ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

429100 กระทู้ ใน 34448 หัวข้อ- โดย 181303 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: toryuiyaimai

28 กรกฎาคม 2014, 10:59:44 AM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบห้องแจกข้อสอบ ขอข้อสอบข้อสอบนายร้อยตำรวจ วิชากฎหมายลักษณะพยาน
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อสอบนายร้อยตำรวจ วิชากฎหมายลักษณะพยาน  (อ่าน 2474 ครั้ง)
tankun
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 312


อีเมล์
« เมื่อ: 14 มกราคม 2012, 08:16:15 PM »





ข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน

1. ในคดีแพ่ง ผู้ใดมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริง
ก. คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริง
ข. โจทก์
ค. จำเลย
ง. คู่ความ

2. ในคดีแพ่งคู่ความไม่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงใด
ก. ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไป
ข. ข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้
ค. ข้อเท็จจริงซึ่งศาลเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้รับแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ

3. คู่ความฝ่ายใดมีความจำนงที่จะอ้างอิงเอกสารฉบับใด หรือคำเบิกความของพยานคนใด หรือมีความจำนงที่จะให้ศาลตรวจบุคคลวัตถุ สถานที่ หรืออ้างอิงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ศาลตั้ง เพื่อเป็นพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นต่อศาล
ก. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าห้าวัน
ข. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ค. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบวัน
ง. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

4. ถ้าคู่ความฝ่ายใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมให้ยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมต่อศาลพร้อมกับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมและสำเนาบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมดังกล่าวได้
ก. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบวัน
ข. ภายในสิบวันนับแต่วันสืบพยาน
ค. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ง. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันสืบพยาน

5. การอ้างเอกสารเป็นพยานนั้นให้ยอมรับฟังได้แต่
ก. ต้นฉบับเอกสารเท่านั้น
ข. สำเนาที่รับรองแล้วถูกต้อง
ค. สำเนาที่รับรองจากส่วนราชการ
ง. ถูกทุกข้อ

6. กรณีใด กฎหมายกำหนดให้ศาลยอมรับฟังสำเนาเอกสาร เป็นพยานหลักฐานแห่งเอกสารนั้นได้
ก. เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว
ข. ถ้าต้นฉบับเอกสารหาไม่ได้ เพราะสูญหาย
ค. ถ้าต้นฉบับเอกสารถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัยหรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่น
ง. ถูกทุกข้อ

7. กรณีใด ศาลจะอนุญาตให้นำพยานบุคคลมาสืบแทนพยานเอกสารก็ได้
ก. ถ้าต้นฉบับเอกสารหาไม่ได้ เพราะสูญหาย
ข. ถ้าต้นฉบับเอกสารถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย
ค. ถ้าไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่น
ง. ถูกทุกข้อ

8. กรณีต้นฉบับเอกสารที่อยู่ในความอารักขาหรือในความควบคุมของทางราชการนั้น จะนำมาแสดงได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของรัฐมนตรี หัวหน้ากรม กอง หัวหน้าแผนกหรือผู้รักษาการแทนในตำแหน่งนั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี จะใช้พยานบุคคลแทนได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ แต่อาจใช้สำเนาเอกสารซึ่งรัฐมนตรี หัวหน้ากรม กอง หัวหน้าแผนกหรือผู้รักษาการแทนในตำแหน่งนั้น ๆ ได้รับรองถูกต้องแล้ว
ข. ใช้ได้เฉพาะต้นฉบับเท่านั้น
ค. ได้ แต่ต้องเป็นบุคคลที่ดูแลรักษาเอกสารนั้น
ง. ได้ แต่บุคคลที่ดูแลเอกสารนั้นต้องมาเบิกความยืนยัน

9. เจ้าพนักงานตำรวจจับนายเล็กได้พร้อมเฮโรอีนของกลางจำนวนหนึ่ง นายเล็กให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่า ซื้อเฮโรอีนของกลางมาจากนายใหญ่ เจ้าพนักงานตำรวจจึงขอหมายจับตัวนายใหญ่มาดำเนินคดีด้วย นายใหญ่ให้การปฏิเสธ ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายเล็กและนายใหญ่เป็นจำเลยในคดีเดียวกันโดยฟ้องนายเล็กฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและฟ้องนายใหญ่ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบบันทึกคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของนายเล็กเป็นพยานหลักฐานต่อศาล ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะรับฟังบันทึกคำให้การของนายเล็กเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยทั้งสองได้หรือไม่ ( เนติ 56 )
ก. ได้ เพราะคำให้การของนายเล็กฯ ไม่ได้เกิดจากบังคับ จูงใจ และก็ไม่มีกฎหมายห้ามรับฟัง
ข. ได้ เพราะเป็นประจักษ์พยาน
ค. ไม่ได้ เพราะเป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหา
ง. แล้วแต่ศาลเห็นสมควร เพื่อการยุติธรรม

10. พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ในชั้นพิจารณาโจทก์อ้างว่าไม่อาจนำเด็กหญิงแดงอายุ 14 ปี ผู้เสียหายมาเป็นพยานศาลได้เนื่องจากเด็กหญิงแดงย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ต่างประเทศไม่อาจติดต่อได้ จึงขออ้างส่งวิดีทัศน์การสอบปากคำเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนในสถานที่ที่จัดเฉพาะสำหรับเด็กซึ่งมีนักจิตวิทยา มารดาของเด็กหญิงแดงซึ่งเด็กหญิงแดงร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำนั้นด้วยเป็นพยานหลักฐานแทน นอกจากนั้นโจทก์ยังได้นำสืบเด็กหญิงเขียว อายุ 13 ปี โดยศาลให้คู่ความถามพยานปากนี้ผ่านนางใจเย็นนักสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ศาลไม่ได้ให้เด็กหญิงเขียวและนางใจเย็นปฏิญาณหรือสาบานตนก่อนเช่นนี้ หากจำเลยคัดค้านการนำสืบพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวว่าต้องห้ามมิให้รับฟังตามกฎหมาย ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะรับฟังวิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวได้หรือไม่ เพียงใด ( เนติ 56 )
ก. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังได้
ข. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังไม่ได้
ค. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังไม่ได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังได้
ง. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังไม่ได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังไม่ได้เฉลยข้อสอบ พยาน ทั้ง 10 ข้อ ข้อ 1. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 ข้อ 2. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84 ข้อ 3. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 88 วรรค 1 ข้อ 4. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 88 วรรค 2 ข้อ 5 ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 ป.วิ.อาญา มาตรา 238 (ข้อนี้ไม่ได้บอกว่าเป็นคดีแพ่งหรืออาญา) ข้อ 6. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (1) ข้อ 7. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (2) ข้อ 8. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (3) ข้อ 9. ป.วิ.อาญา มาตรา 226/3 (ในคำตอบไม่มีข้อถูก จริง ๆ แล้ว บันทึกคำให้การเป็นพยานบอกเล่าหลักรับฟังไม่ได้) ข้อ 10 ป.วิ.อาญา มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย (ความจริง คดีพรากผู้เยาว์เด็กไม่ใช่ผู้เสียหายแต่เป็นพยานครับ เพราะผู้เสียหายคดีพรากผู้เยาว์ คือ บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแลครับ) ถ้ามาโอกาสเข้ามาอีกจะเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอีกนะครับ
http://www.คลังข้อสอบ.net/ขอแชร์นะครับ


บันทึกการเข้า
tankun
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 312


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 มกราคม 2012, 08:20:29 PM »





