[แจก] สรุปพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พ.ศ. 2540

(1/3) > >>

ส.เสือ™:
[แจก] สรุปพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)  พ.ศ. 2540
โดย ... ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ได้ส่งมาที่อีเมล์ของผม และขอให้ผมช่วยโพสแจกเพื่อนๆสมาชิกชุมชนคนท้องถิ่นด้วย

พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)  พ.ศ. 2540
-   ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ  31 ตุลาคม 2540
-   บังคับใช้เมื่อ 1 พฤศจิกายน  2540
-   ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ คือ พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ
-   ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และมีอำนาจออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบ

บททั่วไป
    องค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วย สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
1. สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
อายุของสภากำหนดคราวละ 4 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง และสมาชิกภาพของสมาชิกเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง และ
สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
-   ถึงคราวออกตามวาระ หรือมีการยุบสภา
-   ตาย
-   ลาออก โดยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
-   ขาดการประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร
-   สภาองค์การบริการส่วนจังหวัด มีมติให้พ้นจากตำแหน่งจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเพื่อเข้าเสนอชื่อและมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 
-   ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4  ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนนเสียง
•   ให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลือกสมาชิกสภาเป็นประธาน 1 คน และรองประธาน 2 คน
ประธานและรองประธานพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
•   ลาออก โดยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
•   สภาองค์การบริการส่วนจังหวัด มีมติให้พ้นจากตำแหน่งจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเพื่อเข้าเสนอชื่อและมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 
       เมื่อตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามอายุหรือมีการยุบสภา  ให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน  15 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

เกณฑ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
-   จังหวัดใดมีราษฎรไม่เกิน 500,000 คน ให้มีสมาชิกสภา อบจ. ได้  24  คน
-   จังหวัดใดมีราษฎรเกิน 500,000 คน แต่ไม่เกิน 1,000,000 คน ให้มีสมาชิกสภา อบจ. ได้  30  คน
-   จังหวัดใดมีราษฎรเกิน 1,000,000 คน แต่ไม่เกิน 1,500,000 คน ให้มีสมาชิกสภา อบจ. ได้  36 คน
-   จังหวัดใดมีราษฎรเกิน 1,500,000 คน แต่ไม่เกิน 2,000,000 คน ให้มีสมาชิกสภา อบจ. ได้  42 คน
-   จังหวัดใดมีราษฎรเกิน 2,000,000 คนขึ้นไป ให้มีสมาชิกสภา อบจ. ได้  48  คน

การประชุมสมัยสามัญ
-   ใน 1 ปี  ให้มีสมัยประชุมสามัญ 2 สมัย
-   ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องกำหนดให้สมาชิกสภา อบจ. มาประชุมครั้งแรก ภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
-   วันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปี ให้สภา อบจ. กำหนดภายใน   45 วัน  แต่ถ้ามีกรณีจำเป็นให้ประธานสภาสั่งขยายออกไปอีกครั้งละไม่เกิน 15 วัน
-   การปิดสมัยประชุมสามัญก่อนครบกำหนดเวลา 45 วัน  ไม่ได้
-   ถ้าสภา อบจ. ไม่อาจจัดให้มีการประชุมครั้งแรกได้ตามกำหนด หรือมีการประชุมแต่ไม่สามารถเลือกประธานสภาได้ ผู้ว่าราชการจังหวัด อาจเสนอให้รัฐมนตรีให้มีคำสั่งยุบสภา อบจ. ได้
-   ประธานสภาเป็นผู้เรียกประชุมตามสมัยประชุมและเป็น ผู้เปิดและปิดการประชุม แต่ถ้าประธานสภาไม่เรียกประชุมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เรียกประชุมและเป็น ผู้เปิดและปิดการประชุม
-   การประชุมสภาย่อมเป็นการเปิดเผย แต่การประชุมลับย่อมมีได้เมื่อ นายก อบจ. หรือสมาชิกสภาอบจ. ร้องขอ โดยมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก

การประชุมสมัยวิสามัญ
-   การประชุมสภาสมัยวิสามัญให้มีกำหนด 7 วัน
-   ถ้าขยายเวลาออกไปต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา อบจ. ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก และให้ขยายออกไปได้ไม่เกิน 7 วัน
-   ในการประชุมทุกครั้งต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกจึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการลงมติข้อวินิจฉัย
-   ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์
-   สมาชิกสภา อบจ. คนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
-   ถ้ามีคะแนนเท่ากันให้ ประธานในที่ประชุม มีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียง
        ถ้ากรณีจำเป็น
        -  ประธานสภา อบจ. อาจเรียกประชุมสมัยวิสามัญได้
        -  นายก อบจ. หรือสมาชิกสภา อบจ. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่เพื่อยื่นต่อประธานสภา อบจ. ขอให้เปิดการชุมวิสามัญได้
           -  ถ้านายก อบจ. หรือสมาชิกสภา อบจ. ทำคำร้องให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ ให้ประธานสภา อบจ. เรียกประชุมสภาสมัยวิสามัญ ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง

2.  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (มาจากการเลือกตั้งของประชาชน)
     - มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้
     - นายก อบจ. อาจแต่งตั้งรองนายกซึ่งมิใช่สมาชิกสภาอบจ. ได้
     - นายก อบจ. อาจแต่งตั้งเลขานุการและที่ปรึกษาซึ่งมิใช่สมาชิกสภาอบจ. จำนวนรวมกันไม่เกิน 5  คน
     - ภายใน 30  วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ก่อนนายก อบจ.เข้ารับหน้าที่ ให้ประธานสภา อบจ.เรียกประชุมสภาเพื่อให้นายกแถลงนโยบายต่อสภา อบจ.โดยไม่มีการลงมติ
     - ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาและรอง หรือสภา อบจ.ถูกยุบ ให้นายก อบจ.ดำเนินการไปพลางก่อนเมื่อได้มีการเลือกตั้งประธานสภา อบจ.แล้ว ให้ประธานสภาเรียกประชุมสมาชิกเพื่อให้นายก อบจ. แถลงนโยบายโดยไม่มีการลงมติภายใน 15 วัน
     -  หากนายก อบจ. ไม่สามารถแถลงนโยบายต่อสภาได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้นายก อบจ.จัดทำนโยบายแจ้งเป็นหนังสือส่งให้สมาชิกสภา อบจ. ทุกคนภายใน 7  วัน
     -  ให้นายก อบจ. ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการของ อบจ. และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด และให้ปลัด อบจ. คนหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองจากนายก อบจ. และมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงานแต่ไม่มีสิทธิลงคะแนน

คุณสมบัติ
-   มีอายุไม่ต่ำกว่า 30  ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
-   สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาและรัฐสภา  ผู้บริหารท้องถิ่น
-   ไม่เป็นผู้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสียมาแล้วยังไม่ถึง 5 ปีนับแต่วันสมัครรับเลือกตั้ง

เกณฑ์ดังนี้
-   จังหวัดใดมีสมาชิกสภาอบจ. 48 คน ให้แต่งตั้งรองนายกได้ไม่เกิน  4  คน
-   จังหวัดใดมีสมาชิกสภาอบจ. 36 หรือ 42 คน ให้แต่งตั้งรองนายกได้ไม่เกิน  3  คน
จังหวัดใดมีสมาชิกสภาอบจ. 24 หรือ 30 คน ให้แต่งตั้งรองนายกได้ไม่เกิน  2  คน และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจแต่งตั้งเลขานุการและที่ปรึกษาซึ่งมิใช่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวนรวมกันไม่เกิน 5  คน

อำนาจหน้าที่
-   กำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหารราชการ อบจ. ให้เป็นไปตามระเบียบ
-   สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการ อบจ.
-   แต่งตั้งและถอดถอนรองนายก อบจ. เลขานุการ และที่ปรึกษา

การพ้นจากตำแหน่ง
           (๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๒) มีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๓) สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิ้นสุดลงพร้อมกันทั้งหมดตาม มาตรา ๑๑ (๗)
           (๔) พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๕) สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมตามมาตรา ๕๕ วรรคสอง
           (๖) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๗) รัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อมีพฤติการณ์ตามมาตรา ๗๙
           (๘) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจาก ตำแหน่งตามกฎหมายเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจาก ตำแหน่ง
           ในกรณีที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่งตาม (๑) (๔) (๕) หรือ (๖) นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินกิจการต่อไปจนกว่านายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งได้รับเลือกขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
           เมื่อนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่งตาม (๔) (๕)(๖) (๗) หรือ (๘) ให้สภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่ง และถ้าพ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันแล้วไม่อาจเลือก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอรัฐมนตรีเพื่อให้มีคำสั่งยุบสภาองค์การ บริหารส่วนจังหวัด
           เมื่อรัฐมนตรีได้มีคำสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามวรรคสามหรือนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่งตาม (๒) หรือ (๓) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการหรือ พนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้นเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อดำเนิน กิจการชั่วคราวจนกว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งได้รับเลือกขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
           ในระหว่างที่ไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติ หน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นการชั่วคราวเท่าที่จำเป็นได้จนกว่านายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดซึ่งได้รับเลือกขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
-   นายก อบจ. พ้นจากตำแหน่ง
-   นายก อบจ. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
-   ตาย
-   ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
-   รัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
-   ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาให้ถึงที่สุด

เลขานุการและที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
-   นายก อบจ. พ้นจากตำแหน่ง
-   นายก อบจ. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
-   ตาย
-   ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
-   รัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
-   ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาให้ถึงที่สุด

***  ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายก อบจ. ปลัด อบจ. และรองปลัด อบจ. และข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งนายก อบจ. แต่งตั้ง มีอำนาจเปรียบเทียบคดีละเมิดข้อบัญญัติได้  เมื่อมีผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายใน 30  วัน

อำนาจหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด
     อำนาจหน้าที่ที่ดำเนินกิจการภายในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๑) ตราข้อบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย
           (๒) จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
           (๓) สนับสนุนสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น
           (๔) ประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่น อื่น
           (๕) แบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่สภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
           (๖) อำนาจหน้าที่ของจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ เฉพาะภายในเขตสภาตำบล
           (๗) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
           (๗ ทวิ) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
           (๘) จัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตองค์การ บริหารส่วนจังหวัด และกิจการนั้นเป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
           (๙) จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็น อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
           บรรดาอำนาจหน้าที่ใดซึ่งเป็นของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาค อาจมอบให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติได้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
           มาตรา ๔๘ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจให้บริการแก่เอกชนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นอื่น โดยเรียกค่าบริการได้ โดยตราเป็นข้อบัญญัติ
           มาตรา ๔๙ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมอบให้เอกชนกระทำกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบริการหรือค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องแทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดเสียก่อน
           มาตรา ๕๑ ข้อบัญญัติจะตราขึ้นได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
           (๑) เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่กำหนดไว้ในพระ ราชบัญญัตินี้
           (๒) เมื่อมีกฎหมายบัญญัติให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราข้อบัญญัติหรือให้มีอำนาจตราข้อ บัญญัติ
           (๓) การดำเนินการพาณิชย์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามมาตรา ๕๐
           ในข้อบัญญัติจะกำหนดโทษผู้ละเมิดข้อบัญญัติไว้ด้วยก็ได้ แต่ห้ามมิให้กำหนดโทษจำคุกเกิน หกเดือน และหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาท เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
           มาตรา ๕๒ ร่างข้อบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าชื่อให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่น
           การเสนอร่างข้อบัญญัติเกี่ยวกับการเงินจะต้องมีคำรับรองของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (มาตรา ๕๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒)
           มาตรา ๕๓ ข้อบัญญัติจะใช้บังคับได้เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติและประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้วสิบห้าวันเว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินถ้ามีความระบุไว้ในข้อบัญญัตินั้นว่าให้ใช้บังคับได้ทันที ให้ใช้บังคับข้อบัญญัติในวันที่ประกาศ
           เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับร่างข้อบัญญัติแล้วต้องอนุมัติและประกาศภายในสิบห้าวัน ถ้าผู้ ว่าราชการจังหวัดไม่อนุมัติและประกาศร่างข้อบัญญัติภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ว่าราชการ จังหวัดไม่เห็นด้วยกับร่างข้อบัญญัติ ผู้ ว่าราชการจังหวัดจะอนุมัติร่างข้อบัญญัติใดมิได้ถ้าเห็นว่าร่างข้อบัญญัตินั้นเป็นร่างข้อ บัญญัติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเป็นร่างข้อบัญญัติที่ออกนอกเหนืออำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วน จังหวัด ในกรณีเช่นนั้นให้ร่างข้อบัญญัตินั้นเป็นอันตกไป
           มาตรา ๕๔ เมื่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้พิจารณาและเห็นชอบด้วยกับร่างข้อบัญญัติใด ให้ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดส่งร่างข้อบัญญัตินั้นไปยังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพื่อลงนามแล้วส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ความเห็นชอบ
           ในกรณีที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่เห็นด้วยกับร่างข้อบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว ให้ส่งร่างข้อบัญญัตินั้นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภายในกำหนด เวลาตามวรรคหนึ่งเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัย ชี้ขาด ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นด้วยกับสภาองค์ การบริหารส่วนจังหวัดให้ส่งร่างข้อบัญญัตินั้นให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และให้นายกองค์ การบริหารส่วนจังหวัดลงนามภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคืนมาถ้านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ลงนามภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามและประกาศใช้บังคับต่อไป
           ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นด้วยกับสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ส่งร่างข้อบัญญัติคืน ไปยังสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาใหม่ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบัญญัติคืนมาถ้าสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยังยืนยันให้ความ เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เท่าที่มีอยู่ ให้ดำเนินการประกาศร่างข้อบัญญัตินั้นใช้บังคับต่อไป
           มาตรา ๕๕ เมื่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้พิจารณาและไม่เห็นชอบด้วยกับหลักการของร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้ส่งร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนั้นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่ให้ความเห็นชอบ
           ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นด้วยกับสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ร่างข้อบัญญัติงบ ประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป และให้นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหนังสือแจ้งความเห็นของผู้ ว่าราชการจังหวัดไปยังประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
           ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นด้วยกับสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ส่งร่างข้อบัญญัติงบ ประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมคืนไปยังสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดและให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจารณาใหม่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่าง ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมคืนมา ถ้าสภาองค์ การบริหารส่วนจังหวัดยังยืนยันไม่เห็นด้วยด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเท่าที่มีอยู่ ให้ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเป็นอันตกไป

การงบประมาณและการคลัง
มาตรา ๕๘ งบประมาณรายจ่ายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ทำเป็นข้อบัญญัติ ถ้าข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณออกไม่ทันปีงบประมาณใหม่ ให้ใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณที่แล้วนั้นไปพลางก่อน
           มาตรา ๕๙ ถ้าในปีใดจำนวนเงินที่ได้อนุมัติไว้ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณไม่พอสำหรับการใช้จ่ายประจำปีหรือมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายขึ้นใหม่ในระหว่างปี ให้ทำเป็นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
           มาตรา ๖๐ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้ายอากรการฆ่าสัตว์และผลประโยชน์อื่นอันเกิดจากการฆ่าสัตว์ในพื้นที่เขตจังหวัดที่อยู่นอกเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดเก็บเป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดสรรให้สภาตำบลตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

           มาตรา ๖๑ ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อนที่จัดเก็บได้ในจังหวัดใด ให้จัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น
           มาตรา ๖๒ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร จัดเก็บได้ในจังหวัดใด ให้ส่งมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยละห้าของภาษีที่จัดเก็บได้
           มาตรา ๖๓ ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และค่าภาคหลวงปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ที่ได้มีการจัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดใดให้จัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
           มาตรา ๖๔ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากสถานค้าปลีกในเขตจังหวัด ดังต่อไปนี้
           (๑) น้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกัน น้ำมันดีเซลและน้ำมันที่คล้ายกันและก๊าซปิโตรเลียม ไม่เกินลิตรละสิบสตางค์
           (๒) ยาสูบ ไม่เกินมวนละสิบสตางค์
           ราคาจำหน่ายปลีกที่เพิ่มขึ้นตามวรรคหนึ่งไม่ถือว่าเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการ กำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาด
           มาตรา ๖๕ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากผู้พักในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
           มาตรา ๖๖ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติเพื่อเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละสิบของภาษีอากรและค่าธรรมเนียมประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทสำหรับในพื้นที่เขตจังหวัดที่อยู่นอกเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ดังต่อไปนี้
           (๑) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร
           (๒) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา
           (๓) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน
           ในการเสียภาษีอากรตามมาตรานี้ เศษของหนึ่งบาทให้ปัดทิ้ง
           ภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามมาตรานี้ ให้ถือเป็นภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
มาตรา ๗๒ ทุกปีงบประมาณ ให้รัฐบาลจัดสรรเงินให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นเงินอุดหนุน
           มาตรา ๗๓ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้
           (๑) ภาษีอากรตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้
           (๒) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ ตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้
           (๓) รายได้จากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๔) รายได้จากสาธารณูปโภคขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๕) รายได้จากการพาณิชย์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
           (๖) พันธบัตรหรือเงินกู้ตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้
           (๗) เงินกู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก รัฐมนตรี
           (๘) เงินอุดหนุนหรือรายได้อื่นตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจัดสรรให้
           (๙) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีผู้อุทิศให้
           (๑๐) รายได้อื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
           มาตรา ๗๔ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้
           (๑) เงินเดือน
           (๒) ค่าจ้าง
           (๓) เงินตอบแทนอื่น ๆ
           (๔) ค่าใช้สอย
           (๕) ค่าวัสดุ
           (๖) ค่าครุภัณฑ์
           (๗) ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่น ๆ
           (๘) เงินอุดหนุน
           (๙) รายจ่ายอื่นใดตามที่มีข้อผูกพันหรือตามที่มีกฎหมายหรือระเบียบของกระทรวงมหาดไทย กำหนดไว้
           มาตรา ๗๕ เงินเดือนและค่าตอบแทนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรรมการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

การกำกับดูแล
           มาตรา ๗๗ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ เป็นไปตามกฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับของทางราชการ เพื่อการนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงหรือสั่งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชี้แจงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติการในทางที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ หรือระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจยับยั้ง การปฏิบัติการดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวได้ แล้วให้รายงานรัฐมนตรีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ออก คำสั่ง
           ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยสั่งการในเรื่องดังกล่าวภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัด คำสั่งของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

tingnoi:
ขอบคุณค่ะ

บัวหลวง:
ขอบคุณนะคะ

aiolia615:
ขอบคุณครับ

wodevil:
ขอบคุณครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป