ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

430859 กระทู้ ใน 34758 หัวข้อ- โดย 182203 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: mangkwangzaa

31 สิงหาคม 2014, 01:14:28 AM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นหน้าชุมชนสภากาแฟ (ผู้ดูแล: ส.เสือ™)สิทธิค่าเช่าบ้านบรรจุครั้งแรกเป็นพนักงานท้องถิ่นโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือน ศาลท่านวินิจฉัยอย่างไร มีสิทธิเบิกหรือไม่? ลองดูครับเป็นความรู้
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สิทธิค่าเช่าบ้านบรรจุครั้งแรกเป็นพนักงานท้องถิ่นโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือน ศาลท่านวินิจฉัยอย่างไร มีสิทธิเบิกหรือไม่? ลองดูครับเป็นความรู้  (อ่าน 3666 ครั้ง)
BeacH Boy
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578


เหงา เหงา เดียวดาย..ท่ามกลางคนคุ้นเคย


« เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2012, 11:59:54 PM »



http://kontb.blogspot.com/2012/02/blog-post_13.html

ค่าเช่าบ้าน
ค่าเช่าบ้านข้าราชการ ... สิทธิที่ “ไม่” แตกต่าง

                “ข้าราชการ” ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการส่วนกลาง ย่อมต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติตนให้เป็นไปตามระเบียบที่ทางราชการกาหนด ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ในงานราชการ หน้าที่ในการรักษาระเบียบวินัย หรือหน้าที่ในการปฏิบัติตนไปตามจริยธรรมข้าราชการ และเมื่อข้าราชการทุกคนมีหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติไปในแนวทางอย่างเดียวกันแล้ว ข้าราชการทุกคนก็ควรที่จะมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน
               คดีที่จะนามาฝากในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ โดยผู้ฟ้องคดี รับราชการครั้งแรกเป็นพนักงานสุขาภิบาล จังหวัดสุโขทัย และได้โอน (ย้าย) ไปเป็นพนักงานเทศบาลสามัญ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมากรมการขนส่งทางบกได้รับโอนผู้ฟ้องคดีมาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตาแหน่งเจ้าหน้าที่ขนส่ง 1 สานักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน และผู้ถูกฟ้องคดี (ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก) ได้อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนเมื่อปี พ.ศ. 2549 ผู้ถูกฟ้องคดีได้ระงับการเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดีเป็นการชั่วคราว เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้รับการบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรกเป็นพนักงานสุขาภิบาลซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มข้าราชการตามนิยามคาว่า “ข้าราชการ” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน
               ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคาสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีคืนเงินค่าเช่าบ้านทั้งหมด ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าตนได้ใช้สิทธิโดยสุจริตมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และได้รับอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านโดยไม่มีผู้ใดทักท้วง อีกทั้ง ได้นาเงินที่ได้ ไปผ่อนชาระราคาบ้านทั้งหมดแล้ว จึงฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคาสั่งที่ให้ระงับการเบิกค่าเช่าบ้านและคาสั่งให้คืนเงินค่าเช่าบ้าน
               การที่ผู้ฟ้องคดีเริ่มรับราชการครั้งแรกในราชการส่วนท้องถิ่นเป็นการเริ่มรับราชการครั้งแรก อันเป็นเงื่อนไขที่จะมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน หากได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องที่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หรือไม่ ?
มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 กาหนดว่า “ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้าราชการตารวจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตารวจ ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร และข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ได้กาหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในการได้รับค่าเช่าบ้านว่า ข้าราชการผู้ใดได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องถิ่นมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพแห่งบ้าน เว้นแต่ผู้นั้น (1) ทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว (2) มีเคหสถานของตนเองหรือของสามีหรือภริยาพอที่อาศัยอยู่ร่วมกันได้ในท้องที่ที่ไปประจาสานักงานใหม่ (3) ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ (4) ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานใหม่ตามคาร้องขอของตนเอง (5) เป็นข้าราชการวิสามัญ
ผู้ฟ้องคดีจะเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หรือไม่ ? ต้องคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับมาแล้วทั้งหมด หรือไม่ ?
               ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการของรัฐอย่างหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการของรัฐทุกประเภทที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในราชการส่วนกลาง ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น
การที่กฎหมายให้คาจากัดความคาว่า “ข้าราชการ” แตกต่างกันเป็นเพียงการจัดระเบียบบริหารราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นการกระจายอานาจทางปกครอง โดยให้มีอานาจหน้าที่ในการจัดทาบริการสาธารณะเพื่อตอบสนองให้ตรงกับความต้องการ และความจาเป็นของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งการบริหารราชการในราชการส่วนท้องถิ่นก็ย่อมมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุเช่นเดียวกัน ดังนั้น ข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่นย่อมเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับข้าราชการในราชการส่วนกลางหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาค
               การที่ผู้ฟ้องคดีเริ่มรับราชการครั้งแรกในท้องที่สุขาภิบาล จังหวัดสุโขทัย จึงมีสิทธิได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับข้าราชการอื่น เมื่อผู้ฟ้องคดีโอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สานักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก จึงเป็นกรณีที่ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องที่จึงมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527
             คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ระงับการใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านและให้คืนเงินค่าเช่าบ้าน จึงเป็นคาสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 260/2554)
คดีนี้เป็นบรรทัดฐานที่ดีสาหรับหน่วยงานทางปกครองผู้มีอานาจในการอนุมัติค่าเช่าบ้านข้าราชการว่า ข้าราชการที่ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ใดหรือสังกัดใด ก็ถือเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งที่ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น ถึงแม้จะเริ่มรับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่หากมีการโอนย้ายไปรับราชการในส่วนราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 ก็เป็นผู้มีสิทธิจะได้รับค่าเช่าบ้านตามที่กฎหมายกาหนด และเมื่อรัฐได้จัดสวัสดิการอย่างเต็มที่แล้วข้าราชการทุกคน ก็ควรตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนว่าจะต้องจัดทาบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของมหาชน อย่างสุดความสามารถเช่นกัน  ขยิบตา ขยิบตา


บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน
ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา "
ข้าฯในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รองปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 228



« ตอบ #1 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2012, 01:23:11 AM »



http://kontb.blogspot.com/2012/02/blog-post_13.html

ค่าเช่าบ้าน
ค่าเช่าบ้านข้าราชการ ... สิทธิที่ “ไม่” แตกต่าง

                “ข้าราชการ” ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการส่วนกลาง ย่อมต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติตนให้เป็นไปตามระเบียบที่ทางราชการกาหนด ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ในงานราชการ หน้าที่ในการรักษาระเบียบวินัย หรือหน้าที่ในการปฏิบัติตนไปตามจริยธรรมข้าราชการ และเมื่อข้าราชการทุกคนมีหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติไปในแนวทางอย่างเดียวกันแล้ว ข้าราชการทุกคนก็ควรที่จะมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน
               คดีที่จะนามาฝากในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ โดยผู้ฟ้องคดี รับราชการครั้งแรกเป็นพนักงานสุขาภิบาล จังหวัดสุโขทัย และได้โอน (ย้าย) ไปเป็นพนักงานเทศบาลสามัญ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมากรมการขนส่งทางบกได้รับโอนผู้ฟ้องคดีมาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตาแหน่งเจ้าหน้าที่ขนส่ง 1 สานักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน และผู้ถูกฟ้องคดี (ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก) ได้อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนเมื่อปี พ.ศ. 2549 ผู้ถูกฟ้องคดีได้ระงับการเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดีเป็นการชั่วคราว เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้รับการบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรกเป็นพนักงานสุขาภิบาลซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มข้าราชการตามนิยามคาว่า “ข้าราชการ” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน
               ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคาสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีคืนเงินค่าเช่าบ้านทั้งหมด ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าตนได้ใช้สิทธิโดยสุจริตมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และได้รับอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านโดยไม่มีผู้ใดทักท้วง อีกทั้ง ได้นาเงินที่ได้ ไปผ่อนชาระราคาบ้านทั้งหมดแล้ว จึงฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคาสั่งที่ให้ระงับการเบิกค่าเช่าบ้านและคาสั่งให้คืนเงินค่าเช่าบ้าน
               การที่ผู้ฟ้องคดีเริ่มรับราชการครั้งแรกในราชการส่วนท้องถิ่นเป็นการเริ่มรับราชการครั้งแรก อันเป็นเงื่อนไขที่จะมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน หากได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องที่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หรือไม่ ?
มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 กาหนดว่า “ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้าราชการตารวจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตารวจ ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร และข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ได้กาหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในการได้รับค่าเช่าบ้านว่า ข้าราชการผู้ใดได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องถิ่นมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพแห่งบ้าน เว้นแต่ผู้นั้น (1) ทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว (2) มีเคหสถานของตนเองหรือของสามีหรือภริยาพอที่อาศัยอยู่ร่วมกันได้ในท้องที่ที่ไปประจาสานักงานใหม่ (3) ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ (4) ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานใหม่ตามคาร้องขอของตนเอง (5) เป็นข้าราชการวิสามัญ
ผู้ฟ้องคดีจะเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หรือไม่ ? ต้องคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับมาแล้วทั้งหมด หรือไม่ ?
               ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการของรัฐอย่างหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการของรัฐทุกประเภทที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในราชการส่วนกลาง ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น
การที่กฎหมายให้คาจากัดความคาว่า “ข้าราชการ” แตกต่างกันเป็นเพียงการจัดระเบียบบริหารราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นการกระจายอานาจทางปกครอง โดยให้มีอานาจหน้าที่ในการจัดทาบริการสาธารณะเพื่อตอบสนองให้ตรงกับความต้องการ และความจาเป็นของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งการบริหารราชการในราชการส่วนท้องถิ่นก็ย่อมมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุเช่นเดียวกัน ดังนั้น ข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่นย่อมเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับข้าราชการในราชการส่วนกลางหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาค
               การที่ผู้ฟ้องคดีเริ่มรับราชการครั้งแรกในท้องที่สุขาภิบาล จังหวัดสุโขทัย จึงมีสิทธิได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับข้าราชการอื่น เมื่อผู้ฟ้องคดีโอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สานักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก จึงเป็นกรณีที่ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องที่จึงมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527
             คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ระงับการใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านและให้คืนเงินค่าเช่าบ้าน จึงเป็นคาสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 260/2554)
คดีนี้เป็นบรรทัดฐานที่ดีสาหรับหน่วยงานทางปกครองผู้มีอานาจในการอนุมัติค่าเช่าบ้านข้าราชการว่า ข้าราชการที่ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ใดหรือสังกัดใด ก็ถือเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งที่ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น ถึงแม้จะเริ่มรับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่หากมีการโอนย้ายไปรับราชการในส่วนราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 ก็เป็นผู้มีสิทธิจะได้รับค่าเช่าบ้านตามที่กฎหมายกาหนด และเมื่อรัฐได้จัดสวัสดิการอย่างเต็มที่แล้วข้าราชการทุกคน ก็ควรตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนว่าจะต้องจัดทาบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของมหาชน อย่างสุดความสามารถเช่นกัน  ขยิบตา ขยิบตา


ขอบคุนสำหรับความรู้นะคะ
บันทึกการเข้า

ღ  ღ  ღ  ღ 

Ƹ̵̡Ӝ̵̨̄Ʒ∞WÏñgwÏñgミBlⒶckñⒶÏl ☆€ŋdle§l❤ve★∞Ƹ̵̡Ӝ̵̨̄Ʒ™
3JZ_FM
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 600


