@@@@รวมพล คนที่สอบ ธกส มีอะไรดีๆมาแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ@@@

<< < (7/10) > >>

*นายร้อย สร้อยดาว*:
91. ทฤษฎีองค์การในปัจจุบันเน้นการศึกษาในเรื่องระบบ (System Approach)หมายถึงการประยุกต์ใช้

     ก. พฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Science)

        ข. บริหารศาสตร์ (Management Science)

        ค. ทฤษฎีคลาสสิค (Ciassical Theory)

        ง. ทั้ง ก.  ข.  ค.

92. องค์การโดยทั่วไปมีแนวโน้มที่จะขยายหน่วยงาน และหน่วยงานที่ขยายนี้โดยมากเป็นการขยายเพื่อจัด

      บริการให้ตนเองทั้งนี้เป็นไปตาม

        ก. M.B.O.

     ข. Parkinson Law

     ค. ผลการศึกษาของ frederrick  W. Taylor

     ง. ผลการศึกษา Hawthorne                     

93. พฤติกรรมข้อใดที่แสดงถึงความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตย มากที่สุด

            ก. ผู้นำเสนอปัญหาต่อที่ประชุม ขอข้อแนะนำ แต่ตัดสินใจเอง

        ข. ผู้นำเสนอข้อตัดสินของตนเองต่อที่ประชุมแล้วขอทราบความคิดเห็น

        ค. ผู้นำพยายามกระตุ้นเกลี้ยกล่อมในที่ประชุมยอมรับการตัดสินใจของตนเอง

        ง. ผู้เสนอข้อตัดสินใจของตนเองต่อที่ประชุมและยอมเปลี่ยนแปลงบ้าง

94. การจัดรูปองค์การแบบราชการ ( Bureaucratic model) ตามแนวคิด ของ max Weber สามารถนำไปใช้กับองค์การประเภทใด

        ก. หน่วยงานราชการ

        ข. หน่วยงานธุรกิจเอกชน

        ค. หน่วยงานทางทหาร

        ง. หน่วยงานทุกประเภท

95. ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการบริหารงาน

        ก. คนหรือบุคคลหรือบุคลากร (Man)

        ข .เงินหรือทุนหรืองบประมาณ (Money)

        ค. การจัดการหรือการบริหาร (Management)

        ง. ตอบไม่ได้ว่าข้อใดสำคัญที่สุด

96. การจัดแบ่งหน่วยงานแบบ Line และ Staff  มีลักษณะใด

        ก. หน่วยงาน  Staff   เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน Line

        ข. หน่วยงาน Line เป็นผู้บังคับบัญชาของ Staff 

        ค. หน่วยงาน  Staff   ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่ หน่วยงาน Line

        ง. หน่วยงาน Line ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่ หน่วยงาน Staff   

97.  หน้าที่สำคัญ 7 ประการของนักบริหาร ซึ่งอักษรข้างหน้าคำนำมาผูกเป็น POSDCORB นั้นใครเป็นผู้กำหนด

        ก. Frederick  W. Taylor

     ข. Henri  Fayol

     ค. Gerbert          A. Simon

     ง. Elyon Mayo

98. เอกภาพทางการบังคับบัญชา ( Unity of command ) หมายถึง

            ก. การมีอำนาจสูงสุดของผู้บังคับบัญชาในองค์การ

        ข. การบริหารที่ปราศจากความขัดแย้ง

        ค. การบริหารที่มีสายการบังคับบัญชาแน่นอน

        ง. การบริหารที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจักต้องรับคำสั่งหรือรายงาน เสนอต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงเพียงคนเดียว

99. การกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานมีลักษณะอย่างไร

        ก. กำหนดขึ้นเพื่อช่วยการวัดผลหรือประเมินผล

        ข. เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน

        ค. ส่วนใหญ่กำหนดขึ้นโดยอิงประสบการณ์ในอดีต

        ง. ถูกทั้ง 3 ข้อ

100. การบริหารงานโดยวัตถุประสงค์ (Management by Objective ) ช่วยให้เกิดผลข้อใด

        ก. ผู้ปฏิบัติงานควบคุมตัวเองมากกว่าจะถูกควบคุมโดยผู้บังคับบัญชา

        ข. ผู้ปฏิบัติงานถูกควบคุมโดยวิธีกำหนดมาตรฐานและผลงาน

        ค. ผู้ปฏิบัติงานมีความผูกพันสูงต่อผลสำเร็จของงาน

        ง. ทั้ง ก.  ข.  และ  ค.

