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ธ.ก.ส. จึงให้ความสำคัญ ต่อกระบวนการแรงงานสัมพันธ์ โดยสร้างสรรค์กระบวนการ การมีส่วนร่วมผ่านคณะกรรมการ กิจการสัมพันธ์
ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วย กรรมการ ธ.ก.ส. เป็นประธาน ผู้แทนฝ่ายบริหาร และฝ่ายพนักงานจำนวนเท่ากัน มีอำนาจหน้าที่ 5 ประการ ดังนี้
1) ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาการแรงงานสัมพันธ์
2) หาทางปรองดองและระงับข้อขัดแย้ง
3) ปรับปรุงระเบียบข้อบังคับในการทำงานและสวัสดิการอันจะเป็น ประโยชน์ต่อพนักงานและองค์กร
4) ปรึกษาหารือเพื่อแก้ปัญหาตามคำร้องทุกข์ของลูกจ้างหรือสหภาพ แรงงาน รวมถึงการร้องทุกข์เกี่ยวกับการลงโทษทางวินัย
5) ปรึกษาหารือเพื่อปรับปรุงสภาพการจ้าง
แนวทางปฏิบัติ
1)ให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในกรณีมีเรื่องเร่งด่วนกรรมการกิจการ สัมพันธ์จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 สามารถร้องขอให้มีการประชุมเป็นกรณีพิเศษได้
2)จัดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องที่จะนำ มาพิจารณา ก่อนนำ เสนอ คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์เพื่อพิจารณาต่อไป
3)นำผลการปรึกษาหารือมาปรับปรุงแก้ไขกระบวนการการทำงานตลอดจน กระบวนการแรงงานสัมพันธ์ เพื่อประสิทธิภาพของ ธ.ก.ส.
4) มีการสื่อสารผลการประชุมให้ทุกฝ่ายในองค์กรได้รับรู้โดยทั่วถึงกัน
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:52:22 PM »



3.5 การเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศและความโปร่งใส
3.5.1 การเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ
ตามเจตนารมณ์ของการประกาศใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 เพื่อรับรอง สิทธิในการรู้ (right to know) หรือสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐโดยเห็นว่าสิทธิดังกล่าวมีความสำคัญมากต่อ กระบวนการบริหารกิจการบ้านเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสอย่างแท้ จริง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างการ มีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบกระบวนการบริหารและปฏิบัติของภาครัฐ เพราะหากการ ดำเนินการในเรื่องใดของหน่วยงานของรัฐ กระทบสิทธิ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายประชาชน
ก็สามารถโต้แย้งเพื่อให้มีการดำเนินการให้ถูกต้องได้
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปของเจตนารมณ์ของกฎหมาย ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการให้ มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงิน อย่างถูกต้องครบถ้วน เพียงพอ สม่ำเสมอ และทันต่อเวลา เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ธ.ก.ส. ได้รับทราบข้อมูลสารสนเทศอย่างเท่า เทียมกัน และนอกจากนี้ยังได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคตด้วย
แนวทางปฏิบัติ
1) การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของ ธ.ก.ส. ที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการโดยการนำ ข้อมูลข่าวสารของราชการตามที่กฎหมายกำหนดไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
ข้อมูลข่าวสารของราชการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องนำไปเผยแพร่โดยการนำไปลง พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่สำคัญที่ประชาชนควรต้องรู้ ซึ่งประเภท ของข้อมูลข่าวสาร ที่ ธ.ก.ส. ได้นำลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ประกอบด้วย

1.1) การจัดการโครงสร้างองค์กร
โครงสร้างองค์กรเป็นการจัดโครงสร้างภายใต้กรอบหลักการสำคัญ 5 หลักการ ได้แก่ 1) หลักการแบ่งงานกันทำ 2) หลักการมอบหมายงาน 3) หลักความชำนาญเฉพาะงาน 4) หลัก อำนาจที่ชอบธรรม และ 5) หลักการประสานงาน และรองรับภารกิจตามวิสัยทัศน์ของ ธ.ก.ส. โดยจัด กลุ่มงานที่มีการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพื่อให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าในการเชื่อมต่อ งานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และได้มีการเผยแพร่โครงสร้างองค์กรให้พนักงานทราบผ่าน ระบบ Intranet ของ ธ.ก.ส. และบุคคลทั่วไปทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.baac.or.th

1.2) อำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินการ
การสรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่นั้น ๆ เพื่อทำให้พนักงานและประชาชนทั่วไปสามารถรับรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของ ธ.ก.ส. กำหนดการดำเนินการ ดังนี้
1.2.1) บทบาทหน้าที่ที่สำคัญและกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการโดยตรง เช่น ขั้นตอนการขอใช้บริการ ผู้มีอำนาจอนุมัติเงินกู้ ผู้มีอำนาจในการรับฝากเงิน เป็นต้น กำหนดให้ สาขาจัดทำประกาศติดไว้ที่ที่ทำการสาขา ให้ทราบอย่างชัดเจน
1.2.2) บทบาทหน้าที่ที่สำคัญของส่วนงานต่าง ๆ ที่พนักงานควรทราบ พนักงานสามารถสืบค้นได้จากระบบงานสารบรรณ ระบบคู่มือปฏิบัติงานของ ธ.ก.ส. และระบบ จัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเว็บไซต์ของส่วนงานต่าง ๆ ในระบบ Intranet

1.3) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับ ธ.ก.ส.
เพื่อบอกถึงสถานที่ที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำ จึงเป็นการเพิ่ม ความสะดวกกับประชาชน เพื่อทราบว่าจะไปติดต่อที่ใด จุดใดรวมทั้งยังเป็นหลักประกันที่ชัดแจ้งว่า ธ.ก.ส. ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้เป็นการประจำ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำในการติดต่อ

1.4) ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หนังสือเวียน แบบแผน นโยบายหรือการตีความ ทั้งนี้ ได้จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง

1.5) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับการพัฒนาของสังคมในอนาคต

2) การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยต้องนำข้อมูลข่าวสารของ ธ.ก.ส. ตามที่กฎหมาย กำหนดไปรวมไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้
ธ.ก.ส. ได้ประมวลข้อมูลข่าวสารทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงินที่ถูกต้อง ครบถ้วนทันสมัย  เพื่อรวบรวมไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามความต้องการ ได้แก่

2.1) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชนรวมทั้งความคิดเห็น แย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจดูได้ว่า การพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับ เอกชนที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาโดยหลักเกณฑ์หรือตามกฎหมายซึ่งจะทำให้สามารถ ได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสารเป็นแนวทางได้ว่า หากตนจะมีการดำเนินการในกรณีนั้น ๆ บ้าง จะต้องเตรียมตัวอย่างไรและ ธ.ก.ส. ควรพิจารณาอย่างไร

2.2) นโยบายและการตีความที่สำคัญรวมทั้งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความ เสี่ยงในการดำเนินงานด้านการเงิน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ ได้ทราบ เพื่อให้ความร่วมมือปฏิบัติหรือเพื่อให้ ข้อแนะนำต่อแนวทางนโยบายดังกล่าว อันเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

2.3) แผนงาน โครงการและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับแผนงาน โครงการและงบประมาณรายจ่ายประจำถือ ได้ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารสำคัญ เพื่อให้ผู้รับเหมาหรือผู้ประกอบการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ งบประมาณประจำปีของหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนแผนงานและโครงการต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันทำให้ กระบวนการจัดซื้อ    จัดจ้างต่าง ๆ มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส และทำให้ ธ.ก.ส. ได้ ประโยชน์จากการแข่งขัน  ที่เป็นธรรมและโปร่งใส

2.4) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีผลกระทบ ถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน เพื่อที่จะได้รู้ขั้นตอนหลักเกณฑ์การพิจารณาและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่ ว่าการให้บริการหรือการดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งกับประชาชนตามอำนาจ หน้าที่ของ ธ.ก.ส.และ ในการขอรับบริการเรื่องต่าง ๆ จาก ธ.ก.ส.

2.5) รายงานทางการเงิน รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานผลการดำเนินงานประจำปี เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ข้อเท็จจริงในผลการดำเนินของ ธ.ก.ส. ในภาคการปฏิบัติงานจริง อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและทำให้เกิดความไว้วางใจการดำเนินงาน ของ ธ.ก.ส. และนำมาซึ่งความโปร่งใสของหน่วยงาน

2.6) นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการและผู้บริหารสูงสุดในรายงาน ประจำปีรวมทั้งรูปแบบและลักษณะจำนวนเงินตอบแทน

รายงานทางการเงิน รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานผลการดำเนินงานประจำปี
เพื่อให้ประชาชนได้รู้ถึงการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการ ธ.ก.ส. ผู้บริหาร สูงสุด โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี ส่วนรูปแบบและลักษณะจำนวนเงินค่าตอบแทนจะดำเนินการ ตามข้อบังคับและอ้างอิงราชการเป็นสำคัญ
3) การเปิดเผยหรือการจัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนที่มาขอเป็นการเฉพาะราย ข้อมูลข่าวสารของ ธ.ก.ส. ทุกอย่างที่เปิดเผยได้ ธ.ก.ส. ได้จัดให้กับผู้มาขอได้เป็นการเฉพาะรายด้วย  โดยดำเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540

3.5.2 คุณภาพของรายงานทางการเงิน
ธ.ก.ส. ได้กำหนดแนวทางในการจัดทำและการรายงานทางการเงินตาม มาตรฐานการบัญชีที่ยอมรับทั่วไป ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตาม พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509 มาตรา 12 ซึ่งกำหนดให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจสั่งให้ ธ.ก.ส. ชี้แจงข้อเท็จจริงแสดงความคิดเห็นหรือทำ รายงานเกี่ยวกับกิจการของ ธ.ก.ส. และมีอำนาจตั้งบุคคลเพื่อตรวจสอบและรายงานกิจการและ ทรัพย์สินของ ธ.ก.ส. และนอกจากนี้ รายงานทางการเงินของ ธ.ก.ส. ได้ผ่านการตรวจสอบจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งได้ตรวจสอบงบการเงินและทรัพย์สินอื่น รวมทั้ง ทะเบียนเอกสาร หรือหลักฐานในการใช้จ่าย ซึ่งเป็นไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงิน แผ่นดิน พ.ศ. 2540 จึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่แสดงในรายงานทางการเงินมีความถูกต้องเป็นไปตาม มาตรฐานการบัญชีที่ยอมรับทั่วไป
แนวทางปฏิบัติ
1) กำหนดระเบียบและวิธีปฏิบัติในการจัดทำบัญชี การเบิกจ่าย และการจัดทำทะเบียน ต่าง ๆ ที่จำเป็น ตามมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไป ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย และ กระทรวงการคลัง รวมทั้งได้กำหนดให้มีผู้บันทึก ผู้ตรวจ และผู้อนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการต่าง ๆ ทางการเงินและบัญชี เป็นไปตามระเบียบและวิธีปฏิบัติของ ธ.ก.ส. นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะ ได้รับรายงานวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. เป็นประจำทุกเดือน
2) มีระบบคอมพิวเตอร์สำหรับทำบัญชีที่ทันสมัย ได้แก่ระบบ SAP ซึ่งสามารถบันทึก รายการจากสาขาทั่วประเทศเข้าสู่ศูนย์กลางที่สำนักงานใหญ่ด้วยระบบ online ทำให้ ธ.ก.ส. สามารถ จัดทำรายงานทางการเงิน ได้รวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำ
3) ฝ่ายตรวจสอบซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบได้สุ่มสอบทานการบันทึกรายการและ เอกสารประกอบต่าง ๆ อีกชั้นหนึ่ง รวมทั้งได้สอบทานงบการเงินของ ธ.ก.ส. เป็นรายไตรมาสทุกไตรมาส ก่อนรายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณา และหากมีข้อสงสัยคณะกรรมการตรวจสอบได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจง ตอบข้อซักถาม หรือแก้ไข เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ก่อนเสนอผลการสอบทานต่อ คณะกรรมการ ธ.ก.ส.
4) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นส่วนงานอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบและ รับรองงบการเงินในรายงานกิจการประจำปีของ ธ.ก.ส ได้ตรวจสอบรายการทางบัญชี งบการเงินและ ทรัพย์สินอื่น รวมทั้ง ทะเบียนเอกสาร หรือหลักฐานในการใช้จ่ายเป็นรายไตรมาสทุกไตรมาส รวมทั้ง ให้คำรับรองในรายงานกิจการประจำปีของ ธ.กส. ก่อนเสนอที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและเผยแพร่ต่อ ประชาชนทั่วไป
5) ที่ประชุมใหญ่สามัญของผู้ถือหุ้นซึ่งประกอบด้วยกระทรวงการคลัง สถาบัน เกษตรกร (สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร) เกษตรกร และประชาชนทั่วไป จะได้รับรายงานทางการเงิน พร้อมทั้งทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติงบดุล บัญชีกำไรขาดทุนของ ธ.ก.ส. โดยที่ประชุมใหญ่

3.6 การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน
ธ.ก.ส. เห็นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีควรมีระบบการบริหารความเสี่ยง ระบบ การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียมั่นใจและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของ ธ.ก.ส.

3.6.1 การบริหารความเสี่ยง
ธ.ก.ส.ได้กำหนดขอบเขตนโยบายและโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงมีคณะกรรมการ บริหารความเสี่ยงระดับองค์กร และระดับส่วนงาน มีสำนักบริหารความเสี่ยง รับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงในภาพรวมเป็นการเฉพาะ และมีการกำหนดแนวทางการระบุ ปัจจัยเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง รวมทั้ง ระบบการติดตามกำกับ ที่ชัดเจน โดย จัดทำเป็นคู่มือการบริหารความเสี่ยงที่เป็นลายลักษณ์อักษร
แนวทางปฏิบัติ
1) กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงโดยใช้กรอบและแนวทางในการบริหาร ความเสี่ยง อ้างอิงตามแนวปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ซึ่งนำไปใช้เป็น กลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่องค์กร และสร้างโอกาสทางธุรกิจ และถือว่าเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ฝ่ายจัดการ และพนักงาน ให้นำระบบการบริหารความเสี่ยงไปปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของงานจนเกิดเป็น วัฒนธรรมองค์กร มีการจัดทำและปฏิบัติตามแผนบริหารความต่อเนื่อง ทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) รวมทั้งกำหนดมาตรฐานและกระบวนการปฏิบัติงานเพื่อลดและ ควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับองค์กรให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
2) ทุกส่วนงานมีการประเมินและควบคุมความเสี่ยงด้วยตนเอง โดยมีคณะ กรรมการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในของแต่ละส่วนงานเป็นผู้กำกับดูแล สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ ได้ประเมินแล้วพบว่ามีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ สำนักบริหารความเสี่ยงจะบูรณาการปัจจัยเสี่ยง ดังกล่าวเป็นแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) และจัดทำแผนงานบริหารความเสี่ยง มอบหมายให้ส่วนงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่มีตัวแทนจากคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และฝ่ายจัดการเป็นกรรมการ และสำนักบริหารความเสี่ยงเป็นเลขานุการทำหน้าที่ติดตามกำกับและทบทวนปัจจัย เสี่ยงอย่างต่อเนื่องให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
บันทึกการเข้า
*นายร้อย สร้อยดาว*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 87


chatree460600@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 16 มกราคม 2010, 01:52:40 PM »




3.6.2 ด้านการควบคุมภายใน
            จากการที่ ธ.ก.ส. ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นของระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสมกับการ ดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถลดหรือป้องกันความเสียหายที่จะ เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของ ธ.ก.ส. และลูกค้า ผลกระทบต่อชื่อเสียง ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ธ.ก.ส. มีการดำเนินการที่สำคัญเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในได้ถือปฏิบัติตามระเบียบ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ.2544 โดยกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน 5 องค์ประกอบ ได้แก่
1) สภาพแวดล้อมของการควบคุม ฝ่ายบริหารและพนักงานสร้างบรรยากาศ ของการควบคุม เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการควบคุมภายใน โดยส่งเสริมให้บุคลากรทุกคน เกิดจิตสำนึก ที่ดีในการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบและตระหนักถึงความจำเป็นและความสำคัญ ของการควบคุม ภายใน รวมทั้งดำรงรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมของการควบคุมที่ดี
2) การประเมินความเสี่ยง ฝ่ายบริหารประเมินและบริหารความเสี่ยงทั้งจาก ปัจจัยภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของ ธ.ก.ส. อย่างเพียงพอและเหมาะสม
3) กิจกรรมการควบคุม ฝ่ายบริหารจัดให้มีกิจกรรมการควบคุมที่มีประสิทธิผล เพื่อลดความเสียหาย ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และให้สามารถบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของ การควบคุมภายใน
4) สารสนเทศและการสื่อสาร ฝ่ายบริหารได้จัดให้มีสารสนเทศอย่างเพียงพอ และสื่อสารให้ฝ่ายบริหารและบุคลากรอื่นๆ ที่เหมาะสมทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่ง จำเป็นต้อง ใช้สารสนเทศนั้นในรูปแบบที่เหมาะสมและทันเวลา
5) การติดตามประเมินผล ฝ่ายบริหารได้จัดให้มีการติดตามประเมินผล โดยการติดตามผลในระหว่างการปฏิบัติงานและการประเมินผลในรายครั้งอย่างต่อ เนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า
- ระบบการควบคุมภายในที่วางไว้เพียงพอ เหมาะสม มีประสิทธิภาพและมี การปฏิบัติจริง
- การควบคุมภายในดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล
- ข้อตรวจพบจากการตรวจสอบและการสอบทานอื่น ๆ ได้รับการ ปรับปรุงแก้ไขอย่างเหมาะสมและทันเวลา
- การควบคุมภายในได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงไป
แนวทางปฏิบัติ
1) กำหนดโครงสร้างองค์กรสอดคล้องกับเป้าหมาย และลักษณะการดำเนินธุรกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบ และสายการบังคับบัญชา
2) กำหนดอำนาจของผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานไว้อย่างชัดเจน อำนาจอนุมัติต่าง ๆ มี การแบ่งแยกหน้าที่ ทั้งในส่วนของผู้ปฏิบัติงานและผู้ติดตามผล เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจ และการ ตรวจสอบระหว่างกัน รวมถึงจัดให้มีการดูแลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
3) กำหนดการควบคุมภายในไว้เป็นส่วนประกอบที่แทรกหรือแฝงอยู่ในการปฏิบัติงาน ตามปกติ มิใช่เฉพาะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง และฝ่ายบริหารได้นำการควบคุมภายในมาใช้โดยรวม เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารงานด้านการวางแผน การดำเนินการ และการติดตามผล  โดยกำหนดให้ มีนโยบาย ระเบียบวิธีปฏิบัติ และคู่มือการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษรการวางระบบการควบคุมภายใน ของ ธ.ก.ส. คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการควบคุมภายในจะคุ้มค่ากับต้นทุนที่เกิด ขึ้น
4) ฝ่ายบริหารและพนักงานผู้ปฏิบัติของ ธ.ก.ส. เป็นผู้กำหนดการควบคุมภายใน เพื่อให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานของส่วนงานจะบรรลุวัตถุ ประสงค์ ดังต่อไปนี้
4.1) ประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน รวมทั้งการใช้ทรัพยากร การ ดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือ การทุจริตในส่วนงาน
4.2) ความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน คือ การจัดทำรายงานทางการเงินที่ใช้ ภายในและภายนอกส่วนงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เชื่อถือได้ และทันเวลา
4.3) การปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนโยบายและวิธีปฏิบัติงานที่ส่วนงานได้กำหนดขึ้น
5) ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี โดยการกำหนดวัตถุประสงค์ วางกลไกการควบคุมและการกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้ง การติดตามผล การควบคุมภายใน ส่วนพนักงานผู้ปฏิบัติของทุกส่วนงานรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามระบบการ ควบคุมภายในที่กำหนดขึ้น
6) ผู้บริหารระดับสูง ธ.ก.ส. สร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมของการควบคุมที่ดี กำหนดบทบาทในการปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องความซื่อสัตย์ ความมีคุณธรรมและจริยธรรม ของผู้บริหาร และจัดให้มีการตรวจสอบภายในเพื่อทำหน้าที่สอบทานหรือประเมินผลการควบคุมภาย ใน ของทุกส่วนงานอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้ความมั่นใจว่าทุกส่วนงานมีการควบคุมภายในอย่างเพียงพอที่จะบริหาร ความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และมีประสิทธิภาพประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ
7) ผู้บริหารระดับรองลงมาทุกระดับ มีหน้าที่รับผิดชอบการควบคุมภายในของส่วน งานที่ตนรับผิดชอบ และสอบทานการปฏิบัติตามระบบการควบคุมที่ใช้บังคับในส่วนงาน โดยใช้ กระบวนการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self-Assessment) รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การควบคุมภายในให้มีความรัดกุม ตลอดจนปลูกฝังให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัย และจิตสำนึกที่ดี ในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมภายใน
8) ธ.ก.ส. จัดทำระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม (Conflict of Interest) เพื่อให้พนักงานถือปฏิบัติ และจัดทำจรรยาบรรณ ของพนักงานที่มีต่อลูกค้า ต่อตนเอง ต่อผู้ร่วมงาน ต่อสังคมและต่อองค์กร รวมทั้งจัดโครงการรณรงค์ต่าง ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีแก่พนักงาน
9) ธ.ก.ส. รายงานความมีประสิทธิผลด้านการควบคุมภายในต่อคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

3.6.3 การตรวจสอบภายใน
การตรวจสอบภายในของ ธ.ก.ส. ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการตรวจ เงินแผ่นดิน ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน พ.ศ.2546 และแนวทางที่กระทรวงการคลัง กำหนด ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพตรวจสอบภายในที่สากลยอมรับ
แนวทางปฏิบัติ
1) คณะกรรมการ ธ.ก.ส. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ มาจากคณะกรรมการธ.ก.ส.เพื่อกำกับดูแลงานตรวจสอบภายใน และรับผิดชอบความเพียงพอของการบริหารความเสี่ยง และระบบ การควบคุมภายในความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน และการติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คณะกรรมการตรวจสอบมีความเป็นอิสระ สามารถใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับ มอบหมายด้วยความเป็นอิสระและเที่ยงธรรม โดยคณะกรรมการตรวจสอบมีจำนวนอย่างน้อย 3 คน และ ไม่เกิน 5 คน ซึ่งกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน มีความรู้ความเข้าใจหรือมีประสบการณ์ ด้าน บัญชีหรือการเงิน ทั้งนี้ ได้กำหนดวัตถุประสงค์ องค์ประกอบ คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง และ หน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในกฎ บัตร คณะกรรมการตรวจสอบซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ธ.ก.ส. และได้เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ ของ ธ.ก.ส.
2) คณะกรรมการตรวจสอบรายงานความเพียงพอของระบบการบริหารความเสี่ยงและระบบการ ควบคุมภายใน ความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน การติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ รวมทั้ง การสอบทานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไว้ในรายงานกิจการประจำปีของ ธ.ก.ส.
3) คณะกรรมการตรวจสอบ จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นไปตามขอบ เขตที่กำหนด ไว้ในกฎบัตรและเป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีประโยชน์ร่วม โดยประเมินผลการปฏิบัติงานใน รูปแบบรายบุคคลและแบบทั้งคณะ และจัดทำแผนปรับปรุงเสนอคณะกรรมการ ธ.ก.ส. พิจารณาอนุมัติ
4) เพื่อให้การดำเนินการด้านการตรวจสอบมีความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงธ .ก.ส.จึงได้กำหนดโครงสร้างการบังคับบัญชาของฝ่ายตรวจสอบให้ขึ้นตรงต่อคณะ กรรมการตรวจสอบ  โดยคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการตรวจสอบทำการแทนในการอนุมัติกฎบัตร แผนการตรวจสอบ และแผนกลยุทธ์ในการปรับปรุงงานตรวจสอบภายใน แล้วรายงานผลการพิจารณาให้ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ทราบ
5) ฝ่ายตรวจสอบ ธ.ก.ส. กำหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ และ มาตรฐานการปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในกฎบัตรฝ่าย ตรวจสอบ เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับได้รับทราบและเข้าใจในบทบาทงานตรวจสอบ ภายใน โดยใน การจัดทำกฎบัตรฝ่ายตรวจสอบได้ให้ทุกส่วนงานมีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ กฎบัตรฝ่ายตรวจสอบ ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากนั้น ฝ่ายตรวจสอบได้กำหนดจรรยาบรรณของ พนักงานตรวจสอบ 4 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความเที่ยงธรรม ความรู้ความสามารถ และการเก็บ รักษาความลับ ทั้งนี้ ได้เผยแพร่กฎบัตรและจรรยาบรรณฝ่ายตรวจสอบไว้ในเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส.
6) ฝ่ายตรวจสอบ ธ.ก.ส. มีบทบาทหลักในการช่วยคณะกรรมการตรวจสอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ติดตามดูแลการควบคุมภายใน โดยตรวจสอบการปฏิบัติงาน รายงานทางการเงิน และการ ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และสอบทานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยไม่มีหน้าที่ในด้านการปฏิบัติงานในการดำเนินธุรกิจ จึงทำให้ฝ่ายตรวจสอบ ธ.ก.ส. มีความเป็น อิสระจากการบริหารงาน
7) ฝ่ายตรวจสอบ ธ.ก.ส. สามารถหารือกับคณะกรรมการตรวจสอบเป็นการเฉพาะโดย ไม่มีฝ่ายบริหาร รวมทั้ง ประสานงานกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อความมีประสิทธิภาพของการควบคุมภายใน
8) ฝ่ายตรวจสอบ ธ.ก.ส. จัดให้มีการประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายใน ภายหลัง การปฏิบัติงานตรวจสอบโดยการประเมินความพึงพอใจของหน่วยรับตรวจ เพื่อนำมาปรับปรุงการ ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

3.7 จรรยาบรรณ
   ธ.ก.ส.ให้ความสำคัญกับแนวทางประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมของ พนักงานทุกระดับในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ และได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากบุคคลทั่วไป ซึ่งได้กำหนดให้มีจรรยาบรรณสำหรับผู้บริหารและจรรยาบรรณสำหรับพนักงาน ดังนี้ จรรยาบรรณพนักงาน ธนาคารได้กำหนดให้มีขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2542 และพนักงานต้องมีจรรยาบรรณต่อลูกค้า ต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อองค์กร และต่อสังคม เพื่อสร้างประสิทธิภาพใน การดำเนินงานและความยั่งยืนของธนาคาร รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นคงของตนเอง มีคุณภาพชีวิต ที่ดี และมีความสุขในการทำงาน
   จรรยาบรรณผู้บริหาร ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำ เป็นตัวอย่างที่ดี จึงกำหนดให้ผู้บริหาร   มีจรรยาบรรณของผู้บริหารเพิ่มเติมจากจรรยาบรรณของ พนักงาน โดยปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม หรือคุณธรรมของผู้ปกครอง 10 ประการ เชื่อมโยงกับแนวทางปฏิบัติในการเป็นผู้บริหารของ ธ.ก.ส.    ที่จำเป็นต้องมีจิตสำนึก ทัศนคติ และพฤติกรรมการทำงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบ มีภาระหนักเพิ่ม มากกว่าพนักงาน อันเป็นการตอบสนองต่อกลไกระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี
   นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ได้กำหนดให้มีจรรยาบรรณตามสายอาชีพ คือ จรรยาบรรณสาย อาชีพตรวจสอบ จรรยาบรรณสายอาชีพสินเชื่อ และจรรยาบรรณสายอาชีพบัญชีการเงิน
แนวทางปฏิบัติ
เพื่อให้มีการนำจรรยาบรรณไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ธ.ก.ส. จึงได้กำหนดให้มีการ ถือปฏิบัติ ดังนี้
1) จัดทำคู่มือจรรยาบรรณให้แก่พนักงานทุกคน และกำหนดให้มีการปรับปรุงคู่มือ จรรยาบรรณของพนักงานให้ทันสมัยเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
2) บรรจุและสอดแทรกเรื่องจรรยาบรรณไว้ในหลักสูตรการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานทุกระดับโดยเฉพาะพนักงานบรรจุใหม่
3) รณรงค์ เผยแพร่ด้วยสื่อต่าง ๆ ได้แก่ โปสเตอร์ แผ่นพับ เป็นต้น และพัฒนาพนักงานธนาคารให้รู้และประพฤติปฏิบัติตามจรรยาบรรณ โดยใช้จรรยาบรรณที่ ธ.ก.ส. กำหนดเป็น แนวทางดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
4) บรรจุเรื่องจรรยาบรรณเป็นวาระหนึ่งในการประชุมส่วนงานประจำเดือนทุกเดือน
5) มีการทดสอบเรื่องจรรยาบรรณของ ธ.ก.ส.ในการสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น
6) มีการประเมินเรื่องการปฏิบัติ ตามจรรยาบรรณของพนักงานในการเลื่อนเงินเดือนประจำปี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นในกรณีไม่มีการสอบ
7) จัดให้มีกิจกรรมที่เป็นการ ส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานประพฤติปฏิบัติตาม จรรยาบรรณ เช่น การคัดเลือกพนักงานต้นแบบ เป็นต้น

3.8 วินัยของพนักงาน
   ธ.ก.ส. ตระหนักถึงความสำคัญต่อวินัยของพนักงาน จึงกำหนดแบบแผนความ ประพฤติหรือข้อปฏิบัติสำ หรับพนักงานและลูกจ้าง เพื่อให้ ธ.ก.ส.ดำเนินงานไปได้ด้วยดีมี ประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้เกิดความยั่งยืน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ ธ.ก.ส.โดยกำหนดวินัย ของพนักงานไว้ในข้อบังคับฉบับที่ 9 ว่าด้วยวินัย การสอบสวน การลงโทษสำหรับพนักงานและลูกจ้าง หากพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนวินัย ก็จะได้รับโทษทางวินัยตามความร้ายแรงของพฤติกรรมที่กระทำผิดและ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งกำหนดไว้ 5 สถาน กรณีมีการตรวจพบว่าพนักงานกระทำผิดวินัย ให้ ผู้บังคับบัญชาของพนักงานผู้นั้นตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูก กล่าวหาทราบ หาก ธ.ก.ส. พิจารณาแล้วว่ามีความผิดจริงต้องมีการลงโทษ ถ้าหากอยู่ในอำนาจลงโทษ ของผู้บังคับบัญชาผู้นั้นก็สามารถลงโทษได้ และรายงานเรื่องดังกล่าวตามลำดับชั้นถึงธนาคารเพื่อ พิจารณาต่อไป
   กรณีผู้บังคับบัญชาผู้นั้นเห็นว่า เป็นกรณีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีโทษถึงขั้น พ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ต้องรายงานฝ่ายจัดการ และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวในคณะกรรมการสอบสวนนี้มีกรรมการ ซึ่งเป็นตัวแทนสหภาพแรงงาน ธ.ก.ส.ร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา และคณะกรรมการสอบสวนจะได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบและแก้ข้อ กล่าวหา เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ สอบสวนแล้วจะรายงานผลการสอบสวนผ่านคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวินัย ซึ่ง ธ.ก.ส. แต่งตั้งให้ทำ หน้าที่กลั่นกรองงานทางวินัย คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวินัยจะพิจารณาและเสนอความเห็นต่อ ธ.ก.ส. หากมีความผิดก็จะลงโทษตามแนวทางการลงโทษของ ธ.ก.ส. และผู้ถูกลงโทษยังมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ การลงโทษต่อคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้
แนวทางปฏิบัติ
ในการดำเนินการทางวินัย ธ.ก.ส. ได้กำหนดแนวปฏิบัติได้ ดังนี้
1) กำหนดเป็นข้อบังคับฉบับที่ 9 ว่าด้วยวินัย การสอบสวนและการลงโทษสำหรับ พนักงานและลูกจ้าง ระเบียบฉบับที่ 29 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ ระเบียบฉบับที่ 31 ว่าด้วยการสอบสวน ระเบียบฉบับที่ 45 ว่าด้วยการรับผิดทางละเมิดของพนักงาน เป็นแนวทางในการดำเนินการทางวินัย
2) จัดทำคู่มือวินัยของพนักงานให้พนักงานทุกคน ทราบและถือปฏิบัติ
3) จัดทำคู่มือแนวทางการลงโทษพนักงาน เพื่อให้ เป็นมาตรฐานเดียวกัน
4) แ ต่งตั้งคณะ กรรมก ารสอบข้อเ ท็จจริง คณะกรรมการสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพนักงาน
5) แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องวินัยเพื่อ พิจารณากลั่นกรองรายงานการสอบสวนหรือสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ พนักงานกระทำผิดวินัยของ ธ.ก.ส. เพื่อให้พนักงานที่ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยได้รับการพิจารณาที่โปร่งใสเป็นธรรม และเป็นไป ตามระเบียบ ข้อบังคับของ ธ.ก.ส.
6) มีหนังสือซักซ้อมเรื่องวินัย กรณีมีการกระทำ ผิดเกิดขึ้น เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำผิดวินัย
7) จัดให้มีการนิเทศงานวินัยและจรรยาบรรณ สม่ำเสมอทุกปี
8) มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด ผู้อำนวยการกองหรือสำนัก และผู้อำนวยการฝ่าย มีอำนาจดำเนินการทางวินัยกับพนักงานที่กระทำผิด วินัย หรือพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย มีโทษไม่ถึงขั้นพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน เพื่อให้การพิจารณาเกิดความรวดเร็วและเป็นธรรมแก่พนักงานด้วย
9) แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เพื่อพิจารณาการอุทธรณ์ของผู้ถูกลงโทษ ทางวินัย  ซึ่งเป็นกระบวนการให้ความเป็นธรรมอีกชั้นหนึ่ง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