สำนึกดี สังคมดี


« ตอบ #2 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2012, 02:41:30 AM »



http://kontb.blogspot.com/2012/02/blog-post_13.html

ค่าเช่าบ้าน
ค่าเช่าบ้านข้าราชการ ... สิทธิที่ “ไม่” แตกต่าง

                “ข้าราชการ” ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการส่วนกลาง ย่อมต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติตนให้เป็นไปตามระเบียบที่ทางราชการกาหนด ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ในงานราชการ หน้าที่ในการรักษาระเบียบวินัย หรือหน้าที่ในการปฏิบัติตนไปตามจริยธรรมข้าราชการ และเมื่อข้าราชการทุกคนมีหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติไปในแนวทางอย่างเดียวกันแล้ว ข้าราชการทุกคนก็ควรที่จะมีสิทธิได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน
               คดีที่จะนามาฝากในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ โดยผู้ฟ้องคดี รับราชการครั้งแรกเป็นพนักงานสุขาภิบาล จังหวัดสุโขทัย และได้โอน (ย้าย) ไปเป็นพนักงานเทศบาลสามัญ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมากรมการขนส่งทางบกได้รับโอนผู้ฟ้องคดีมาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตาแหน่งเจ้าหน้าที่ขนส่ง 1 สานักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน และผู้ถูกฟ้องคดี (ขนส่งจังหวัดพิษณุโลก) ได้อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนเมื่อปี พ.ศ. 2549 ผู้ถูกฟ้องคดีได้ระงับการเบิกค่าเช่าบ้านของผู้ฟ้องคดีเป็นการชั่วคราว เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้รับการบรรจุและแต่งตั้งครั้งแรกเป็นพนักงานสุขาภิบาลซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มข้าราชการตามนิยามคาว่า “ข้าราชการ” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน
               ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคาสั่งเรียกให้ผู้ฟ้องคดีคืนเงินค่าเช่าบ้านทั้งหมด ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าตนได้ใช้สิทธิโดยสุจริตมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และได้รับอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านโดยไม่มีผู้ใดทักท้วง อีกทั้ง ได้นาเงินที่ได้ ไปผ่อนชาระราคาบ้านทั้งหมดแล้ว จึงฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคาสั่งที่ให้ระงับการเบิกค่าเช่าบ้านและคาสั่งให้คืนเงินค่าเช่าบ้าน
               การที่ผู้ฟ้องคดีเริ่มรับราชการครั้งแรกในราชการส่วนท้องถิ่นเป็นการเริ่มรับราชการครั้งแรก อันเป็นเงื่อนไขที่จะมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน หากได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องที่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หรือไม่ ?
มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 กาหนดว่า “ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้าราชการตารวจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตารวจ ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร และข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ได้กาหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในการได้รับค่าเช่าบ้านว่า ข้าราชการผู้ใดได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องถิ่นมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพแห่งบ้าน เว้นแต่ผู้นั้น (1) ทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว (2) มีเคหสถานของตนเองหรือของสามีหรือภริยาพอที่อาศัยอยู่ร่วมกันได้ในท้องที่ที่ไปประจาสานักงานใหม่ (3) ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ (4) ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานใหม่ตามคาร้องขอของตนเอง (5) เป็นข้าราชการวิสามัญ
ผู้ฟ้องคดีจะเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 หรือไม่ ? ต้องคืนเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับมาแล้วทั้งหมด หรือไม่ ?
               ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการของรัฐอย่างหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการของรัฐทุกประเภทที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในราชการส่วนกลาง ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น
การที่กฎหมายให้คาจากัดความคาว่า “ข้าราชการ” แตกต่างกันเป็นเพียงการจัดระเบียบบริหารราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นการกระจายอานาจทางปกครอง โดยให้มีอานาจหน้าที่ในการจัดทาบริการสาธารณะเพื่อตอบสนองให้ตรงกับความต้องการ และความจาเป็นของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งการบริหารราชการในราชการส่วนท้องถิ่นก็ย่อมมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุเช่นเดียวกัน ดังนั้น ข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่นย่อมเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับข้าราชการในราชการส่วนกลางหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาค
               การที่ผู้ฟ้องคดีเริ่มรับราชการครั้งแรกในท้องที่สุขาภิบาล จังหวัดสุโขทัย จึงมีสิทธิได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับข้าราชการอื่น เมื่อผู้ฟ้องคดีโอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สานักงานขนส่งจังหวัดพิษณุโลก จึงเป็นกรณีที่ได้รับคาสั่งให้เดินทางไปประจาสานักงานในต่างท้องที่จึงมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527
             คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ระงับการใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านและให้คืนเงินค่าเช่าบ้าน จึงเป็นคาสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 260/2554)
คดีนี้เป็นบรรทัดฐานที่ดีสาหรับหน่วยงานทางปกครองผู้มีอานาจในการอนุมัติค่าเช่าบ้านข้าราชการว่า ข้าราชการที่ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ใดหรือสังกัดใด ก็ถือเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งที่ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น ถึงแม้จะเริ่มรับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น แต่หากมีการโอนย้ายไปรับราชการในส่วนราชการที่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 ก็เป็นผู้มีสิทธิจะได้รับค่าเช่าบ้านตามที่กฎหมายกาหนด และเมื่อรัฐได้จัดสวัสดิการอย่างเต็มที่แล้วข้าราชการทุกคน ก็ควรตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนว่าจะต้องจัดทาบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของมหาชน อย่างสุดความสามารถเช่นกัน  ขยิบตา ขยิบตา
ขอบพระคุณมากคัฟท่าน ได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะเลย ขอเมมใส่สมองนะคัฟ  ขอบคุณ ปลื้มสุด ๆ ปลื้มสุด ๆ
บันทึกการเข้า
ᇫ☆•≈▫ŚāîńŤ_Žêŷã▫≈•☆ᇫ
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1112