101. การบริหารงานโดยวัตถุประสงค์ (Management by Objective ) มีหลักสำคัญอย่างไร

        ก. ผู้บังคับบัญชากำหนดวัตถุประสงค์แล้วสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามวัตถุประสงค์นั้น

        ข. ผู้ใต้บังคับบัญชาร่วมพิจารณากับผุ้บังคับบัญชาเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ตามลำดับขั้น

        ค. ไม่ควรกำหนดวัตถุปรสงค์อย่างชัดเจนแน่นอน เพราะอาจทำไม่ได้

        ง. ไม่ควรกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เพราะอาจทำไม่ได้

102. การบริหารงานแบบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามีส่วนร่วม ( Participative  Management) นั้นมีลักษณะ คือ

        ก. เป็นยาแก้โรคทางการบริหารได้ทุกชนิด

        ข. ใช้ได้กับทุกองค์การและคนทุกประเภท

        ค. สนับสนุนให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน

        ง. การใช้ต้องคำนึงถึงประเภทของคนและประเภทขององค์การก่อน

103. การวางแผน หมายถึง

        ก. การกำหนดวิธีดำเนินการ

        ข. การตัดสินใจโดยพิจารณาจากข้อมูล และเอกสารและกรณีแวดล้อมต่างๆ

        ค. การกำหนดวัตถุประสงค์

        ง. ถูกทั้ง 3 ข้อ

*นายร้อย สร้อยดาว*:
1.   แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 มีผลบังคับใช้ในช่วงเวลาใด

1. 1 ต.ค. 2548 – 1 ก.ย. 2554                 2. 1 ต.ค. 2549 – 30 ก.ย. 2554

3.  1 ม.ค. 2548 – 1 ก.ย. 2554                                4. 1 ม.ค. 2550 – 31 ธ.ค. 2554

2.    ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความพอเพียงจะประกอบไปด้วย 3 ลักษณะ คือ

        1. พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว

        2. พอประมาณ มีเหตุผล มีหลักธรรมาภิบาล

        3. พอประมาณ มีเงื่อนไขความรู้ มีเงื่อนไขคุณธรรม

        4. พอประมาณ มีเหตุผล และมีเงื่อนไขคุณธรรม

3.    เงื่อนไขปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ

        1. เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขพอประมาณ

        2. เงื่อนไขพอประมาณ เงื่อนไขความมีเหตุผล และเงื่อนไขความมีภูมิคุ้มกัน

        3. เงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม

        4. เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขพอประมาณ และเงื่อนไขคุณธรรม

4.    การประชุม G20 จัดขึ้นที่

        1. ลอนดอน                  2. วอชิงตัน ดีซี                    3. กรุงเฮก             4. กรุงเทพมหานคร

5.    การประชุมอาเซียนซัมมิท + 6 ,   ประเทศที่เป็นผู้สังเกตการณ์ + 6 ซึ่งเพิ่มจาก + 3  คือ

        1. อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์                           2. ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน

        3. จีน ญี่ปุ่น อินเดีย                                                    4. จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์

6.    ข้อดีของการนำแผนยุทธศาสตร์มาใช้ในกระบวนการจัดทำแผนชาติ คือข้อใด

        1. การมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน

        2. เลือกทำเฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญสูง และจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น

        3. มีความยืดหยุ่น                                                        4. ถูกทุกข้อ

7.    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใด ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำแนวคิดและกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์มาใช้เป็นเครื่องมือของรัฐในการวางแผนพัฒนาประเทศเป็นครั้งแรก

        1. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 7                                          2. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8                 

        3. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9                                          4. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10

8.    แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในแผนพัฒนาฯ นำไปใช้พัฒนาในระดับสังคมใด จึงจะประสบความสำเร็จมากที่สุด

        1. ระดับครอบครัว      2. ระดับชุมชน                    3. ระดับรัฐ                           4. ทุกระดับการพัฒนา

9.    แนวความคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำรัสให้แก่ประชาชนเมื่อใด

        1. 1 ม.ค. 2540            2. 4 ธ.ค. 2540                     3. 1 ม.ค. 2541                    4. 4 ธ.ค. 2541

10. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะใด

      1. ระยะสั้น                  2. ระยะปานกลาง               3. ระยะยาว                          4. ระยะชั่วคราว

11.  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เริ่มใช้เมื่อใด

        1. 2501                         2. 2503                                  3. 2504                                  4. 2505

*นายร้อย สร้อยดาว*:
12.  หลักบริหารจัดการที่ดีประกอบด้วยอะไรบ้าง

        1. หลักการมีส่วนร่วม หลักความคุ้มค่า                 2. หลักการรับผิดชอบ  หลักการคุ้มค่า

        3. หลักการโปร่งใส หลักนิติธรรม                          4. ถูกทุกข้อ

13.  ตัวเลขควรจำตามแผนพัฒนาฯ ฉบับ 10

เป้าหมาย

เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 ดังนี้

(1) เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพคน ให้คนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความรู้ ความสามารถ ทักษะการประกอบอาชีพ และมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับตนเองที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชน และสังคมไทย

- โดยเพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเป็น 10 ปี

- พัฒนากำลังแรงงานระดับกลางที่มีคุณภาพเพิ่มเป็นร้อยละ 60 ของกำลังแรงงานทั้งหมด

- โดยรายได้เฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5

- เพิ่มสัดส่วนนักวิจัยเป็น 10 คน ต่อประชากร 10,000 คน

- กำหนดให้อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเป็น 80 ปี

- การลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคป้องกันได้ใน 5 อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง และหลอดเลือดสมองและนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน

- ลดรายจ่ายด้านสุขภาพร้อยละ 10

(2) เป้าหมายการพัฒนาชุมชนและแก้ปัญหาความยากจน พัฒนาให้ทุกชุมชนมีแผนชุมชนแบบมีส่วนร่วม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแผนชุมชนไปใช้ประกอบการจัดสรรงบประมาณ ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด

- ลดคดีอาชญากรรมลงร้อยละ 10

- ขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

- ลดสัดส่วนผู้อยู่ใต้เส้นความยากจนลงเหลือร้อยละ 4 ภายในปี 2554

(3) เป้าหมายด้านเศรษฐกิจ

-  ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความสมดุลและยั่งยืนโดยให้สัดส่วนภาคเศรษฐกิจในประเทศต่อภาคการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 ภายในปี 2554

- ผลิตภาพการผลิตรวมเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ต่อปี

- อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 4 ต่อปี

- สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไม่เกินร้อยละ 50

- ความยืดหยุ่นการใช้พลังงานเฉลี่ยไม่เกิน 1 : 1 ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10

- สัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้สูงร้อยละ 20 ระดับบนต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้น้อยร้อยละ 20 ระดับล่าง ไม่เกินร้อยละ 10 ภายในปี 2554

- สัดส่วนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เป็นร้อยละ 40 ภายในปี 2554

(4) เป้าหมายการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

- รักษาความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพโดยให้มีพื้นที่ป่าไม้ไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 และต้องเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 ของพื้นที่ประเทศ

- รักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในเขตพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ชีวมลฑล รักษาพื้นที่ทำการเกษตรในเขตชลประทานไว้ไม่น้อยกว่า 31 ล้านไร่

- รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่เป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศ โดยรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไปมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

- คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM10) ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 120 มก./ลบ.ม.

- อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ 5 จากปี 2545 คือไม่เกิน 3.5 ตัน/คน/ปี - -

- ควบคุมอัตราการผลิตขยะในเขตเมืองไม่ให้เกิน 1 กก./คน/วัน

- จัดการของเสียอันตรายจากชุมชนให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

(5) เป้าหมายด้านธรรมาภิบาล

- มุ่งให้ธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณ์ของความโปร่งใสอยู่ที่ 5.0 ภายในปี 2554

- ระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสม และมีการดำเนินงานที่คุ้มค่าเพิ่มขึ้น

- ลดกำลังคนภาคราชการส่วนกลางให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2554

- ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจเอกชนเพิ่มขึ้น ท้องถิ่นมีขีดความสามารถในการจัดเก็บรายได้และมีอิสระในการพึ่งตนเองมากขึ้น และภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง รู้สิทธิ หน้าที่ และมีส่วนร่วมมากขึ้นในการตัดสินใจและรับผิดชอบในการบริหารจัดการประเทศ รวมทั้งมีการศึกษาวิจัย

- พัฒนาองค์ความรู้ในด้านวัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมสันติวิธี จำนวนปีละไม่ต่ำกว่า 20 เรื่อง

 

 

*นายร้อย สร้อยดาว*:


14.  วิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 คือ

        1. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม ควบคู่ความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ และมีความเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

        2. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม ควบคู่ความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนและสังคมเข้มแข็ง เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ และมีความเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

        3. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม นำความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ และมีความเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

 

        4. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม นำความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

 

15. วิสัยทัศน์นโยบายรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ภายใต้แนวพื้นฐานหลัก 4 ประการ คือ

        1. ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาประชาธิปไตย  พิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์

        2. พิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาระบบการเมืองและประชาธิปไตย

        3. ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปฏิรูปการเมือง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

        4. ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาประชาธิปไตย

16.  รัฐบาลในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มุ่งมั่นนำประเทศไทยในช่วงปี 2552 ถึง 2554 ให้ไปในทิศทางใด

        1. รอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลก มุ่งพัฒนาประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

        2. แก้ไขวิกฤตทางสังคมที่มีความแตกแยก ให้ไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

        3. ยุติวิกฤตทางการเมือง และปฏิรูปการเมืองให้มีความมั่นคงตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        4. ถูกทุกข้อ

*นายร้อย สร้อยดาว*:
17.  นโยบายรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีทั้งหมด 8 ด้าน โดยด้านที่ 2 – 8 จะดำเนินการในช่วง 3 ปี ส่วนนโยบายด้านแรกจะดำเนินการภายใน.....

        1. 1 ปี                            2. 6 เดือน                             3. 3 เดือน                             4. 30 วัน

 

ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 18. – 32.

1.      การสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนและบริโภค

2.      ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

3.      รักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน

4.      นโยบายความมั่นคงของรัฐ

18. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จัดให้มีสำนักบริหารราชการ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

19.       จัดให้มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ในฐานะประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน

20.  ฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยใช้แผนฟื้นฟูระยะสั้น

21. ประกาศวันหยุดฟันหรอ มุ่งให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย

22. พัฒนาโครงการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ พร้อมทั้งระบบบริการสุขภาพ

23.  เร่งลงทุนพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และระบบบริหารจัดการน้ำและการชลประทาน

24.  สร้างหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ

25.  ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า

26. จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ

27.  เพิ่มบทบาท อสม. ทั่วประเทศ

28.  สนับสนุนตำราหลักให้แก่ทุกโรงเรียนและจัดให้มีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนฟรี

29. ดำเนิน 5 มาตรการ 6 เดือน

30.  ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติ

31.  แก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ ไม่ให้มีผลกระทบต่อความมั่นคง

32.  บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับนานาประเทศ

 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว