ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

443799 กระทู้ ใน 37776 หัวข้อ- โดย 193691 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: seksankhonthong

05 กันยายน 2015, 09:15:33 PM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นชุมชนการสอบห้องแจกข้อสอบ ขอข้อสอบข้อสอบนายร้อยตำรวจ วิชากฎหมายลักษณะพยาน
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อสอบนายร้อยตำรวจ วิชากฎหมายลักษณะพยาน  (อ่าน 3604 ครั้ง)
tankun
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 310


อีเมล์
« เมื่อ: 14 มกราคม 2012, 08:16:15 PM »



ข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน

1. ในคดีแพ่ง ผู้ใดมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริง
ก. คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริง
ข. โจทก์
ค. จำเลย
ง. คู่ความ

2. ในคดีแพ่งคู่ความไม่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงใด
ก. ข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไป
ข. ข้อเท็จจริงซึ่งไม่อาจโต้แย้งได้
ค. ข้อเท็จจริงซึ่งศาลเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้รับแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ

3. คู่ความฝ่ายใดมีความจำนงที่จะอ้างอิงเอกสารฉบับใด หรือคำเบิกความของพยานคนใด หรือมีความจำนงที่จะให้ศาลตรวจบุคคลวัตถุ สถานที่ หรืออ้างอิงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ศาลตั้ง เพื่อเป็นพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นต่อศาล
ก. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าห้าวัน
ข. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
ค. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบวัน
ง. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

4. ถ้าคู่ความฝ่ายใดมีความจำนงจะยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมให้ยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมต่อศาลพร้อมกับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมและสำเนาบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมดังกล่าวได้
ก. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบวัน
ข. ภายในสิบวันนับแต่วันสืบพยาน
ค. ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ง. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันสืบพยาน

5. การอ้างเอกสารเป็นพยานนั้นให้ยอมรับฟังได้แต่
ก. ต้นฉบับเอกสารเท่านั้น
ข. สำเนาที่รับรองแล้วถูกต้อง
ค. สำเนาที่รับรองจากส่วนราชการ
ง. ถูกทุกข้อ

6. กรณีใด กฎหมายกำหนดให้ศาลยอมรับฟังสำเนาเอกสาร เป็นพยานหลักฐานแห่งเอกสารนั้นได้
ก. เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว
ข. ถ้าต้นฉบับเอกสารหาไม่ได้ เพราะสูญหาย
ค. ถ้าต้นฉบับเอกสารถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัยหรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่น
ง. ถูกทุกข้อ

7. กรณีใด ศาลจะอนุญาตให้นำพยานบุคคลมาสืบแทนพยานเอกสารก็ได้
ก. ถ้าต้นฉบับเอกสารหาไม่ได้ เพราะสูญหาย
ข. ถ้าต้นฉบับเอกสารถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย
ค. ถ้าไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่น
ง. ถูกทุกข้อ

8. กรณีต้นฉบับเอกสารที่อยู่ในความอารักขาหรือในความควบคุมของทางราชการนั้น จะนำมาแสดงได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของรัฐมนตรี หัวหน้ากรม กอง หัวหน้าแผนกหรือผู้รักษาการแทนในตำแหน่งนั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี จะใช้พยานบุคคลแทนได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ แต่อาจใช้สำเนาเอกสารซึ่งรัฐมนตรี หัวหน้ากรม กอง หัวหน้าแผนกหรือผู้รักษาการแทนในตำแหน่งนั้น ๆ ได้รับรองถูกต้องแล้ว
ข. ใช้ได้เฉพาะต้นฉบับเท่านั้น
ค. ได้ แต่ต้องเป็นบุคคลที่ดูแลรักษาเอกสารนั้น
ง. ได้ แต่บุคคลที่ดูแลเอกสารนั้นต้องมาเบิกความยืนยัน

9. เจ้าพนักงานตำรวจจับนายเล็กได้พร้อมเฮโรอีนของกลางจำนวนหนึ่ง นายเล็กให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่า ซื้อเฮโรอีนของกลางมาจากนายใหญ่ เจ้าพนักงานตำรวจจึงขอหมายจับตัวนายใหญ่มาดำเนินคดีด้วย นายใหญ่ให้การปฏิเสธ ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายเล็กและนายใหญ่เป็นจำเลยในคดีเดียวกันโดยฟ้องนายเล็กฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและฟ้องนายใหญ่ฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบบันทึกคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของนายเล็กเป็นพยานหลักฐานต่อศาล ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะรับฟังบันทึกคำให้การของนายเล็กเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยทั้งสองได้หรือไม่ ( เนติ 56 )
ก. ได้ เพราะคำให้การของนายเล็กฯ ไม่ได้เกิดจากบังคับ จูงใจ และก็ไม่มีกฎหมายห้ามรับฟัง
ข. ได้ เพราะเป็นประจักษ์พยาน
ค. ไม่ได้ เพราะเป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหา
ง. แล้วแต่ศาลเห็นสมควร เพื่อการยุติธรรม

10. พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ในชั้นพิจารณาโจทก์อ้างว่าไม่อาจนำเด็กหญิงแดงอายุ 14 ปี ผู้เสียหายมาเป็นพยานศาลได้เนื่องจากเด็กหญิงแดงย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ต่างประเทศไม่อาจติดต่อได้ จึงขออ้างส่งวิดีทัศน์การสอบปากคำเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนในสถานที่ที่จัดเฉพาะสำหรับเด็กซึ่งมีนักจิตวิทยา มารดาของเด็กหญิงแดงซึ่งเด็กหญิงแดงร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำนั้นด้วยเป็นพยานหลักฐานแทน นอกจากนั้นโจทก์ยังได้นำสืบเด็กหญิงเขียว อายุ 13 ปี โดยศาลให้คู่ความถามพยานปากนี้ผ่านนางใจเย็นนักสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ศาลไม่ได้ให้เด็กหญิงเขียวและนางใจเย็นปฏิญาณหรือสาบานตนก่อนเช่นนี้ หากจำเลยคัดค้านการนำสืบพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวว่าต้องห้ามมิให้รับฟังตามกฎหมาย ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะรับฟังวิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวได้หรือไม่ เพียงใด ( เนติ 56 )
ก. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังได้
ข. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังไม่ได้
ค. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังไม่ได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังได้
ง. วิดีทัศน์คำให้การของเด็กหญิงแดงในชั้นสอบสวนรับฟังไม่ได้และคำเบิกความของเด็กหญิงเขียวรับฟังไม่ได้เฉลยข้อสอบ พยาน ทั้ง 10 ข้อ ข้อ 1. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 ข้อ 2. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84 ข้อ 3. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 88 วรรค 1 ข้อ 4. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 88 วรรค 2 ข้อ 5 ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 ป.วิ.อาญา มาตรา 238 (ข้อนี้ไม่ได้บอกว่าเป็นคดีแพ่งหรืออาญา) ข้อ 6. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (1) ข้อ 7. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (2) ข้อ 8. ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93 (3) ข้อ 9. ป.วิ.อาญา มาตรา 226/3 (ในคำตอบไม่มีข้อถูก จริง ๆ แล้ว บันทึกคำให้การเป็นพยานบอกเล่าหลักรับฟังไม่ได้) ข้อ 10 ป.วิ.อาญา มาตรา 172 ตรี วรรคท้าย (ความจริง คดีพรากผู้เยาว์เด็กไม่ใช่ผู้เสียหายแต่เป็นพยานครับ เพราะผู้เสียหายคดีพรากผู้เยาว์ คือ บิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแลครับ) ถ้ามาโอกาสเข้ามาอีกจะเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอีกนะครับ
http://www.คลังข้อสอบ.net/ขอแชร์นะครับ
บันทึกการเข้า
tankun
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 310


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 มกราคม 2012, 08:20:29 PM »



กฏหมายลักษณะพยาน
http://www.คลังข้อสอบ.net/ขอแชร์
1.ในคดีอาญาเรื่องหนึ่ง เจ้าพนักงานตำรวจได้รับรายงานว่า นายวันมีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติด จึงขอหมายค้นจากศาล เจ้าพนักงานตำรวจนำหมายค้นไปค้นบ้านนายวัน ปรากฏว่าพบยาบ้าจำนวน 100 เม็ด อยู่ในตู้กับข้าวภายในบ้านของนายวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมต้วนายวันข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายแจ้งสิทธิตาม ม.83,84 นายวันรับว่ายบ้าเป็นของตน และรับว่าเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดจริง เจ้าหน้ที่ตำรวจจึงได้บันทึกคำให้การของนายวันไว้ในบันทึกการจับกุมและยึดยาบ้าไว้เป็นของกลาง ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายวันต่อศาลในความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายในชั้นพิจารณาพนักงานอัยการอ้างส่งบันทึกคำให้การชั้นจับกุมและยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานต่อศาลดังนี้ศาลจะรับฟังพยานหลักฐานเพื่อพิส฿จน์ความผิดของนายวันได้หรือไม่
ก.ศาลรับฟังบันทึกตำให้การชั้นจับกุมและยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานได้
ข.ศาลรับฟังบันทึกตำให้การชั้นจับกุมและยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานไม่ได้
ค.ศาลรับฟังยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานได้เพราะเป็นพยานวัตถุ
ง.ศาลรับฟังยาบ้าจำนวน 100 เม็ด เป็นพยานหลักฐานไม่ได้และรับฟังถ้อยคำรับในชั้นจับกุมไม่ได้พราะเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่าได้กระทำผิด
2.คดีอาญาเรื่องหยึ่ง หลังจากศาลสืบพยานโจทก์จำเลยเสร์จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ศาลได้มีคำสั้งให้โจทก์ส่งบันทึกคำให้การที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนแก่ศาลเพื่อประกอบการวินืจฉัยคดี โจทก์คัดค้านว่าศาลไม่มีอำนาจสั่ง ส่วนจำเลยคัดค้านว่าศาลรับฟังบันทึกคำให้การพยานดังกล่าวไม่ได้ เพราะไม่ได้สืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ดังนี้ข่อใดถูก
ก.ข้อคัดค้านของโจทก์ฟังขึ้น เพราะศาลมีอำนาจเรียกสำนวนการสอบสวนจากโจทก์เท่านั้น
ข.ข้อคัดค้านของโจทก์ฟังไม่ขึ้น เพราะศาลมีอำนาจสั่งได้ตามกฎหมาย
ค.ข้อคัดค้านของจำเลยฟังขึ้น เพราะสืบพยานหลักฐานต้องกระทำต่อหน้าจำเลย
ง.ข้อคัดค้านของจำเลยฟังไม่ขึ้น พยานหลักฐานต้องมาจากการนำสืบขอโจทกฺเท่านั้น
3.คดีอาญาเรื่องหนึ่ง ศาลอนุญาตให้โจทก์นำสืบพยานปาก ด.ญ.เขียว อายุ 13 ปี โดยศาลให้คู่ความถามพยานปากนี้ผ่านนางแดงนักสังคมสงเคราะห์ แต่ศาลมิได้จัดให้ ด.ญ.เขียว และ นางแดง สาบานตน ก่อนเบิกความต่อศาล ดังนี้ศาลจะรับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ได้หรือไม่
ก.รับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ไม่ได้ เนื่องจาก ไม่ได้สาบานตนก่อนเบิกความ
ข. รับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ไม่ได้ เนื่องจากนางแดง ไม่ได้สาบานตนก่อนเบิกความ
ค.รับฟังคำเบิกความของ ด.ญ.เขียว ได้ เนื่องจากไม่มีกฏหมายห้ามไว้
ง.ไม่มัข้อใดถูก
4.ข้อใดถูก
ก.คำเบิกความของผู้ร่วมกระทำผิดที่พนักงานสอบสวนกันไว้เป็นพยาน ต้องหามมิให้รับฟังเป็ฯพยานหลักฐาน
ข.พนักงานอัยการจะขอสืบนายแดงประจักษ์พยานซึ่งป่วยเป็นเอดส์ ก่อนฟ้องศาลไม่ได้
ค.สำเนาโพยสลากกืนรวบต้องหามรับฟังเป็นพยานหลักฐาน เนื่องจาเป๋นสำเนาเอกสาร
ง.พนักงานอัยการจะนำสืบพยานบุคคลที่ไม่เคยให้การในชั้นสอบสวนไม่ได้
5.ขิอใดถูกต้อง
ก.ศาลใช้ดุลพินิจฟังคำให้การชั้นสอบสวนผู้เสียหายได้ หากโจทก์มีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำตัวผู้เสียหายมาเบิกความได้
ข.พยานโจทก์เบิกความต่อศาลแล้ว หากโจทก์ประสงค์จะขอสืบพยานปากดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง โจทก์ไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีระบุพยาน
ค.ก่อนพิพากษาคดี ศาลมีอำนาจเรียกพยานโจทก์มาสืบเพิ่มเติมเองได้อีก 2 ปาก
ง.ถูกทุกข้อ
6.พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสฯต้องรักษาตัวเกินกว่า 20 วัน ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ปรากฎว่าในวันดังกล่าวผู้เสียหายเดิอนทางมาแถลงต่อศาลว่าบาดแผลรักษา 5 วันหาย โจทก์แถลงขอสืบพยานแต่ศาลเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ดังนี้คำพิพากษาของศาลถูกต้องหรือไม่
ก.ชอบด้วยกฏหมาย เพราะศาลมิได้พิพากษาเกินคำขอ เนื่องจากความผิดฐานทำร้ายร่างกายผ฿อื่นเป็เหตุให้ได้รับอัตรายแก่กาย รวมอยู่ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
ข.ชอบด้วยกฏหมาย เพราะศาลมีอำนาจสั่งงดสืบพยานได้ หากเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป
ค.ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เพราะโจทก์มีภาระการพิสูจน์คามผิดจำเลย
ง.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะคดีต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพของจำเลย เนื่องจากมัอัตราโทษจำคุกอย่างตำเกิน 5 ปี
7.ข้อใดถ๔ก
ก.โจทก์อ้างส่งทะเบียนประวัติอาญากรของจำเลยเพื่อให้ศาลใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษของจำเลยไม่ได้
ข.ศาลรับฟังรายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติประกอบการใช้ดุลพินิจการกำหนดโทษของจำเลยไม่ได้
ค.คดีความผิดต่อส่วนตัว หากจำเลยอ้างส่งหนังสือสัญญายอมความระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยต่อศาล โจทก์มีหน้าที่นำพยานมาสืบหักล้าง หากไม่นำสืบพยานศาลต้องจำหน่ายคดี
ง.คดีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น หากจำเลยให้การยอมรับว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง แต่เป็นการป้องกันตัว จำเลยมีภาระในการพิสูจน์ เนื่องจากจำเลยรับว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแล้ว
8.ในกรณีใดที่พยานไม่ต้องสาบานตน
ก.เด็กอายุ 14 ปี
ข.นักบวชศาสนาคริส
ค.ได้รับอนุญาตจากศาล
ง.ไม่มีข้อถูก
เฉลย ลักษณะพยาน
ข้อ 1 ค ข้อ 2 ข ข้อ 3 ค ข้อ 4 ค ข้อ 5 ง ข้อ 6 ค ข้อ 7 ค ข้อ 8 ก
http://www.คลังข้อสอบ.net/ขอแชร์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ข้อสอบ ก.พ.งานราชการหนังสือเตรียมสอบท้องถิ่น 58