[แจก] ข้อสอบวิเคราะห์นโยบายและแผน 3

<< < (7/19) > >>

yanakon:
? บิดาประชาธิปไตยคือใคร
? เอเปค ที่ประชุมในไทยหน่วยงานใดเป็นแม่งาน - ( กระทรวงต่างประเทศ)
? เลือกนายก อบจ.ที่แรกของไทยคือ จังหวัดบุรีรัมย์นะ
? ที่ปรึกษาพรรคไทยรักไทยคือใคร นายเสนาะ เทียนทอง
? กลุ่มจังหวัดใดที่แม่นำเจ้าพระยาไม่ไหลผ่าน - (มี 3 จังหวัด แต่จำได้คือ ต้องมี สมุทรสาคร )
? นโยบายจัดระเบียบสังคม ใครเป็นคนริเริ่ม - ( ท่านปุระชัย)
? WTO คือ องค์กรอะไร - (องค์การค้าระหว่างประทศ)
? ธรรมาภิบาล คือ อะไร - (การบริหารแบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้)
? คนเราจะประสบผลสำเร็จต้องมีอะไร - (อิทธิบาท 4)
? กรมทรัพย์สินทางปัญญา สังกัดกระทรวงใด - (กระทรวงพาณิชย์)
? การค้าต่างประเทศของไทยเริ่แรกจาก - (สนธิสัญญาเบาริ่ง)
? สมชายบอกว่า ไม่ไปร.พ. ก็ จะไป ทำงาน ถ้าสมชาย ไม่ไปทำงาน จะสรุปได้ว่าอย่างไร
? พรบ อบต.ใครเป็นคนรักษาการณ์
? พระไม่จำวัดที่ วัดพระแก้ว
? สภาอบต.มี รองสภาได้ 1 คน
? ผู้ที่อนุมัติร่างแผน อบต. คือ นายอำเภอ
? บุคคลที่รักษาการแทนนายกอบต.และต้อง ประกาศให้ประชาชนทราบ คือ ปลัดอบต.
? แผนปฏิบัติการต้องทำให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค.
? แผนพัฒนา 3 ปี ต้องเสร็จภายในเดือนมิถุนายน
? ผู้ว่า CEO คือการคัดเลือกมาแบบใด
? กรมศิลปากรสังกัดกระทรวงใดในปัจจุบัน
? สนักงานตำรวจแห่งชาติสังกัดกระทรวงใด
? กรมวิเทศสหการต้องอยู่ในกระทรวงใด
? ขนาดของ อบต. จำแนกตามอะไร - รายได้
? ใครเป็นสมาชิกสภาตำบลโดยตำแหน่ง - กำนัน ,ผู้ใหญ่บ้าน, แพทย์ประจำตำบล
? คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็น ส.อบต. - มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี
? รายได้ อบต. ที่ต่างกับที่อื่น - อากรรังนก
? เลขา ฯ ส.อบต. คือใคร - ปลัด อบต. (สมัยก่อน) เดี๋ยวนี้ เปลี่ยนไป
? สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
? มหาวิทยาลัยสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
? กรมศิลปากรสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม
? ใครเป็นเลขานุการคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- หัวหน้าสำนักงานกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
? ในปีงบประมาณ 2549 รัฐจะต้องจัดสรรเงินงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแผนกระจาย

yanakon:
อำนาจ เป็นจำนวนเท่าไรของงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล - จำนวน 35 %
? องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด ที่ไม่มีแล้วในประเทศไทยในปัจจุบัน - สุขาภิบาล
? อบต.ที่มีสมาชิกสภาอบต.น้อยที่สุด มีสมาชิกสภาอบต.กี่คน - 6 คน (กรณีมี 1 หมู่บ้าน ด้วย)
? ข้อใดคืออำนาจหน้าที่ของอบต. - พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ไม่เกี่ยวกับการเมือง)
? แผนพัฒนาตำบล ที่เหมาะสมที่สุด คือแผนใด - แผนพัฒนาตำบล 3 ปี
? ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน ถ้าเป็นกรณีการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคนจะดำเนินการอย่างไร -เจ้าหน้าที่แต่ละคนจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน เฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
? ข้อใดเป็นข้อจำกัดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการ
? ข้อมูลข่าวสารที่อาจก่อความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
? ข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยจะกระทบต่อความมั่นคง
? ข้อมูลข่าวสารที่หากเปิดเผยแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนี่งบุคคลใด
ข้อใดเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล - ประวัติอาชญากร
? ทุกระยะเวลากี่ปี ให้คณะกรรมการกระจายอำนาจพิจารณทบทวน การกำหนดอำนาจหน้าที่และการจัดสรรรายได้ของท้องถิ่นตามแผนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - 5ปี
? ใครเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -ปลัด อบต.
? หลักเกณฑ์ใดใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดชั้นอบต. ?รายได้
? เลขธิการสภาคือใคร

?   ข้อสอบบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล จังหวัดสงขลา ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2546
1.รัฐบาลได้ใช้นโยบายใดในการบริหารประเทศ ที่มีผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าออกและสินค้าเข้า?
-นโยบายการค้าเสรี
2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ไม่ใช้องค์กรฯตามระเบียบว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   -กรุงเทพมหานครฯ
3.แผนใดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องจัดทำโดยกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาแสดงถึงวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในอนาคตโดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ?
-แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
4.แผนที่เป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา โดยกำหนดรายละเอียด แผนงานโครงการพัฒนาที่จัดทำขึ้น สำหรับปีงบประมาณในแต่ละปี มีความต่อเนื่องและเป็นแผนก้าวหน้า คือแผนใด-แผนพัฒนาสามปี
5.ผู้ใดเป็นประธานคณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นในระดับจังหวัด?
-นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
6.ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประสานแผนพัฒนาท้องถิ่น มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี-2 ปี

yanakon:
สงขลาโพสแล้ว ขอผ่าน

yanakon:
?   สรุปจากที่เคยสอบมา
+จำนวน สส. สว. คณะกรรมการต่างๆ
+วาระการดำรงตำแหน่ง สส. สว. กกต. ปปช. คณะกรรมการต่างๆ
+การแต่งตั้ง จำนวน องคมนตรี
+ประธานสภา ประธานรัฐสภา ประธาน วุฒิสภา
+คุณสมบัติ สส.
+คุณสมบัติ สว.
+คุณสมบัติ ของคณะกรรมการต่างๆ
+การประชุม ของทั้งสองสภา

รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ย่อ
๑ .ร.ม.ญ ฉบับที่ ๑๖
๒ .ร.ม.ญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
๓ .ร.ม.ญ.ฉบับประชาชน
๔ .สาระสำคัญ ของ ร.ม.ญ. คือ การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
๕ .โดยคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ
๖ .จุดประสงค์ของ ร.ม.ญ. พ.ศ.๒๕๔๐ เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการปฏิรูปการเมือง
๗ .ร.ม.ญ แห่งราชอาณาจักรไทย ๒๕๔๐ มีผลบังคับใช้เมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐
๘ .มีทั้งหมด ๑๒ หมวด ๓๓๖ มาตรา
๙ .อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ให้อำนาจนั้นทางรัฐสภาคณะรัฐมนตรี
(ครม.) และ ศาล
๑๐. พระมหากษัตริย์ทรงดำรงแหน่งจอมทัพไทย
๑๑ .องคมนตรีมีทั้งหมด ๑๙ คนประทานองคมนตรี ๑ คนและองคมนตรี ๑๘ คน
๑๒ .ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองราชองค์การ แต่งตั้งองคมนตรี หรือ ให้พ้นจากตำแหน่ง และ
ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองแต่งตั้งองคมนตรีอื่นๆหรือให้พ้นจากตำแหน่ง
๑๓ .ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนอง แต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
๑๔. กรณีที่ราชบัลลังว่างลง ใหัประธานรัฐสภาอัญเชิญพระราชทายาทขึ้นครองราชย์ และให้
ประธานรัฐสภาประกาศให้ทราบ
๑๕ .บุคคลย่อมมีสิทธิ์เท่าเทียวกันได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี
๑๖ .บุคคลที่มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ และไม่มีรายได้พอเพียงแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับความ
ช่วยเหลือจากรัฐ ตาม ก.ม.
๑๗. บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ เช่น รับราชการ เสียภาษี
๑๘ .รัฐสภาประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา
๑๙ .ประธานผู้แทนราษฎร เป็นประรัฐสภา
๒๐ .ประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานสภา
๒๑ .พ.ร.บ. ประกอบ ร.ม.ญ.จะตราเป็น ก.ม. โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
๒๒ .เมื่อผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วให้นายกนำขึ้นทูนเกล้า ภายใน ๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่
ได้รับร่าง พ.ร.บ. นั้นจากรัฐสภา
๒๓. ส.ส. ประกอบด้วยสมาชิก ๕๐๐ คน มาจากการเลือกตั้ง
๒๔ .แบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน
๒๕ .แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน
๒๖ .การเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เขตเดียวเบอร์เดียว ให้ถือประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง
๒๗ .บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้องกว่า ๕ % ของคะแนนเสียงทั่วประเทศ
ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อนั้นได้รับเลือกตั้ง
๒๘ .การเลือกตั้ง ส.ส. เขตละ ๑ คน โดยมีประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คน เลือก ส.ส. ได้ ๑ คนโดยให้
คำนวนราษฎรทั่วประเทศหารด้วย ๔๐๐ คน
๒๙ . จังหวัดใดมี ส.ส. ได้ ๑ คน ให้ถือจังหวัดนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง
๓๐. บุคคลมีสิทธิ์เลือกตั้ง
๑) มีสัญชาติไทย
๒). หากแปลงสัญชาติไทยต้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี
๓) อายุ ๑๘ ปี บริบูรณ์ ในวันที่ ๑ มกราคมของปีเลือกตั้ง
๔). มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
๓๑ .บุคคลมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. คือ
๑.)มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
๒.) อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี บริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
๓). มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๑ ปี
๔). ศึกษาในจังหวัดเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๒ ปี
๕) เคยรับราชการในจังหวัดเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๒ ปี
๓๒ .บุคคลต้องห้ามในการสมัครเลือกตั้ง ส.ส.
๑). ติดยาเสพติด
๒). ต้องคำพิพากษา
๓). เคยถูกไล่ออก ปลดออก
๔). เป็นบุคคลล้มละลาย
๕). เป็นบุคคลต้องห้ามในการสมัคร ส.ส.
๖).เคยถูก ส.ว. มีมติถอดถอนและยังไม่พ้นกำหนด ๕ ปี นับตั้งแต่ ส.ส ลงมติ
๓๓ .อายุของ ส.ส. สิ้นสุดลง และต้อง กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ภายใน ๔๕ วัน นับตั้งแต่อายุของ
สภาสิ้นสุดลง
๓๔ .สภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๖๐ วัน
๓๕. สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อ สภายุบ ,ตาย ลาออก ได้รับเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็น
รัฐมนตรีครบกำหนด ๓๐ วัน พรรคการเมืองมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของที่
ประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง
๓๖. ส.ว มีมติ ๓ ใน ๕ และตัดสิทธิการเมืองเป็นเวลา ๕ ปี
๓๗ .ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในบัญชีในลำดับต่อไปเลื่อนขึ้นมาแทน ส.ส. โดยให้ประธานสภา
ผู้แทนราษฎรประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่ตำแหน่งว่างลง
๓๘. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ทำการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๔๕ วันนับตั้งแต่ตำแหน่งว่างลง
๓๙ .ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนอง แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน และจำนวน ส.ส.
ในสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕
วุฒิสภา
๑ .ส.ว มีทั้งหมด ๒๐๐ คน
๒.. การเลือกตั้ง ส.ว. ให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
๓. ราษฎร ๓๐๐,๐๐๐ คน ต่อ ส.ว. ๑ คน ราษฎรทั้งประเทศหาร ๒๐๐
๔. ผู้สมัคร ส.ว. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี บริบูรณ์ การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
๕. ส.ว. มีวาระดำรงตำแหน่ง ๖ ปี
๖. เมื่อ ส.ว. สิ้นสุดลง ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายใน ๔๕ วัน นับตั้งแต่วันที่ ส.ว.สิ้นลง และเลือกตั้ง
ใหม่ในวันเดียวกันทั้งประเทศ
๗. ส.ว. มีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๕ ของ ส.ว.
๘. ตำแหน่ง ส.ว. ว่างลงให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๔๕ วัน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ ก.ก.ต.
๑. คณะ ก.ก.ต. ประกอบด้วย ประธาน ๑ คน และ. กรรมการ ๔ คน
๒. คุณสมบัติของ ก.ก.ต. - อายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี ? ไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองในระยะเวลา ๕ ปี
๓. ก.ก.ต. มีวาระดำรงตำแหน่ง ๗ ปี
๔. ก.ก.ต. พ้นจากตำแหน่งทำการสรรหา ก.ก.ต.ใหม่ภายใน ๔๕ วัน
๕. ก.ก.ต.ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตามให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน
๖. ให้ประธาน ส.ว. ลงนามรับสนองฯ แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่น
ส่วนที่ใช้แก่สภาทั้งสอง
๑. การประชุม ส.ส. หรือ ส.ว. จะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกจึงจะครบองค์ประชุม
๒. การออกเสียงลงคะแนนให้การเห็นชอบให้กระทำเป็นความลับ
๓. ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ส.ส. ให้เรียกประชุมเป็นครั้งแรก
๔. ในปีหนึ่งให้มีสมัยประชุมสามัญทั่วไป และสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ
๕. สมัยประชุมสามัญของรัฐสภาสมัยหนึ่งๆให้มีกำหนดเวลา ๑๒๐ วัน ๔ เดือน
๖. พรมหากษัตริย์เรียนประชุมรัฐสภา และ เปิด ปิด ประชุม
๗. การเรียกประชุมควรขยายเวลาให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา
๘. ร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเงิน ส.ส. จะเสนอได้ต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี
๙. ส.ส. จะเสนอร่าง พ.ร.บ. จะกระทำได้ต่อเมื่อพรรคการเมืองมีมติให้เสนอร่าง และมี ส.ส. ได้
ไม่น้อยกว่า ๒๐ คน รับรอง
๑๐. ร่าง พ.ร.บ. ประกอบ ร.ม.ญ ที่เสนอมาแล้วนั้นให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
๑๑.ร่าง พร.บ. เกี่ยวกับการเงินต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน เว้นแต่ ส.ว. มีมติให้ขยาย
ออกไปอีกไม่เกิน ๓๐ วัน
๑๒. ส.ว. ยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ได้ ๑๘๐ วัน แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงินสภาผู้แทนราษฎรอาจ
ยก ร่าง พ.ร.บ. การเงินขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที่
๑๓. งบประมาณรายจ่ายแผ่นดินให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ
๑๔. ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณให้ ส.ส. พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐๕ วัน
๑๕. ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณให้ ส.ว พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน ๒๐ วัน
๑๖. ร่าง พ.ร.บ. นั้นถึง ส.ว. เมื่อไรโดยจะทำการแก้ไข หรือ เพิ่มเติมใดๆๆมิได้
๑๗. ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๕ ทั้งหมดที่มีอยู่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่วางใจ
นายกรัฐมนตรีและมีมติไม่ไว้วางใจต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.
ทั้งหมดที่มีอยู่
๑๘. ส.ส. จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของทั้งหมดที่มีอยู่ ขอเปิดอภิปรายรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่
ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล มติไม่ไว้วางใจดั่งกล่าวต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ
จำนวน ส.ส. ที่มีอยู่ทั้งหมด
คณะรัฐมนตรี
๑. รัฐมนตรี ๑ คน และรัฐมนตรีอีก ๓๕ คน
๒. นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานสภา
๓. ส.ส. เป็นผู้ลงนามรับสนองฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
๔. ให้สภา ส.ส. พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน
๓๐ วัน
๕. ในกรณีที่พ้นกำหนด ๓๐ วันไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ ได้รับแต่งตั้งเป็น
นายกรัฐมนตรี ภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่งพ้นกำหนดดั่งกล่าว
๖. นายกรัฐมนตรี และ ร.ม.ต. ให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถัดจากวันที่ครบ
๓๐ วัน นับตั่งแต่วันที่มีพระราชโองการแต่ตั้ง
๗. คุณสมบัติของรัฐมนตรีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
๘.วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียง ๓ ใน ๕ ออกจากตำแหน่ง
๙. ตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์ทรงให้พ้นจากข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน คือ ตำแหน่ง
ระดับปลัดกระทรวง และ อธิการบดี หรือ เทียบเท่า
ศาล
๑. บรรดาทั้งศาลจะตั้งขึ้นได้ จะต้องตั้งโดยพระราชบัญญัติ
๒. ก.ม. บัญญัติ ว่า ผู้ถูกจับซึ่งยังถูกครบคุมตัวอยู่จะต้องนำตัวไป ศาลภายใน ๔๘ ชั่วโมงนับตั้งแต่
ถูกจับได้
ร.ม.ญ. ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร
๓. ศาล ร.ม.ญ. มีทั้งหมด ๑๕ คน ประกอบด้วย ประธานศาล ร.ม.ญ. ๑ คน และตุลาการศาล
ร.ม.ญ. ๑๔ คน แต่งตั้งตามคำแนะนำของ ส.ว. เป็นผู้ลงนามสนอง แต่งตั้งประธาน ศาล ร.ม.ญ
และ ตุลาการศาล ร.ม. ญ.
๔. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของตุลาการศาล ร.ม.ญ. คือ มีสัญชาติไทย, อายุไม่ต่ำกว่า ๔๕ -๗๕ ปี,
เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิการบดี หรือ ไม่ต่ำกว่าศาสตราจารย์หรือเคยเป็นรัฐมนตรี
มาก่อน
๕. ประธานศาล ร.ม.ญ. และ ตุลาการศาล ร.ม.ญ. มีวาระดำรงตำแหน่ง ๙ ปี และดำรงตำแหน่ง
เพียงวาระเดียวเท่านั้น
๖. สภา ส.ส. ส.ว. รวมกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ เห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ขัดหรือแย้งต่อ ร.ม.ญ. ให้ส่ง
ความเห็นไปยังศาล ร.ม.ญ. เพื่อวินิจฉัย
๗. องค์คณะตุลาการศาล ร.ม.ญ. ในการนั่งพิจารณาวินิจฉัยต้องไม่น้อยกว่า ๙ คน