♫♪ °° น้ำตาที่มันล้นเอ่อ ไม่พอรั้งเธอเอาไว้ °° ♪♫


« ตอบ #3 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2012, 04:21:51 PM »



ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการของรัฐอย่างหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการของรัฐทุกประเภทที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในราชการส่วนกลาง ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น

                   ดังนั้น ข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่นย่อมเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับข้าราชการในราชการส่วนกลางหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาค

˘˙˚ ถูก  ♥ มากมาย  .. ซึ้งเกินคำบรรยายจริงๆ  ขอบคุณ ˚˙˘
บันทึกการเข้า

◄ ш• เธอลืมคำสัญญากับฉัน   คำรำพันของเธอคราวก่อน   เฝ้าแต่นอนระทมขื่นขมฝังตรมจิตใจ  •ш ►
BeacH Boy
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578


เหงา เหงา เดียวดาย..ท่ามกลางคนคุ้นเคย


« ตอบ #4 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2012, 09:59:09 PM »



ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการของรัฐอย่างหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการของรัฐทุกประเภทที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในราชการส่วนกลาง ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น

                   ดังนั้น ข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่นย่อมเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับข้าราชการในราชการส่วนกลางหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาค

˘˙˚ ถูก  ♥ มากมาย  .. ซึ้งเกินคำบรรยายจริงๆ  ขอบคุณ ˚˙˘
ช่ายแล้วครับท่าน ศาลท่านมองอย่างเป็นกลางจริงๆ
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน
ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา "
****ยัยตัวร้าย*******
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 859



« ตอบ #5 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์ 2012, 10:17:59 PM »



ขอบคุณมากจร้า
บันทึกการเข้า
อนุบาล หนึ่ง
หัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #6 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2012, 01:47:34 AM »



ผมบรรจุครั้งแรก เทศบาล กำลังจะย้ายไปเป็น ข้าราชการพลเรือน ผมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ใช่มั้ยครับ
บันทึกการเข้า
BeacH Boy
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578


เหงา เหงา เดียวดาย..ท่ามกลางคนคุ้นเคย


« ตอบ #7 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2012, 10:28:04 AM »



ผมบรรจุครั้งแรก เทศบาล กำลังจะย้ายไปเป็น ข้าราชการพลเรือน ผมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ใช่มั้ยครับ
อยู่ที่ว่าท่านย้ายไปไหนครับ ถ้าอยู่ในอำเภอเดียวกับที่บรรจุเดิม ก็หมดสิทธิครับ
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน
ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา "
narins
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56



อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2012, 01:15:25 PM »