กฏหมายลักษณะพยาน
http://www.คลังข้อสอบ.net/ขอแชร์
1.ในคดีอาญาเรื่องหนึ่ง เจ้าพนักงานตำรวจได้รับรายงานว่า นายวันมีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติด จึงขอหมายค้นจากศาล เจ้าพนักงานตำรวจนำหมายค้นไปค้นบ้านนายวัน ปรากฏว่าพบยาบ้าจำนวน 100 เม็ด อยู่ในตู้กับข้าวภายในบ้านของนายวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมต้วนายวันข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายแจ้งสิทธิตาม ม.83,84 นายวันรับว่ายบ้าเป็นของตน และรับว่าเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดจริง เจ้าหน้ที่ตำรวจจึงได้บันทึกคำให้การของนายวันไว้ในบันทึกการจับกุมและยึดยาบ้าไว้เป็นของกลาง ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายวันต่อศาลในความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายในชั้นพิจารณาพนักงานอัยการอ้างส่งบันทึกคำให้การชั้นจับกุมและยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานต่อศาลดังนี้ศาลจะรับฟังพยานหลักฐานเพื่อพิส฿จน์ความผิดของนายวันได้หรือไม่
ก.ศาลรับฟังบันทึกตำให้การชั้นจับกุมและยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานได้
ข.ศาลรับฟังบันทึกตำให้การชั้นจับกุมและยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานไม่ได้
ค.ศาลรับฟังยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานได้เพราะเป็นพยานวัตถุ
ง.ศาลรับฟังยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานไม่ได้และรับฟังถ้อยคำรับในชั้นจับกุมไม่ได้พราะเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่าได้กระทำผิด
2.คดีอาญาเรื่องหยึ่ง หลังจากศาลสืบพยานโจทก์จำเลยเสร์จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ศาลได้มีคำสั้งให้โจทก์ส่งบันทึกคำให้การที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนแก่ศาลเพื่อประกอบการวินืจฉัยคดี โจทก์คัดค้านว่าศาลไม่มีอำนาจสั่ง ส่วนจำเลยคัดค้านว่าศาลรับฟังบันทึกคำให้การพยานดังกล่าวไม่ได้ เพราะไม่ได้สืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ดังนี้ข่อใดถูก
ก.ข้อคัดค้านของโจทก์ฟังขึ้น เพราะศาลมีอำนาจเรียกสำนวนการสอบสวนจากโจทก์เท่านั้น
ข.ข้อคัดค้านของโจทก์ฟังไม่ขึ้น เพราะศาลมีอำนาจสั่งได้ตามกฎหมาย
ค.ข้อคัดค้านของจำเลยฟังขึ้น เพราะสืบพยานหลักฐานต้องกระทำต่อหน้าจำเลย
ง.ข้อคัดค้านของจำเลยฟังไม่ขึ้น พยานหลักฐานต้องมาจากการนำสืบขอโจทกฺเท่านั้น
3.คดีอาญาเรื่องหนึ่ง ศาลอนุญาตให้โจทก์นำสืบพยานปาก ด.ญ.เขียว อายุ 13 ปี โดยศาลให้คู่ความถามพยานปากนี้ผ่านนางแดงนักสังคมสงเคราะห์ แต่ศาลมิได้จัดให้ ด.ญ.เขียว และ นางแดง สาบานตน ก่อนเบิกความต่อศาล ดังนี้ศาลจะรับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ได้หรือไม่
ก.รับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ไม่ได้ เนื่องจาก ไม่ได้สาบานตนก่อนเบิกความ
ข. รับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ไม่ได้ เนื่องจากนางแดง ไม่ได้สาบานตนก่อนเบิกความ
ค.รับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ได้ เนื่องจากไม่มีกฏหมายห้ามไว้
ง.ไม่มัข้อใดถูก
4.ข้อใดถูก
ก.คำเบิกความของผู้ร่วมกระทำผิดที่พนักงานสอบสวนกันไว้เป็นพยาน ต้องหามมิให้รับฟังเป็ฯพยานหลักฐาน
ข.พนักงานอัยการจะขอสืบนายแดงประจักษ์พยานซึ่งป่วยเป็นเอดส์ ก่อนฟ้องศาลไม่ได้
ค.สำเนาโพยสลากกืนรวบต้องหามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน เนื่องจาเป๋นสำเนาเอกสาร
ง.พนักงานอัยการจะนำสืบพยานบุคคลที่ไม่เคยให้การในชั้นสอบสวนไม่ได้
5.ขิอใดถูกต้อง
ก.ศาลใช้ดุลพินิจฟังคำให้การชั้นสอบสวนผู้เสียหายได้ หากโจทก์มีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำตัวผู้เสียหายมาเบิกความได้
ข.พยานโจทก์เบิกความต่อศาลแล้ว หากโจทก์ประสงค์จะขอสืบพยานปากดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง โจทก์ไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีระบุพยาน
ค.ก่อนพิพากษาคดี ศาลมีอำนาจเรียกพยานโจทก์มาสืบเพิ่มเติมเองได้อีก 2 ปาก
ง.ถูกทุกข้อ
6.พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสฯต้องรักษาตัวเกินกว่า 20 วัน ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ปรากฎว่าในวันดังกล่าวผู้เสียหายเดิอนทางมาแถลงต่อศาลว่าบาดแผลรักษา 5 วันหาย โจทก์แถลงขอสืบพยานแต่ศาลเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ดังนี้คำพิพากษาของศาลถูกต้องหรือไม่
ก.ชอบด้วยกฏหมาย เพราะศาลมิได้พิพากษาเกินคำขอ เนื่องจากความผิดฐานทำร้ายร่างกายผ฿อื่นเป็เหตุให้ได้รับอัตรายแก่กาย รวมอยู่ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
ข.ชอบด้วยกฏหมาย เพราะศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานได้ หากเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป
ค.ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เพราะโจทก์มีภาระการพิสูจน์คามผิดจำเลย
ง.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะคดีต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย เนื่องจากมัอัตราโทษจำคุกอย่างตำเกิน 5 ปี
7.ข้อใดถ๔ก
ก.โจทก์อ้างส่งทะเบียนประวัติอาญากรของจำเลยเพื่อให้ศาลใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษของจำเลยไม่ได้
ข.ศาลรับฟังรายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติประกอบการใช้ดุลพินิจการกำหนดโทษของจำเลยไม่ได้
ค.คดีความผิดต่อส่วนตัว หากจำเลยอ้างส่งหนังสือสัญญายอมความระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยต่อศาล โจทก์มีหน้าที่นำพยานมาสืบหักล้าง หากไม่นำสืบพยานศาลต้องจำหน่ายคดี
ง.คดีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น หากจำเลยให้การยอมรับว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง แต่เป็นการป้องกันตัว จำเลยมีภาระในการพิสูจน์ เนื่องจากจำเลยรับว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแล้ว
8.ในกรณีใดที่พยานไม่ต้องสาบานตน
ก.เด็กอายุ 14 ปี
ข.นักบวชศาสนาคริส
ค.ได้รับอนุญาตจากศาล
ง.ไม่มีข้อถูก
เฉลย ลักษณะพยาน
ข้อ 1 ค ข้อ 2 ข ข้อ 3 ค ข้อ 4 ค ข้อ 5 ง ข้อ 6 ค ข้อ 7 ค ข้อ 8 ก
http://www.คลังข้อสอบ.net/ขอแชร์
บันทึกการเข้า
sob12
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 15 มกราคม 2012, 07:19:16 PM »





ข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547
ตัวอย่างแนวข้อสอบ
1. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข. ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ค. ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน
ง. วันที่ 14 เม.ย.2547
2. “ประธานกรรมการ” หมายความว่า
ก. ประธาน ก.ตร.
ข. ประธาน ก.ตช.
ค. ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง. ประธาน ตร.
3. “กองทุน” หมายความว่า
ก. กองทุนเพื่อการสืบสวนคดีอาญา
ข. กองทุนเพื่อการสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ง. กองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวนและป้องกันปาบปรามคดีอาญา
4. ผู้ใด เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.
5. การออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นอำนาจของ
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ง. คณะรัฐมนตรี
6. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
7. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่กี่ประการ
ก. 6 ประการ
ข. 7 ประการ
ค. 8 ประการ
ง. 9 ประการ
8. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชน มีส่วนร่วมในกิจการตำรวจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของประชาชนตามความเหมาะสม และความต้องการของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ การดำเนินการมีส่วนร่วมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่.........กำหนด
ก. ก.ต.ช.
ข. ก.ตร.
ค. กฎกระทรวง
ง. พระราชกฤษฎีกา
9. ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดหรือปฏิบัติหน้าที่ใด จะเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศให้ตราเป็น
ก. ก.ต.ช.
ข. ก.ตร.
ค. กฎกระทรวง
ง. พระราชกฤษฎีกา
10. กรณีที่ ก.ต.ช. เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ช. จะกำหนดให้ข้าราชการตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวันหยุดราชการตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดก็ได้หรือไม่
ก. ได้ แต่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ข. ได้ ไม่ต้องขออนุมัติผู้ใด
ค. ไม่ได้ เพราะขัดต่อมติของคณะรัฐมนตรีที่ทุกส่วนราชการต้องถือปฏิบัติตาม
ง. ไม่ได้ เพราะเป็นการขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
11. สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการออกเป็นกี่ส่วน
ก. 2 ส่วน
ข. 3 ส่วน
ค. 4 ส่วน
ง. 5 ส่วน
12. ตามข้อ 11 มีส่วนราชการอะไรบ้าง
ก. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ กองบัญชาการ
ข. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , กองบัญชาการ และ กองบังคับการ
ค. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , กองบัญชาการ , กองบังคับการ และ กองกำกับการ
ง. สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , กองบัญชาการ กองบังคับการ , กองกำกับการ และ สถานีตำรวจ
13. การแบ่งส่วนราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ตามข้อ 12 ให้ตราเป็น
ก. พระราชกำหนด
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
14. การแบ่งส่วนราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ ของกองบังคับการ และ กองกำกับการ ให้ทำเป็น
ก. พระราชกำหนด
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
15. ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรองจากนายกรัฐมนตรี หมายถึงผู้ใด
ก. รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
ข. รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
ค. ผบ.ตร.
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข้อ ข.
16. ผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหมายถึงผู้ใด
ก. รอง ผบ.ตร.
ข. จเรตำรวจแห่งชาติ
ค. ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ง. ถูกทุกข้อ
17. “ก.ต.ช.” เป็นคำย่อของ
ก. คณะกรรมการเชิงนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ค. คณะกรรมการนโยบายและแผนตำรวจแห่งชาติ
ง. คณะกรรมการนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
18. คณะกรรมการ ก.ต.ช. มีกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท
ข. 3 ประเภท
ค. 4 ประเภท
ง. 5 ประเภท
19. บุคคลใด ไม่ใช่ คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก. นายอารีย์ วงศ์อารยะ
ข. นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ
ค. พล.ท.ศิรพงศ์ บุญพัฒน์
ง. นายประกิจ ประจนปัจจนึก
20. บุคคลใด ไม่ใช่ คณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยตำแหน่ง
ก. นายจรัญ ภักดีธนากุล
ข. นายพงศ์โพยม วาศภูติ
ค. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ
ง. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส

จำหน่ายเอกสารติวแนวข้อสอบตำรวจ
เข้าไปดู  http://www.kosobthai.com
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ   3,000  ข้อ ทั้งสอบเลื่อนจากนายสิบเป็นนายร้อย
บุคลภายในที่จบปริญาตรีทั้งสายธุรการ และ สายปราบปราม รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ
และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก ส่งทางอีเมล์เป็นไฟเอกสาร
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   300  บาท
สนใจสั่งซื้อมาที่  sobthai.pay@hotmail.com
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ
ธนาคารกรุงเทพ                 
เลขที่บัญชี  546-7-07284-8   
สาขา เซนทรั้ลพลาซ่า  ออมทรัพย์
โอนเงินแล้วโทรแจ้งที่ คุณศักดิ์ โทร  082-7435786
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

การตั้งครรภ์ข้อสอบ ก.พ.งานราชการงานพริตตี้ซุ้มไก่ชน