ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

433952 กระทู้ ใน 35310 หัวข้อ- โดย 183618 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: ztangmomo

25 ตุลาคม 2014, 11:34:42 PM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบห้องแจกข้อสอบ ขอข้อสอบสรุป พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สรุป พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546  (อ่าน 8786 ครั้ง)
KANJANA_CHOM
หัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155



« เมื่อ: 19 เมษายน 2010, 12:43:16 PM »



พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546 (1)
สรุปสาระสำคัญพรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญ คือแก้ไขพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และกำหนดให้มีองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู 2 องค์กร ได้แก่ (1) สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า คุรุสภา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่เกี่ยวกับศึกษา ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และ(2) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของ กระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวง รวมทั้งบริหารจัดการองค์การค้าของคุรุสภา

สาระสำคัญเกี่ยวกับคุรุสภา

วัตถุประสงค์ของคุรุสภา (มาตรา 8) ได้แก่ (1) กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาต กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพ (2) กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิชาชีพ (3) ประสานส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ

อำนาจหน้าที่ของคุรุสภา (มาตรา9)

คุรุสภามีหน้าที่
1.   กำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
2.   ควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
3.   ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพ
4.   พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
5.   สนับสนุนและพัฒนาวิชาชีพ
6.   ยกย่อง และผดุงเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
7.   รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรของสถาบันต่าง ๆ ตามมาตรฐานวิชาชีพ
8.   รับรองความรู้ประสบการณ์ ในการประกอบวิชาชีพ
9.   ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
10.   เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของประเทศไทย
11.   ออกข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย
(ก) การกำหนดลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13
(ข) การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การพักใช้ใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และการรับรองความรู้ ประสบการณ์ทางวิชาชีพ
(ค) หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับใบอนุญาต
(ง) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต
(จ) จรรยาบรรณของวิชาชีพ และการประพฤติผิดจรรยาบรรณ
(ฉ) มาตรฐานวิชาชีพ
(ช) วิธีการสรรหา การเลือก การเลือกตั้ง และการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
(ซ) องค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหา
(ฌ) หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
(ญ) การใด ๆ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
12.   ให้คำปรึกษาหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาวิชาชีพ
13.   ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ หรือ การออกกฎกระทรวง ระเบียบ
14.   กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา
15.   ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคุรุสภา
การเสนอร่างข้อบังคับคุรุสภา

จะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการคุรุสภามีมติเห็นชอบกับร่างข้อบังคับดังกล่าว และให้ประธานกรรมการคุรุสภาเสนอร่างข้อบังคับนั้นต่อรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า รัฐมนตรีอาจยับยั้งร่างข้อบังคับนั้นได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลโดยแจ้งชัด นอกจากอำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้คุรุสภามีอำนาจกระทำกิจการ ดัง ต่อไปนี้ด้วย
1.   ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
2.   ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ
3.   กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของ คุรุสภา
4.   สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง 2-3 รายได้ของคุรุสภา (มาตรา 10) ได้แก่
(1) ค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้
(2) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(3) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา
(4) เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา
(5) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (1) (2) (3) และ (4) รายได้ของคุรุสภา ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ รวมทั้งไม่อยู่ในข่ายการบังคับตามกฎหมายภาษีอากร
คณะกรรมการคุรุสภา

เป็นองค์กรบริหาร มีอำนาจหน้าที่บริหารอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา องค์ประกอบของคณะกรรมการคุรุสภา มีจำนวน 39 คน (มาตรา 12) ประกอบด้วย
1.   ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ
2.   กรรมการโดยตำแหน่ง 8 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภา การศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
3.   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจาก ผู้ที่ประสบการณ์สูง ด้านละ 1 คน รวม 7 คน
4.   กรรมการจากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเลือกตั้งกันเอง 4 คน จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 3 คน และเอกชน 1 คน
5.   กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเลือกตั้งจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารทางการศึกษา และมาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามสัดส่วนจำนวน ผู้ประกอบวิชาชีพ19 คน และ(6)เลขาธิการคุรุสภา เป็นเลขานุการ
การได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภา (มาตรา 12 วรรคท้าย และมาตรา 18)

ตามวิวิธีการดังนี้
1.   ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใช้วิธีการสรรหา
2.   กรรมการจากผู้แทนผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะ หรือศึกษาศาสตร์ ใช้วิธีการเลือกกันเอง
3.   กรรมการจาก ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ใช้วิธีการเลือกตั้ง
วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการคุรุสภา (มาตรา 16)

ให้กรรมการตามข้อ (1) (3) (4) และ (5) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีก แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้

หน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา (มาตรา 20)

กรรมการคุรุสภามีหน้าที่
1.   บริหารตามอำนาจหน้าที่ของคุรุสภา
2.   ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
3.   พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพตามมาตรา 54
4.   เร่งรัดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
5.   แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา
6.   ควบคุมดูแลการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบข้อบังคับ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก) การจัดแบ่งส่วนงานและหน้าที่ของสำนักงานคุรุสภา
(ข) การหนดตำแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะ อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนอื่นของเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา
(ค) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตำแหน่ง การร้องทุกข์
      และการอุทธรณ์การลงโทษของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งวิธีการเงื่อนไขในการจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา
(ง) การจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของคุรุสภา
(จ) กำหนดอำนาจหน้าที่และระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน
7.   กำหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
8.   ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา
9.   พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ

คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีหน้าที่ควบคุมและรักษามาตรฐานการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมี องค์ประกอบของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ มีจำนวน 17 คน (มาตรา 21) ประกอบด้วย
1.   ประธานกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจาก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุรุสภา
2.   กรรมการโดยตำแหน่ง 3 คน ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3.   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาสรรหา จากผู้ทรงคุณวุฒิสูงด้านการศึกษา การบริหารและกฎหมาย4 คน
4.   กรรมการจากคณาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์ ทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งเลือกกันเอง 2 คน
5.   กรรมการจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซึ่งเลือกตั้งจาก ผู้ที่ดำรงตำแหน่งครูที่มีประสบการณ์ด้านการสอนไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือดำรงตำแหน่งอาจารย์ 3 หรือ มีวิทยฐานะเป็นครูชำนาญการขึ้นไป 6 คน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและ มีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี และ บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่มีประสบการณ์ ในตำแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี
6.   เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการ

การได้มาซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 22)

ใช้วิธีการสรรหา การเลือกและการเลือกตั้ง ตามที่กำหนดในข้อบังคับคุรุสภา วาระดำรงตำแหน่งของกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 24) ให้กรรมการตามข้อ 2.5.1 (3) (4) และ (5) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกแต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้

อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ

คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีหน้าที่
1.   พิจารณาการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
2.   กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ
3.   พัฒนา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรุสภากำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
4.   ส่งเสริม และพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศ
5.   แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
6.   ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
7.   พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นตามที่รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการคุรุสภามอบหมาย ให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเสนอรายงานการดำเนินงานประจำปีต่อคณะกรรมการคุรุสภาตามระเบียบที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนดให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา (มาตรา 34) โดยมีเลขาธิการคุรุสภาบริหารกิจการของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (มาตรา 35-42)
ให้วิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา เป็นวิชาชีพควบคุม

ตามพระราชบัญญัตินี้ การกำหนดวิชาชีพให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (มาตรา 43)
1.   วิทยากรพิเศษทางการศึกษา
2.   ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางด้านการสอนแต่ในบางครั้งต้องทำหน้าที่สอนด้วย
3.   นักศึกษา หรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งฝึกหัดในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
4.   ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย
5.   ผู้สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
6.   คณาจารย์ ผู้บริหารในระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน
7.   ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
8.   บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต (มาตรา 44) คุณสมบัติ
1.   มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
2.   มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า
3.   ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอน
ลักษณะต้องห้าม
1.   เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
2.   เป็นคนไร้ความสามารถ
3.   เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
การขอรับใบอนุญาต

การออกใบอนุญาต การกำหนดอายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 45) ผู้ขอรับใบอนุญาต ขอต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัยไม่ออกใบอนุญาต ไม่ต่ออายุใบอนุญาต ตามวรรคหนึ่ง อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการ คุรุสภาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้ง


บันทึกการเข้า
March*^.^*
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100



« ตอบ #1 เมื่อ: 19 เมษายน 2010, 03:14:02 PM »



ขยันจังเลย จอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
boyworld
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78



« ตอบ #2 เมื่อ: 07 พฤษภาคม 2010, 07:39:38 PM »



 m;7
ขอบคุณมากๆ
บันทึกการเข้า

นักวิชาการศึกษา
นครปฐม 105 หมดอายุไปแล้ว
อยุธยา 47 ได้ที่นี่ อบต.เสนา อ.อุทัย
ประจวบ 73 ไม่ต้องหวัง
topchat
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 07 พฤษภาคม 2010, 08:10:34 PM »



คนข้างบนสวยจัง... m;5 m;5
บันทึกการเข้า
topchat
เจ้้าหน้าที่ใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 07 พฤษภาคม 2010, 08:11:41 PM »



เสื้อสีชมพูสวยจังเลย... m;5 e;y
บันทึกการเข้า
purebest23
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 92


nongbest43@hotmail.com เหงา..จังคับ+O_T purebest23@yahoo.com
อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2010, 11:33:59 PM »



ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

เหงา..จังคับ ฮือๆ...O_T คนใจร้ายย..
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