ผมอยากทราบเหตุผล ของกฏหมายจริงๆ เกี่ยวกับค่าเช่าบ้าน ที่บรรรจุครั้งแรกไม่ได้ แต่พอย้ายไปอำเภออื่นแล้ว กับมาที่บรรจุครั้งแรกกับได้เงินค่าเช่าบ้าน ทำไมไม่เขียนให้ได้ตั้งแต่แรกซะเลย งง
บันทึกการเข้า

serungsan
รองหัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



« ตอบ #9 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2012, 02:10:06 PM »



ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการของรัฐอย่างหนึ่งที่มีเจตนารมณ์ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการของรัฐทุกประเภทที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยเนื่องจากราชการเป็นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในราชการส่วนกลาง ข้าราชการในราชการส่วนภูมิภาค หรือข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่น

                   ดังนั้น ข้าราชการในราชการส่วนท้องถิ่นย่อมเป็นข้าราชการของรัฐประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับข้าราชการในราชการส่วนกลางหรือข้าราชการในส่วนภูมิภาค

˘˙˚ ถูก  ♥ มากมาย  .. ซึ้งเกินคำบรรยายจริงๆ  ขอบคุณ ˚˙˘
ช่ายแล้วครับท่าน ศาลท่านมองอย่างเป็นกลางจริงๆ
ครับท่านพูดถูกแล้ว
แต่แนวทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากมาก ผมจะขอยกตัวอย่างของผมให้ฟังนะครับ
ผมย้ายจากท้องถิ่นมาพลเรือน ในกรมแห่งหนึ่ง ผมได้ยืนแบบขอเบิกค่าเช่าบ้านจาก
สำนักคลังในกรม สำนักคลังได้หารือกรณีนี้จาก กรมบัญชีกลาง และ กพ.ได้คำตอบ
กลับมาว่าในกรณีของศาลปกครองนี้ ในระเบียบกำหนดใว้ชัดเจนแล้วว่าข้าราชการพลเรือนกับ
พนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งตามระเบียบแล้วมันไม่ได้เขียนใว้นะครับ(กฏหมายมันเก่าแล้วนะครับส่วนท้องถิ่นเพิ่งเกิดมาเลยไม่ครอบคุมนะครับ)
จึงฟันธงไปว่าถ้าใคร ย้ายมาต้องไปฟ้องศาลปกครองเป็นเฉพาะรายเอาเท่านั้นแล้วนำคำตัดสิน
มาแสดงเพื่อเบิกค่าเช่าบ้านครับ จบข่าว
ส่วนตัวผมเองคงไม่ทำแน่ๆ ศาลท่านเขามีงานเยอะแล้วผมไม่รบกวนท่านหรอกเราควรเสียสละบ้าง
เพราะเดี๋ยวนี้ใครจะมาส่วนพลเรือนจะถูกกำหนดกฏเกณกันเลยว่าจะไม่เบิกเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลังครับ
ยาวเลย
ผมก็มีแนวทางที่จะบอกกับสมาชิกแค่นี้แหละครับ สวัสดี
บันทึกการเข้า
BeacH Boy
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578


เหงา เหงา เดียวดาย..ท่ามกลางคนคุ้นเคย


« ตอบ #10 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2012, 12:43:42 AM »



ก็จะคล้ายๆกับเรื่องค่าเช่าซื้อครับ ต่างอำเภอแต่ในเขตจังหวัด ก็ต้องฟ้องเป็นกรณีไป เพราะเขายังไม่แก้ใขระเบียบ
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน
ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา "
อนุบาล หนึ่ง
หัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #11 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2012, 02:14:59 AM »



ผมบรรจุครั้งแรก เทศบาล กำลังจะย้ายไปเป็น ข้าราชการพลเรือน ผมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ใช่มั้ยครับ
อยู่ที่ว่าท่านย้ายไปไหนครับ ถ้าอยู่ในอำเภอเดียวกับที่บรรจุเดิม ก็หมดสิทธิครับ
ย้ายข้ามกรม พร้อมย้ายข้ามจังหวัดด้วย มีสิทธิเบิกมั้ยครับ ถ้าไม่ได้ผมคงไม่เสียเวลาไปร้องศาลดีกว่าครับ เสียสละเพื่อประโยชน์โดยส่วนรวมดีกว่าครับ เพราะเงินเดือนก็จะขึ้นละ 15000 บาท
บันทึกการเข้า
BeacH Boy
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578


เหงา เหงา เดียวดาย..ท่ามกลางคนคุ้นเคย


« ตอบ #12 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2012, 11:40:11 AM »



ผมบรรจุครั้งแรก เทศบาล กำลังจะย้ายไปเป็น ข้าราชการพลเรือน ผมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ใช่มั้ยครับ
อยู่ที่ว่าท่านย้ายไปไหนครับ ถ้าอยู่ในอำเภอเดียวกับที่บรรจุเดิม ก็หมดสิทธิครับ
ย้ายข้ามกรม พร้อมย้ายข้ามจังหวัดด้วย มีสิทธิเบิกมั้ยครับ ถ้าไม่ได้ผมคงไม่เสียเวลาไปร้องศาลดีกว่าครับ เสียสละเพื่อประโยชน์โดยส่วนรวมดีกว่าครับ เพราะเงินเดือนก็จะขึ้นละ 15000 บาท
เบิกได้ครับ
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน
ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา "
อนุบาล หนึ่ง
หัวหน้าเว็บ
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #13 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2012, 05:27:20 AM »



ผมบรรจุครั้งแรก เทศบาล กำลังจะย้ายไปเป็น ข้าราชการพลเรือน ผมมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ ใช่มั้ยครับ
อยู่ที่ว่าท่านย้ายไปไหนครับ ถ้าอยู่ในอำเภอเดียวกับที่บรรจุเดิม ก็หมดสิทธิครับ
ย้ายข้ามกรม พร้อมย้ายข้ามจังหวัดด้วย มีสิทธิเบิกมั้ยครับ ถ้าไม่ได้ผมคงไม่เสียเวลาไปร้องศาลดีกว่าครับ เสียสละเพื่อประโยชน์โดยส่วนรวมดีกว่าครับ เพราะเงินเดือนก็จะขึ้นละ 15000 บาท
เบิกได้ครับ
ขอบคุณนะครับ แบบนี้แจ๋วเลย
บันทึกการเข้า
BeacH Boy
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 578


เหงา เหงา เดียวดาย..ท่ามกลางคนคุ้นเคย


« ตอบ #14 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2012, 09:43:18 PM »



ผมอยากทราบเหตุผล ของกฏหมายจริงๆ เกี่ยวกับค่าเช่าบ้าน ที่บรรรจุครั้งแรกไม่ได้ แต่พอย้ายไปอำเภออื่นแล้ว กับมาที่บรรจุครั้งแรกกับได้เงินค่าเช่าบ้าน ทำไมไม่เขียนให้ได้ตั้งแต่แรกซะเลย งง
เหตุผลที่บรรจุครั้งแรกไม่ได้คือ การบรรจุครั้งแรกของข้าราชการเปรียบเสมือนเป็นการเกิดนั่นเอง หมายความว่าที่ที่ท่านบรรจุครั้งแรก คือบ้านเกิดของท่าน จึงไม่สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้  แต่พอย้ายไปอำเภออื่นแล้วเบิกได้เพราะว่า คำว่าท้องที่ ในระเบียบนี้ คือ ท้องที่อำเภอ นั่นเอง (ต่างอำเภอ ก็ต่างท้องที่แล้ว) แล้วเหตุผลที่ท่านย้ายกลับมาแล้วได้ค่าเช่าบ้าน เพราะว่า ท่านได้ย้ายออกไปก่อนแล้วครั้งหนึ่ง นั่นเอง (ไม่ใช่เป็นการบรรจุครั้งแรก)
บันทึกการเข้า

"ศรัทธาของท่าน ความเชื่อของท่าน ก็เป็นของท่าน
ความเชื่อของเรา ศรัทธาของเรา ก็เป็นของเรา "
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