๘. คำวินิจฉัยของศาล ร.ม.ญ. และ ตุลาการศาล ร.ม.ญ. ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ศาลปกครองมี ๑๓ คน
๑. ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองชั้นอุทธรณ์ ศาลปกครองชั้นต้น
๒. การแต่งตั้งศาลปกครองสูงสุด จะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาล
ปกครอง และ ส.ว. ให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลแต่งตั้ง
๓. คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ๙ คน และผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน และคณะรัฐมนตรีเลือก ๑ คน
การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
๑. ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของจำนวนสมาชิก ส.ส. ทั้งหมด
๒. หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน
การดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- ในกรณีที่ข้าราชการทางการเมืองถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ ดังนั้นให้ศาลรู้มาแผนกคดีอาญามีอำนาจในการพิพากษา
การแก้ไขเพิ่มเติม ร.ม.ญ.
? ญัตติของการแก้ไขต้องมาจากคณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส. ส.ว. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้ง ๒ สภา คือ สภา ส.ส. และ สภา ส.ว.
การปกครองท้องถิ่น
๑. คณะกรรมการจะต้องนำเรื่องอำนาจหน้าที่ และการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรมาพิจารณา
ทบทวนบทบาทใหม่ในทุกระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี
๒.สภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นมีวาระ ๔ ปี
๓.ราษฎรมีสิทธิเลือกตั้งในองกรค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของ
จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
๔. ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์เข้าชื่อร้องขอต่อประธานสภาส่วนท้องถิ่น
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มี ๙ คน
- ประธาน ปปช ๑ คน
- คณะกรรมการ ๘ คน
? ให้ประธาน ส.ว. ลงนามรับสนองฯ
? มีวาระดำรงตำแหน่ง ๙ ปี และเป็นได้วาระเดียว
การถอดถอนคณะ ปปช ออกจากตำแหน่ง
๑.ราษฎรไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน เข้าชื่อร้องต่อประธาน ส.ว. เพื่อให้ ส.ว. มีมติ ๓ ใน ๕ ของ
สมาชิก ส.ว. ทั้งหมดให้ถอดถอนบุคคลให้พ้นจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี รมต ส.ส. ส ว. กระทำ
โดยลงคะแนนลับ
๒. ผู้ใดโดนถอดถอนออกจากตำแหน่งทางการเมืองจะหมดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา ๕ ปี
???????????????????
พ.ร.บ. กำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจ
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติฯ
พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2542 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกาเล่มที่ 116 ตอนที่ 114ก หน้า 48 ถึง 66 มีสาระสำคัญ คือ
1. ภาพรวมของพระราชบัญญัติฯ ประกอบด้วย
บททั่วไป (มาตรา 1-5)
หมวด 1 คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 6-15)
หมวด 2 การกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดการระบบการบริการสาธารณะ (มาตรา 16-22)
หมวด 3 การจัดสรรวัดส่วนภาษีและอากร (มาตรา 23-29)
หมวด 4 แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น ( มาตรา 30-34)
บทเฉพาะกาล (มาตรา 35-37)
2. คำจำกัดความ ที่สำคัญได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) , เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), กรุงเทพมหานคร (กทม.) , เมืองพัทยา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง และคณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น
3. ผู้รักษาการ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
องค์ประกอบของคณะกรรมการมีจำนวน 36 คน ได้แก่โดยตำแหน่ง 12 คน/ผู้แทน 12 คน/ผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน
1. นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอธิการบดีกรมการปกครอง
3. ตัวแทนองค์การปกครองท้องถิ่น จำนวน 12 คน ได้แก่ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 2 คน ผู้บริหารเทศบาล 3 คน ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 5 คน ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร 1 คน ผู้บริหารเมืองพัทยา 1 คน
4. ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 คน ได้แก่ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน, ด้านการพัฒนาท้องถิ่น, ด้านเศรษฐศาสตร์, ด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น, ด้านกฎหมาย
เป้าหมายของแผนการกระจายอำนาจ
เป้าหมายทีสำคัญมี 3 ประการ ได้แก่ ให้ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจให้บริการสาธารณะที่รัฐดำเนินการอยู่ให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นภายในกำหนดเวลา 4 ปี เป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนรายได้ท้องถิ่นต่อรายได้ชองรัฐบาล โดยในปี 2544 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และ พ.ศ. 2549 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 และเป้าหมายให้จัดตั้งงบประมาณ รายได้ประจำปีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริการสาธารณะในเขตองค์กรการปกครองท้องถิ่น ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนให้เป็นไปตามความจำเป็น
บทเฉพาะกาล
ให้คณะกรรมการจัดทำแผนกระจายอำนาจและแผนปฎิบัติการภายในระยะเวลา 1 ปี พร้อมทั้งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้มีการเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิภายในเวลา 60 วัน
ภารกิจสำคัญที่ต้องการดำเนินการ
ภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการตาม พรบ.มีทั้งภารกิจเร่งด่วน และภารกิจต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้
? ภารกิจเร่งด่วน (กำหนดดำเนินการเริ่มจากพระราชบัญญัติกำหนดใช้ คือ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2542)
1. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีเลือกผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาเป็นกรรมการ จำนวน 12 คน ตามมาตรา 6(3) และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลา 60 วัน ผู้รับผิดชอบดำเนินการ คือ นายกรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ และสำนักงานคณะกรรมการฯ
2. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นกรรมการ จำนวน 12 คน คามมาตรา 6(4) และดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลา 60 วัน วัน ผู้รับผิดชอบดำเนินการ คือ นายกรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ และสำนักงานคณะกรรมการฯ
3. แต่งตั้งกรรมการจากหน่วยงานของรัฐที่กำหนดไว้ในมาตรา 6(2) จำนวน 11 คน ภายใน 60 วัน ผู้รับผิดชอบดำเนินการ คือ นายกรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ และ สำนักงานคณะกรรมการฯ
4. จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ชั่วคราวและถาวร) โดยเร็วที่สุด ผู้รับผิดชอบ นายกรัฐมนตรี และสำนักนายกรัฐมนตรี
5. กำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดที่ระบุเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมกาารโดยเร็วที่สุด ผู้รับผิดชอบ คือ คณะกรรมการฯ, สำนักงานกระจายอำนาจ และหน่วยงานที่เกี่ยวช้อง
6. จัดทำแผนการกระจายอำนาจและแผนปฎิบัติการภายใน 1 ปี รับผิดชอบโดยคณะกรรมการฯ สำนักงานกระจายอำนาจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
7. เพิ่มสัดส่วนรายได้ท้องถ่นต่อรายยได้ของรัฐบาลให้เป็นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2544 (แต่ต้องรีบเสนองบ ประมาณ ประจำปี 2544 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายนี้) ผู้รับผิดชอบดำเนินการ คือ คณะกรรมการฯ สำนักงานกระจายอำนาจ, สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง และกระทรวงที่ทำงานซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น
8. ปรับปรุงระบบภาษีที่เกี่ยวช้องกับท้องถิ่นและแก้ไขหรือตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามแผนปฎิบัติการกำหนด ผู้รับผิดขอบ คือ คณะกรรมการฯ , กระทรวงการคลัง และกระทรวงที่เกี่ยวช้อง
9. ปรับปรุงระบบงบประมาณเพื่อการถ่ายโอนงบประมาณให้แก่ท้องถิ่น โดยเร็วที่สุด ผู้ดำเนินการคือ คณะกรรมการฯ สำนักงบประมาณ และกระทรวงที่เกี่ยวช้อง
10. แก้ไขหรือตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น ให้ดำเนินการตามแผนปฎิบัติการกำหนด ผู้รับผิดชอบ คือ คณะกรรมการฯ, กระทรวงมหาดไทย, และกระทรวงที่เกี่ยวช้อง
อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
1. จัดทำแผนการกระจายอำนาจและแผนปฎิบัติการเพื่อขอความเห็นขอบจากคณะรัฐมนตรีและรายงานต่อรัฐสภา
2. กำหนดการจัดระบบการบริการสาธารณะระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและระหว่างองค์กรปกครองท้องถิ่นด้วยกันเอง
3. ปรับปรุงสัดส่วนภาษีอากรและรายได้ระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง
4. กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5. ประสานการถ่ายโอนข้าราชการ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น และพนักงานรัฐวิสาหกิจระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีการกระจายอำนาจการอนุมัติ หรือการอนุญาตตามที่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้องขออนุมัติ หรือขออนุญาตไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
7. เสนอแนะมาตราการด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การงบประมาณ และรักษาวินัยทางการเงิน การคลัง ชององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
8. เสนอแนะการตราพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวช้อง
9. เร่งรัดให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวช้อง
10. เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ในการจัดสรรเงินงบประมาณที่จัดสรรเพิ่มขึ้น ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง
11. พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
12. เสนอแนะและจัดระบบตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น
การกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะ
พ,ร,บ,นี้กำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะแบ่งตามประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ 3 กลุ่ม ดังนี้
1. องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่จัดการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นของตนโดยตรงได้แก่ เทศบาล เมืองพัทยา อบต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษไม่เต็มพื้นที่จังหวัดให้มีอำนาจและหน้าที่ของกลุ่มนี้กำหนดไว้ในมาตรา 16
2. องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่จัดการบริการสาธารณะในระดับจังหวัด นอกเหนือจากที่กลุ่มแรกจัดการเอง หรือ งานที่กลุ่มแรกจัดการเองโดยลำพังไม่ได้ ซึ่งได้แก่ อบจ. ให้มีอำนาจหน้าที่กำหนดไว้ใน มาตรา 17
3. องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่จัดการบริการสาธารณะครอบคลุมทั้งเขตจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่จังหวัด ให้มีอำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา 16 และมาตรา 17 รวมกัน
ภารกิจต่อเนื่อง
1. ถ่ายโอนภารกิจให้แก่ท้องถิ่น ภายใน 4 ปี ผู้รับผิดชอบดำเนินการ คือ คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. เพิ่มสัดส่วนรายได้ของรัฐบาลให้เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ภายในปี 2549 ผู้ดำเนินการ คือ คณะกรรมการฯ, สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง และกระทรวงที่เกี่ยวช้อง
3. ทบทวนแผนกระจายอำนาจที่ดำเนินการไปแล้ว ทุกๆ 5 ปี ผู้รับผิดชอบ คือ คณะกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

น้องตี๋เล็ก:
เเนวข้อสอบ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายเเละเเผนปฏิบัติการ แต่ว่าอันนี้เป็นของ กพ น่ะจ๊ะ
อัลบัมข้อสอบชุดที่1

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด  เเล้วระบายลงในกระดาษคำตอบ

๑.      การวางแผนให้ประโยชน์ต่อองค์การอย่างไรบ้าง

ก.  ช่วยชี้ให้ทรายถึงปัญหาที่เกินขึ้น                              ข.  ช่วยปรับทิศทางอนาคตขององค์การ

ค.  ช่วยปรับและยกระดับคุณภาพของกระบวนการตัดสินใจภายในองค์การให้ดีขึ้น

ง.  ถูกทุกข้อ

๒.  ข้อใดคือการเรียงลำดับจากภาพกว้าง ๆ ไปสู่รายละเอียด

ก.  นโยบาย แผนงาน โครงการ                                                ข.  แผนงาน นโยบาย โครงการ

ค.  แผนงาน โครงการ นโยบาย                                                ง.   นโยบาย โครงการ แผนงาน
 
๓.  โครงการต่างกันงานประจำในประเด็นที่สำคัญอย่างไร

      ก.  โครงการมีงบประมาณที่แน่นอน  แต่งานประจำไม่มีงบประมาณที่แน่นอน

      ข.  โครงการมีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน  แต่งานประจำปีเป็นกิจกรรมต่อเนื่องตลอดเวลา

      ค.  โครงการต้องมีหลายหน่วยงานร่วมรับผิดชอบ  แต่งานประจำมีหน่วยงานเดียวรับผิดชอบ

      ง.  โครงการไม่มีงบประมาณแน่นอน  แต่งานประจำมีงบประมาณที่แน่นอน

๔.  การตัดสินใจเลือกโครงการที่ดีควรจะเลือกโครงการที่มีลักษณะใดบ้าง

      ก.  เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่ใช้ระยะเวลานาน

      ข.  เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทน  แต่ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด

      ค.  เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณและทรัพยากรน้อยที่สุด

      ง.  เป็นโครงการที่มีอุปสรรคมากที่สุด

๕.  ประสิทธิภาพของโครงการ หมายถึงสิ่งใด

      ก.  โครงการได้ผลผลิตเร็วกว่าที่กำหนด                          ข.  โครงการใช้ค่าใช้จ่ายต่ำ

      ค.  โครงการได้ผลผลิตครบถ้วนภายในเวลาและทรัพยากรที่กำหนด

      ง.  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง

๖.  ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน  เรียกว่าอะไร

      ก.  KPI                    ข.  KIP                          ค. PKI                           ง.  PIK

๗. ข้อใดเขียนขั้นตอนการแก้ปัญหาของเดรมมิ่งได้ถูกต้อง

      ก.  PACD        ข.  PDCA    ค. PCDA      ง.  PDAC
๘.  SWOT  Analysis  คืออะไร

      ก.  การวิเคราะห์องค์ประกอบของแผนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุผลสำเร็จเพียงใด

      ข.  การวิเคราะห์สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อองค์การสำหรับนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผน

      ค.  การวิเคราะห์หาจุดอ่อนและจุดแข็งขององค์การ

      ง.  การวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคที่จะมีผลต่อการดำเนินงานขององค์ก
๙.     ความหมายของ Weakness  ในวิธีการ SWOT  Analysis  คืออะไร.

ก.      จุดอ่อนภายใน/ภายนอก  องค์กรที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย

ข.      จุดอ่อนภายในองค์กรที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย

ค.      จุดอ่อนภายนอกองค์ที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย

ง.       บุคลากรภายในองค์กรมีความสามารถไม่เพียงพอ
๑๐. การเขียน  พันธกิจ  มีที่มาจากสิ่งใดเป็นหลัก
ก.      รายละเอียดของงาน  ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา  และสิ่งที่ต้องทำเพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์
ข.      หน้าที่ของหน่วยงาน  ที่ได้รับมอบหมายหรือกำหดจากนโยบายและสิ่งที่ต้องทำเพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์
ค.      กิจกรรที่จะทำในปีนี้  ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา  และสิ่งที่ต้องทำเพื่อการบรรลุวิสัยทัศน์
ง.       ผิดทุกข้อ
๑๑. การกำหนดเป้าหมาย (Target)  ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นหลัก
ก.      สามารถวัดได้      ข.  ต้องใช้ได้ทั่วองค์กร      ค.  อยู่ในระดับเดียวกับองค์กรอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ง.       แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
๑๒.  วิสัยทัศน์ที่ดี  ควรมีลักษณะสำคัญอย่างไร
  ก. จำง่าย  กระชับ  ได้ใจความ     ข.  ชัดเจน  เข้าใจง่าย   ค.  เป็นไปได้  วัดได้  ท้าทาย  และแสดงความมุ่งมั่น
 ง.    ผู้บริหารเป็นคนคิด
๑๓.  อะไรคือตัวจักรที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงวิทัศน์ของแผน
      ก.  พันธกิจขององค์กร               ข.  เป้าหมายเชิงกลยุทธ์            ค.  วัตถุประสงค์ของแผน
     ง.    สถานการณ์ภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติขององค์กร
๑๔.  ทรัพยากรใดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในการดำเนินงานโครงการ
      ก.   เงิน                   ข.  คน               ค.  การจัดการ                 ง.  วัสดุอุปกรณ์
๑๕.  ระบบการติดตามผลหรือการกำกับวานหมายถึงอะไร
      ก.  ระบบการเก็บรวบรวมข้อมุ,และระบบการรายงาน                   ข.  การตรวจสอบการบริหารภายใน
      ค.   ระบบการรายงานและการนิเทศ                                          ง.   ระบบการตรวจสอบและควบคุม
๑๖.   ลักษณะของวัตถุประสงค์ที่ประกอบดัวยองค์ประกอบที่เรียกว่า SMART  ได้แก่  อะไรบ้าง
      ก.  เป็นไปได้  วัดได้  ระบุสิ่งที่ต้องการ  มีเหตุผล  มีขอบเขตเวลาดำเนินการ
      ข.  เป็นไปได้  วัดได้  มีเหตุผล  มีขอบเขตเวลาดำเนินการ  ระบุสิ่งที่ต้องการ
      ค.  เป็นไปได้  มีเหตุผล  วัดได้  ระบุสิ่งที่ต้องการ  มีขอบเขตเวลาดำเนินการ
      ง.  ถูกทุกข้อ
๑๗.  สิ่งใดต่อไปนี้  จัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลให้การวางแผนมีคุณภาพ
      ก.การวิจัย    ข. การมีข้อมูลที่เชื่อถือได   ค.  การพัฒนาทางเลือก     ง.  การพิจารณาข้อจำกัดต่าง ๆ ในองค์การ
๑๘.  ข้อใดเป็นงานอันดับแรกที่นักวางแผนต้องดำเนินการ   เเอ๊คกรุ๊ป
      ก.  การรวบรวมข้อมูลที่เชื่อถือได       ข.  การกำหนดวัตถุประสงค์        ค.  การพัฒนาทางเลือก
      ง.  การพิจารณาข้อจำกัดต่าง ๆ  ในองค์การ
๑๙.  สิ่งใดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้การวางแผนเกิดการผิดพลาด
      ก.  ผู้บริหารขาดการริเริ่ม                  ข.  การขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้      ค.  การควบคุมของรัฐบาล 
      ง.  การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ
๒๐.  ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดในการวางแผนขององค์การคืออะไร
    ก.  พฤติกรรมของมนุษย์         ข.  งบประมาณ         ค.  วิทยาการก้าวหน้า      ง.  ระยะเวลา
 
เฉลยอัลบัมข้อสอบชุดที่1
๑. ง.  ถูกทุกข้อ
๒. ก.  นโยบาย  แผนงาน  โครงการ
๓. ข.  โครงการมีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน แต่งานประจำปีเป็นกิจกรรมต่อเนื่องตลอดเวลา
๔. ข.  เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทน  แต่ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด
๕. ค.  โครงการได้ผลผลิตครบถ้วนในเวลาและทรัพยากรที่กำหนด
๖. ก.   KPI
๗. ก.  PACD
๘. ข.  การวิเคราะห์สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อองค์กรสำหรบนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผน
๙. ข.   จุดอ่อนภายในองค์กรที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย
๑๐.ข.   หน้าที่ของหน่วยงาน  ที่ได้รับมอบหมายหรือกำหนดนโยบายและสิ่งที่ต้องทำเพื่อการบรรลุ                     วิสัยทัศน์
๑๑. ก.  สามารถวัดได้
๑๒. ค.   เป็นไปได้  วัดได้  ท้าทาย  และแสดงความมุ่งมั่น
๑๓. ง.    สถานการณ์ภายในและภายนอกที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติขององค์กร
๑๔. ข.   คน
๑๕. ก.   ระบบการเก็บรวบรวมข้อมูลและระบบการรายงาน
๑๖. ก.   เป็นไปได้  วัดได้  ระบุสิ่งที่ต้องการ  มีเหตุผล  มีขอบเขตเวลาดำเนินการ
๑๗. ข.   การมีข้อมูลที่เชื่อถือได้
๑๘. ง.    การพิจารณาข้อจำกัดต่าง ๆ ในองค์การ
๑๙. ข.   การขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้
๒๐. ก.   พฤติกรรมของมนุษย์

1.   เมื่อใดจึงจะมีการประเมินโครงการแบบวิเคราะห์เปรียบเทียบ (Program Analysis)  โครงการ
        (1)  เมื่อร่างโครงสร้างเสร็จแล้ว                                   (2)  เป็นโครงการที่สอง
        (3)  ถึงเวลาที่จะปฏิบัติตามโครงการ                                       (4)  มีโครงการให้เลือกปฏิบัติหลายโครงการ
        (5)  เป็นโครงการใหม่ ๆ และมีเพียง 1 โครงการ
        ตอบ  4
2.     การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเน้นหลักในด้านใดบ้าง        (1)  เศรษฐกิจ การจัดการ เทคโนโลยี
        (2)  สังคม เศรษฐกิจ การเมือง                                   (3)  เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การเมือง
        (4)  ผลตอบแทน สิ่งแวดล้อม การเมือง                   (5)  การเงิน การคลัง เทคโนโลยี
        ตอบ  1
3.     การ Feasibility ของโครงการมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสิ่งใด
        (1)  เพื่อดูความพร้อมของโครงการ                                         (2)  เพื่อประเมินผลที่เกิดจากโครงการ
        (3)  เพื่อตระเตรียมการแก้ปัญหาแต่เนิ่น                                (4)  เพื่อตรวจวอบความถูกต้องของโครงการ
        (5)  เพื่อประเมินโอกาสในการบรรลุผลสำเร็จของโครงการ
        ตอบ  5
4.     ภารกิจที่สำคัญที่สุดในการประเมินโครงการได้แก่อะไร
        (1)  การวิเคราะห์ความอยู่รอดของโครงการ                          (2)  การคาดคะเนสิ่งแวดล้อมปัจจุบันของโครงการ
        (3)  การคาดคะเนสิ่งแวดล้อมปัจจุบันของโครงการ             (4)  การทำความเข้าใจกับตัวโครงการให้ถ่องแท้
        (5)  การวิเคราะห์ตามความเชื่อมั่นว่าโครงการเหมาะสมที่สุดหรือยัง
        ตอบ  4
5.     การจัดการโครงการ (Program Management) มีเป้าหมายสำคัญอย่างไร
        (1)  เพื่อพัฒนาประเทศ                                                              (2)  เพื่อให้ได้ผลตามที่วางไว้
        (3)  เพื่อให้ครบกระบวนการของโครงการ                            (4)  เพื่อจัดโครงการให้เหมาะสมกับโครงการที่วางไว้
        (5)  เพื่อรวบรวมปัญหาและอุปสรรคไว้เป็นแนวทางในภายหน้า
        ตอบ  2
6.     หลักการบริหารที่ต้องใช้มากที่สุดในการจัดโครงการ         (1)  การวางแผน (Planing)
        (2)  การจัดองค์การ (Organization)        (3)  การจัดทีมงาน  เเอ๊คกรุ๊ป
               (4)  การรายงาน (Reporting)            (5)  การควบคุม (Controlling)
        ตอบ  5
8.     ข้อใดไม่ใช่ความจริงอันเกี่ยวกับการจัดการโครงการ
        (1)  ใช้หลักการทำงานร่วมกันเป็นสำคัญ                                             
        (2)  ผู้ร่วมงานทั้งหลายต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาที่เคร่งครัด
        (3)  การลงโทษเป็นหลักที่ไม่เป็นผลดีกับโครงการมากนัก
        (4)  ต้องใช้หลักองค์การอย่างไม่เป็นทางการพอๆ กับองค์การอย่างเป็นทางการ
       (5)  พึงหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในทุกระดับขององค์การรวมตลอดถึงภายนอกองค์การด้วย
9.     เครื่องมือที่ควรใช้ในการควบคุมโครงการมีหลายอย่าง เครื่องมือในการบริหารใดต่อไปนี้เหมาะสมกับการจัดโครงการ                      (1)  การประชุม                                    (2)  การรายงาน

        (3)  การรวมอำนาจการบังคับบัญชา                        (4)  การอำนวยการ                              (5)  การตรวจสอบผลงาน
        ตอบ  3fficeffice" />
10.  ในการบริหารบุคคลโครงการนั้นต้องใช้หลักบริหารแบบใดมาก
        (1)  การตรวจสอบ                                       (2)  การประสานงาน                                         (3  การประชาสัมพันธ์
        (4)  การประเมินงาน                                  (5)  การจูงใจผู้ร่วมงาน
        ตอบ  5(2)  ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล                                            (3)  ด้านคน เงิน วัสดุ อุปกรณ์
        (4)  ด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ประสิทธิผล                                                       (5)  ข้อ 2 และ 3 ถูก
        ตอบ  1
11.  การควบคุมค่าใช้จ่ายโครงการนั้นมีความหมายครอบคลุมเพียงใด   

        (1)  จ่ายตามตรงที่วางโครงการ                                 (2)  จ่ายอย่างน้อยเท่าที่วางโครงการไว้                           (3)  จ่ายให้น้อยกว่าที่โครงการวางไว้               

      (4)  จ่ายตามความจำเป็นไม่เน้นว่ามากหรือน้อยกว่าที่วางโครงการไว้

        (5)  ถูกทุกข้อ

        ตอบ  1

12.  ขั้นตอนการจัดโครงการจะสิ้นสุดที่กระบวนการใด

        (1)  การมอบหมายอำนาจหน้าที่                                               (2)  การปิดโครงการ

        (3)  การประชาสัมพันธ์                                                             (4)  การส่งคืนบุคลากรในโครงการคืนสังกัดเดิม

        (5)  ขั้นตอนการสิ้นสุดโครงการไม่แน่นอนแล้วแต่ละโครงการ

        ตอบ  2
 ตั้งแต่ข้อ 13.-16. จงเลือกคำตอบที่สัมพันธ์กันมากที่สุด

(1)  นโยบาย                         (2)  แผนงาน                        (3)  โครงการ                        (4)  โครงงาน                       (5)  งาน

  13.  มีรายละเอียดวิธีดำเนินการมากที่สุด

        ตอบ  5fficeffice" />

14.  เมื่อใช้เกณฑ์เวลาจะแบ่งเป็นระยะสั้น ? ปานกลาง ? ยาว

        ตอบ  2

15.  ในการพัฒนาประเทศส่วนมากนิยมระยะปานกลาง

        ตอบ  2

16.  ต้องระบุถึงที่ตั้งและระยะเวลาอย่างเจาะจงแน่นอน

        ตอบ  3

 
เอาแค่นี้ไปก่อนเด้อ วันหลังจะเอาลงใหม่  m;4

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว