[แจก] มีแนวข้อสอบ กทม. ตำแหน่งธุรการปฏิบัติงานมาแจก (รวบรวมมาจากเว็บ)

<< < (32/122) > >>

sandy1:
sandy-kae1@hotmail.com ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

ปุ้ย ("_"):
ใครได้แล้วส่งต่อให้บ้างนะ เรายังไม่ได้ puipuiladda@hotmail.com

dragonball:
บางคนก็ไม่ได้ เพราะมีเมลล์ที่ตีกลับมา หลายราย  ... งั้นตอนนี้ปิดรับการแจกแล้วกันคะ....เพื่อนๆๆคนไหนได้ รบกวนส่งต่อแทนแล้วกันคะ

ปังปอนด์:
par1par@hotmail.co.th ขอด้วยคนนะคะขอบคุณมากคะ

dragonball:
แนวข้อสอบเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน กทม.  2555
ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ. 2546
1.                   ระเบียบฉบับนี้บังคับใช้เมื่อใด
ก.       ทันทีที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข.       หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาหนึ่งวัน
ค.       ๑  มกราคม  พ.ศ. ๒๕๔๗
ง.       ๑  เมษายน  พ.ศ. ๒๕๔๗
ตอบ   ค.  ๑  มกราคม  พ.ศ. ๒๕๔๗
   ข้อ ๒  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่  ๑  มกราคม  ๒๕๔๗  เป็นต้นไป
2.                   วิธีปฏิบัติงานสารบรรณของกรุงเทพมหานคร  ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบในข้อใด
ก.       ระเบียบผู้ว่ากรุงเทพมหานครว่าด้วยการสารบรรณ
ข.       ระเบียบสภากรุงเทพมหานครว่าด้วยการสารบรรณ
ค.       ระเบียบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการสารบรรณ
ง.       ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสารบรรณ
ตอบ   ง.  ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสารบรรณ
      ข้อ ๕  วิธีปฏิบัติงานสารบรรณของกรุงเทพมหานคร  ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้และระเบียบ
           สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
      คำอธิบายซึ่งกำหนดไว้ท้ายระเบียบ  ให้ถือว่าเป็นส่วนประกอบที่ใช้ในงานสารบรรณ  และให้
           ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
3.                   ผู้ที่รักษาการตามระเบียบนี้คือ
ก.       ปลัดกรุงเทพมหานคร
ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ค.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง.       นายกรัฐมนตรี
ตอบ   ก.  ปลัดกรุงเทพมหานคร
      ข้อ ๖  ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้  และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัย
           ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้  รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกและจัดทำคำอธิบายกับให้มี
           หน้าที่ดำเนินการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานสารบรรณ
4.                   ผู้ที่มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้คือ
ก.       ปลัดกรุงเทพมหานคร
ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ค.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง.       นายกรัฐมนตรี
ตอบ   ก.  ปลัดกรุงเทพมหานคร
   ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
5.                   คณะกรรมการว่าด้วยงานสารบรรณกรุงเทพมหานคร  จะสามารถดำรงตำแหน่งได้เมื่อใด
ก.       เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง
ข.       เมื่อประธานสภากรุงเทพมหานครแต่งตั้ง
ค.       เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง
ง.       ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก
ตอบ   ก.  เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง
      ข้อ ๗  ให้มีคณะกรรมการว่าด้วยงานสารบรรณกรุงเทพมหานคร  ซึ่งผู้ว่าราชการ
            กรุงเทพมหานครแต่งตั้งและให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)         เสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาระเบียบนี้ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒)       เสนอความเห็นในการตีความ  การวินิจฉัยปัญหา  การแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกและคำอธิบายตามที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๖
(๓)     เสนอแนะการจัดวางระบบการเก็บรักษาหนังสือสำคัญด้วยระบบต่างๆ ต่อปลัดกรุงเทพมหานคร  เช่น  ระบบไมโครฟิล์ม  เป็นต้น
(๔)        ให้ความเห็นชอบในการเก็บรักษาหนังสือราชการที่เป็นเอกสารสำคัญไว้ในระบบตาม (๓)
(๕)        พิจารณาดำเนินการตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  หรือปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย
6.                   เลขที่หนังสือออก  จะต้องประกอบด้วยข้อใดบ้าง
ก.       ตัวพยัญชนะและวันที่ที่ออกหนังสือ
ข.       เลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเรื่องและวันที่ที่ออกหนังสือ
ค.       ตัวพยัญชนะและเลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
ง.       เลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเรื่องเท่านั้น
ตอบ   ค.  ตัวพยัญชนะและเลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
      ข้อ ๘  เลขที่หนังสืออก  ประกอบด้วยรหัสตัวพยัญชนะแล้วต่อด้วยเลขประจำของส่วนราชการ
     เจ้าของเรื่องรหัสตัวพยัญชนะที่ใช้สำหรับเลขที่หนังสือออกของทุกหน่วยงานและส่วนราชการให้ใช้รหัส กท
7.                   รหัสตัวพยัญชนะที่ใช้สำหรับเลขที่หนังสือออกของทุกหน่วยงานและส่วนราชการให้ใช้ตัวพยัญชนะใด
ก.       กท          ข.       กท.          ค.       กทม       ง.       กทม.
ตอบ   ก.  กท
   ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
8.                   เลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเรื่องประกอบด้วยตัวเลขสี่ตัว  ตัวเลขสองตัวแรกหมายถึง
ก.       วันที่ออกหนังสือ
ข.       ส่วนราชการภายใน
ค.       เลขประจำตัวผู้ออกหนังสือ
ง.       หน่วยงาน
ตอบ   ง.  หน่วยงาน
      ข้อ ๙  เลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเรื่องประกอบด้วยตัวเลขสี่ตัว  ตัวเลขสองตัวแรก
            สำหรับหน่วยงาน  โดยเริ่มจากตัวเลข ๐๑  เรียงไปตามลำดับหน่วยงานตามประกาศกรุงเทพมหานครว่า
            ด้วยการจัดระเบียบราชการของกรุงเทพมหานคร  และตัวเลขสองตัวหลังหมายถึงส่วนราชการภายใน
            หน่วยงานระดับไม่ต่ำกว่ากองหรือฝ่าย  แล้วแต่กรณี  ตามประกาศกรุงเทพมหานครว่าด้วยการแบ่งส่วน
            ราชการภายในหน่วยงาน  และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรุงเทพมหานคร
9.                   ส.กทม.  ย่อมาจาก
ก.       สภากรุงเทพมหานคร
ข.       สมาชิกกรุงเทพมหานคร
ค.       สำนักงานกรุงเทพมหานคร
ง.       ส่วนราชการกรุงเทพมหานคร
ตอบ   ก.  สภากรุงเทพมหานคร
      ข้อ ๑๐  อักษรย่อชื่อกรุงเทพมหานครคือ  กทม.
  อักษรย่อชื่อสภากรุงเทพมหานครคือ  ส.กทม.
ให้มีอักษรย่อชื่อหน่วยงาน  ส่วนราชการ  และการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร  รวมทั้งอักษรย่อชื่อ
ตำแหน่งในการบริหารงานระดับไม่ต่ำกว่ากอง
10.                ข้อใดมิใช่หนังสือราชการที่กำหนดให้ทำเป็นหนังสือภายใน
ก.       หนังสือที่ปลัดกรุงเทพมหานครมีไปถึงหน่วยงานในสังกัด
ข.       หนังสือที่ผู้ว่าราชกรุงเทพมหานครมีไปถึงประธานสภากรุงเทพมหานคร
ค.       หนังสือที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีไปถึงหน่วยงานในสังกัด
ง.       หนังสือที่กรุงเทพมหานครมีไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ตอบ   ข.  หนังสือที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีไปถึงประธานสภากรุงเทพมหานคร
      ข้อ ๑๒  หนังสือราชการที่กำหนดให้ทำเป็นหนังสือภายใน  คือ  หนังสือติดต่อภายในระหว่าง
           หน่วยงานหรือส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร  รวมทั้งหนังสือที่กรุงเทพมหานครมีไปถึง
           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  และหนังสือที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือปลัด
           กรุงเทพมหานครมีไปถึงหน่วยงานในสังกัด
11.                หน่วยสารบรรณกลางของกรุงเทพมหานครให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้กำหนดโดยจะต้องประกาศแบบใด
ก.       ประกาศราชกิจจานุเบกษา
ข.       ประกาศพระราชกฤษฎีกา
ค.       ประกาศกรุงเทพมหานคร
ง.       ประกาศข้อบัญญัติ
ตอบ   ค.  ประกาศกรุงเทพมหานคร
      ข้อ ๑๔  หน่วยสารบรรณกลางของกรุงเทพมหานครและหน่วยสารบรรณกลางของหน่วยงาน
           ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้กำหนดโดยทำเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร
12.                หนังสือของกรุงเทพมหานครที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนามที่หนังสือออก  ให้ใช้รหัสใด
ก.       มท ๐๐๐๑/....
ข.       มท ๐๐๑๐/....
ค.       มท ๐๑๐๐/....
ง.       มท ๑๐๐๐/....
ตอบ   ค.  มท ๐๑๐๐/....
      หนังสือของกรุงเทพมหานครที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ลงนามที่หนังสือออก 
           ให้ใช้รหัส มท ๐๑๐๐/....  ส่วนราชการเจ้าของหนังสือให้ใช้ว่า  กระทรวงมหาดไทย  และส่วนราชการ
           เจ้าของเรื่องให้ใช้ว่า  กรุงเทพมหานคร  แล้วต่อด้วยหนังสือในสังกัดกรุงเทพมหานคร  สำหรับเลข
           ทะเบียนหนังสือส่งให้ออกเลขที่กองกลาง  สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
13.           กรณีหนังสือภายนอกที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นเรื่องที่โดยปกติจะต้องเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  แต่ได้รับเรื่องล่าช้า  หากรอเสนอสั่งการอาจเสียหายแก่ราชการ  หัวหน้าหน่วยสารบรรณกลางสามารถส่งเรื่องดังกล่าวให้ใครพิจารณาดำเนินการได้
ก.       เจ้าหน้าที่สารบรรณ
ข.       หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ค.       ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ
ง.       ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง
ตอบ   ข.  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.    รถราชการในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๙ มีกี่ประเภท
ก.    2  ประเภท                    ค.  3  ประเภท
ข.    4  ประเภท                    ง.  5  ประเภท
ตอบ    ค.  3  ประเภท


2.    รถราชการในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้แก่รถอะไรบ้าง
ก.    รถรับจ้าง      รถรับรอง    รถส่วนกลาง
ข.    รถส่วนกลาง    รถรับรอง   รถเฉพาะตำแหน่ง
ค.    รถส่วนกลาง    รถรับรอง   รถประจำตำแหน่ง
ง.    รถรับจ้าง      รถส่วนตัว     รถประจำตำแหน่ง
ตอบ   ข. รถส่วนกลาง    รถรับรอง   รถประจำตำแหน่ง
3.    รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่จัดไว้เพื่อใช้ราชการของกรุงเทพมหานคร คือ
จ.    รถรับจ้าง                    ค. รถรับรอง
ฉ.    รถประจำตำแหน่ง                ง. รถส่วนกลาง
ตอบ  ง. รถส่วนกลาง
4.    รถยนต์ที่จัดไว้เป็นพาหนะรับรองชาวต่างประเทศซึ่งเป็นแขกของกรุงเทพมหานคร คือ
ก.    รถรับจ้าง                    ค. รถรับรอง
ข.    รถประจำตำแหน่ง                ง. รถส่วนกลาง
ตอบ  ค. รถรับรอง
5.    รถยนต์ที่ทางราชการจัดให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่ง คือ
ก.    รถรับจ้าง                    ค. รถรับรอง
ข.    รถประจำตำแหน่ง                ง. รถส่วนกลาง
ตอบ  ก. รถประจำตำแหน่ง
6.    รถประจำตำแหน่งในกรุงเทพมหานครจัดให้แก่ใคร
ก.    ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร      ข.    รองประธานสภากรุงเทพมหานคร
ค.    ปลัดกรุงเทพมหานคร         ง.    ถูกทุกข้อ
ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ
7.    ผู้มีสิทธิได้รถประจำตำแหน่งให้รับเงินค่าตอบแทนแทนการใช้รถประจำตำแหน่งเท่าใด
ก.    เป็นรายเดือน                    ค. เป็นรายวัน
ข.    เหมาจ่ายเป็นรายเดือน                ง. เป็นรายสัปดาห์
ตอบ   ข. เหมาจ่ายเป็นรายเดือน   
8.    ในกรณีจำเป็นอาจงดจ่ายเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายเป็นรายเดือนแก่ผู้มีสิทธิโดยให้ใช้รถใดแทน
ก.    รถรับรอง                    ค. รถส่วนกลาง   ข.    รถส่วนตัว                    ง. รถใดก็ได้
ตอบ  ค. รถส่วนกลาง
9.    รถใดที่ต้องมีการติดตราเครื่องหมายประจำกรุงเทพมหานคร
ก.    รถส่วนตัว                    ค. รถประจำตำแหน่ง   ข.    รถส่วนกลาง                    ง. รถรับรอง
ตอบ    ข. รถส่วนกลาง
10.    ใครมีหน้าที่จัดทำบัญชีแยกประเภทรถราชการ   
ก.    ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร            ค. หน่วยงานเจ้าของรถ
ข.    ปลัดกรุงเทพมหานคร                ง. ใครก็ได้
ตอบ  ค. หน่วยงานเจ้าของรถ
การเก็บรักษาเงิน  การนำส่งเงิน  และการตรวจเงิน พ.ศ. 2530

1. ข้อใดมิใช่หัวหน้าหน่วยงาน
ก. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร       ข. ปลัดกรุงเทพมหานคร
ค. ผู้อำนวยการสำนัก          ง. เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
ตอบ       ก.  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
                ข้อ 4  ในระเบียบนี้
                “หัวหน้าหน่วยงาน”  หมายความว่า  หัวหน้าหน่วยงานตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร  ผู้อำนวยการสำนัก  หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร  เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล  ผู้อำนวยการกอง  หัวหน้ากอง  เลขานุการสำนัก  ผู้อำนวยการเขต  หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ดำรงตำแหน่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้
2. ผู้มีอำนาจจะมอบอำนาจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ต้องดำเนินการอย่างไร
ก. ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ       ข. ทำเป็นคำสั่ง
ค. ทำเป็นคำสั่งและประกาศในราชกิจจานุเบกษา    ง. ทำเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร
ตอบ       ก.  ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ
                ข้อ 6  ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้  จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้โดยให้คำนึงถึงระดับ ตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ  หากเกิดการเสียหายขึ้นผู้มอบและผู้รับมอบจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
3. การจะมอบอำนาจให้แก่บุคคลใด  จะต้องคำนึงถึงสิ่งใดต่อไปนี้
ก. ฐานะการเงินและความตรงต่อเวลา       ข. ตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ
ค. ความซื่อสัตย์และชื่อเสียง          ง. ตำแหน่งหน้าที่และฐานะการเงิน
ตอบ       ข.  ตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบ
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
4. เมื่อมีการมอบอำนาจเป็นที่เรียบร้อยและหากเกิดความเสียหายขึ้น  ผู้ใดจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
ก. ผู้มอบอำนาจเพียงผู้เดียว
ข. ผู้รับมอบอำนาจเพียงผู้เดียว
ค. หัวหน้าของผู้มอบอำนาจ
ง. ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
ตอบ       ง.  ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น




5. ระเบียบฉบับนี้มิให้ใช้บังคับเกี่ยวกับการเงินในข้อใด
ก. งบประมาณจากสำนักนายกรัฐมนตรี
ข. งบประมาณจากรัฐบาล
ค. เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล
ง. เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐวิสาหกิจ
ตอบ       ค.  เงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล
                ข้อ 7  ระเบียบนี้มิให้ใช้บังคับเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล
6. ข้อใดมิใช่ฎีกาเบิกเงิน
ก. ฎีกาเบิกเงินรายจ่ายตามงบประมาณ
ข. ฎีกาเบิกเงินรายรับตามงบประมาณ
ค. ฎีกาเบิกเงินเดือนและค่าจ้าง
ง. ฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ
ตอบ       ข.  ฎีกาเบิกเงินรายรับตามงบประมาณ
                ข้อ 9  ฎีกาเบิกเงิน  มีดังนี้
(1) ฎีกาเบิกเงินรายจ่ายตามงบประมาณ (ยกเว้นเงินเดือนและค่าจ้าง)
(2) ฎีกาเบิกเงินเดือนและค่าจ้าง
(3) ฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ
(4) ฎีกาเบิกเงินนอกจาก  (1)  (2) และ (3)
7. หน่วย งานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่น  หรือหัวหน้าหน่วยงานในหน่วยงานเดียวกันเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้  โดยจะต้องปฏิบัติตามข้อใด
ก. ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิก
ข. ส่งสำเนาบัตรประชาชนผู้เบิก
ค. ส่งหนังสือมอบอำนาจให้แก่ผู้เบิก
ง. ส่งสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการผู้เบิก
ตอบ       ก.  ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิก
                ข้อ 11  หน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่น  หรือหัวหน้าหน่วยงานในหน่วยงานเดียวกัน  หรือหัวหน้างานในสำนักงานเขตเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้  โดยให้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิกเพื่อขอทำความตกลงกับสำนักการคลังก่อนทำ การเบิกเงิน
8. ฎีกา ขอเบิกเงินจะต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยากจำนวนเงินที่ขอเบิกทั้ง ตัวเลขและตัวอักษรจะต้องพิมพ์หรือเขียนให้ชัดเจนห้ามขูดลบ  หากผิดพลาดจะต้องแก้ไขอย่างไร
ก. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน
ข. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน  แล้วให้ฝ่ายบัญชีลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
ค. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน  แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
ง. ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน  แล้วให้หัวหน้าผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น
ตอบ       ค.  ฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน  แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้น

                ข้อ 13  ฎีกาขอเบิกเงินจะต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยากจำนวนเงินที่ขอเบิก ทั้งตัวเลขและตัวอักษรจะต้องพิมพ์หรือเขียนให้ชัดเจน  ห้ามขูดลบ  หากผิดพลาดก็ให้แก้ไขโดยวิธีฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน  แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้นด้วย
                การพิมพ์หรือเขียนจำนวนเงินในฎีกาของเบิกเงินที่เป็นตัวอักษร  ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิด คำว่า  “ตัวอักษร”  หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงินอย่าให้มีช่องว่างที่จะพิมพ์หรือจำนวนเพิ่มเติมให้ สูงขึ้นได้
9. การพิมพ์หรือเขียนจำนวนเงินในฎีกาของเบิกเงินที่เป็นตัวอักษร  มีข้อปฏิบัติตามข้อใด
ก. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดด้านซ้ายของช่องตัวอักษร
ข. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดคำว่า  “ตัวอักษร”
ค. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดด้านขวาของช่องตัวอักษร
ง. ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกในช่องตัวอักษรแบบไหนก็ได้
ตอบ       ข.  ให้พิมพ์หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิดคำว่า  “ตัวอักษร”
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น
10. การตั้งฎีกาเบิกเงินจะต้องระบุสิ่งใดลงไปด้วย
ก. ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย
ข. ระบุหน่วยงานที่เบิกเงินนั้น
ค. ระบุชื่อผู้ที่เบิกเงิน
ง. ระบุวันที่ตั้งฎีกาเบิกเงิน
ตอบ       ก.  ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย
                ข้อ 14  การตั้งฎีกาเบิกเงินให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย  โดยต้องได้รับการทวงหนี้หรือใกล้ถึงกำหนดจ่ายเงิน  จึงตั้งฎีกาเบิกเงินได้
                ห้ามมิให้หน่วยงานใดเบิกเงินไปเพื่อเตรียมจ่ายล่วงหน้าและรักษาเงินไว้เกินสิบห้าวัน
11. เงื่อนไขใดมิได้อยู่ในเงื่อนไขการเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปีงบประมาณ
ก. ให้ ทำการเบิกจ่ายได้เฉพาะหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ  หมวดค่าจ้างชั่วคราว  หมวดค่าตอบแทน  หมวดค่าใช้สอย  หมวดค่าวัสดุ  และหมวดค่าสาธารณูปโภค
ข. การนับวัน  เดือน  ปี  ในใบสำคัญค้างเบิกนั้นให้ถือวัน  เดือน  ปีที่ส่งมอบวัตถุแห่งหนี้เป็นสำคัญ
ค. การก่อหนี้ผูกพันต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุมัติในปีนั้น
ง. เป็นใบสำคัญค้างเบิกไม่เกินห้าปี
ตอบ       ง.  เป็นใบสำคัญค้างเบิกไม่เกินห้าปี
                ข้อ 17  การเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปีงบประมาณให้นำความใน ข้อ 41 มาใช้บังคับโดยอนุโลมและอยู่ภายในเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) เป็นใบสำคัญค้างเบิกไม่เกินสามปี
(2) การก่อหนี้ผูกพันต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุมัติในปีนั้น
(3) การนับวัน  เดือน  ปี  ในใบสำคัญค้างเบิกนั้นให้ถือวัน  เดือน  ปีที่ส่งมอบวัตถุแห่งหนี้เป็นสำคัญ
(4) ให้ ทำการเบิกจ่ายได้เฉพาะหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ  หมวดค่าจ้างชั่วคราว  หมวดค่าตอบแทน  หมวดค่าใช้สอย  หมวดค่าวัสดุ  และหมวดค่าสาธารณูปโภค




12. ค่า ใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใดๆ โดยปกติให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้น  แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีเดียวกันได้ ทัน  จะต้องดำเนินการอย่างไร
ก. เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดอื่นๆ ของปีเดียวกัน
ข. เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดที่มีงบประมาณพอกับรายจ่ายของปีเดียวกัน
ค. เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดนั้นๆ ของปีต่อต่อไป
ง. เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดที่มีงบประมาณพอกับรายจ่ายของปีต่อต่อไป
ตอบ       ค.  เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดนั้นๆ ของปีต่อต่อไป
                ข้อ 18  ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใดๆ โดยปกติให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้น  แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีเดียวกันได้ ทัน  ก็ให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดนั้นๆ ของปีต่อต่อไปตาม ข้อ 17  หรือให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นของปีถัดไปอีกปีหนึ่ง  ถ้าไม่ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นเพื่อใช้จ่ายตามรายการที่ ค้างเบิกให้ดำเนินการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายในหมวดใดหมวดหนึ่งไปตั้งจ่ายใน หมวดรายจ่ายอื่นตามรายการและจำนวนเงินที่ค้างเบิกนั้น  แล้วให้ทำการเบิกจ่ายจากหมวดรายจ่ายอื่นได้  แต่การใช้จ่ายนั้นจะต้องไม่เป็นการใช้จ่ายในหมวดค่าครุภัณฑ์  หรือหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง  และไม่เป็นการก่อหนี้ผูกพันเกินยอดเงินคงเลหือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับ อนุญาตในปีที่ล่วงมาแล้ว
 แนวข้อสอบ ธุรการปฏิบัติงาน กทม. 2555
1.        พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528  ตราเป็นกฎหมายเมื่อใด
ก.       20  มกราคม  2528                                               ค. 20  มิถุนายน  2528
ข.       20  มีนาคม  2528                                                 ง. 20  สิงหาคม  2528
ตอบ  ง. 20  สิงหาคม  2528
2.        การบริหารกรุงเทพมหานครประกอบด้วยกี่ส่วน
ก.       ประกอบด้วย  2 ส่วน   คือ  ประธานสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ข.       ประกอบด้วย  2 ส่วน   คือ  สภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ค.       ประกอบด้วย  3 ส่วน   คือ  ประธานสภากรุงเทพมหานคร , ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขต
ง.       ประกอบด้วย  3 ส่วน   คือ  สภากรุงเทพมหานคร , ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต
ตอบ  ประกอบด้วย  2 ส่วน   คือ  สภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
3.        ประธานสภา และรองประธานสภากรุงเทพมหานคร จะดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภากรุงเทพมหานครได้เมื่อใด
ก.       เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศรายชื่อ
ข.       เมื่อประธานสภากรุงเทพมหานครประกาศรายชื่อ
ค.       เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศรายชื่อ
ง.       ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก
ตอบ    ง. ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก
4.        ในปีหนึ่งกฎหมายได้บัญญัติให้มีสมัยประชุมสามัญของสภากรุงเทพมหานครไว้อย่างไรฃ
ก.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน  2  สมัย      
ข.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน  3  สมัย
ค.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน ไม่น้อยกว่า  2  สมัย แต่ต้องไม่เกิน  3  สมัย


ง.       สมัยประชุมสามัญมีจำนวน ไม่น้อยกว่า  3  สมัย แต่ต้องไม่เกิน  4  สมัย
ตอบ   สมัยประชุมสามัญมีจำนวน ไม่น้อยกว่า  3  สมัย แต่ต้องไม่เกิน  4  สมัย
5.        คณะกรรมการสามัญของสภากรุงเทพมหานคร มีวาระการปฏิบัติหน้าที่คราวละกี่ปี
ก.       1  ปี                                                                         ค.  3 ปี
ข.       2  ปี                                                                         ง.  4  ปี
ตอบ   ข. 2  ปี               
6.        ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประจำรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกตำแหน่งว่าอย่างไร
ก.       เลขนุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                          ค. ผู้ช่วยเลขนุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ข.       เลขนุการผู้ว่ารองราชการกรุงเทพมหานคร   ง. เลขนุการรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ตอบ   ค. ผู้ช่วยเลขนุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
7.        ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาและคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้จำนวนกี่คน
ก.       จำนวน   7  คน                                                     ค. จำนวน  9  คน
ข.       จำนวนไม่เกิน  7  คน                                          ง. จำนวนไม่เกิน  9  คน
ตอบ  ง. จำนวนไม่เกิน  9  คน
8.     ผู้บังคับบัญชาในส่วนราชการใดของกรุงเทพมหานครที่มีผู้บังคับบัญชาเป็นข้าราชการการเมือง
ก.       สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
ข.       สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ค.       สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
ง.       สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร
ตอบ   ข. สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
9.     ประธานสภาเขต และรองประธานสภาเขต ดำรงตำแหน่งตามวาระได้คราวละกี่ปี
ก.       1  ปี                                                                         ค.  3  ปี
ข.       2  ปี                                                                         ง.  4  ปี
ตอบ   ก. 1  ปี               
10.      ใครเป็นผู้นัดประชุมสมาชิกสภาเขตเพื่อให้สมาชิกสภาเขตมาประชุมเป็นครั้งแรก
ก.       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย                 ค. ประธานสภากรุงเทพมหานคร
ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                                           ง. ผู้อำนวยการเขต
ตอบ  ง. ผู้อำนวยการเขต
11.     ข้อใด กล่าวไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ก.       รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา นคร กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ข.       กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ผู้รักษาราชการแทนคือปลัดกรุงเทพมหานคร
ค.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา


ง.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ   ง. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนได้โดยไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา
12.     พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครเข้าไปในอาคารหรือบริเวณที่ตั้ง อาคารที่มีเหตุผลอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้ใน เวลาใด
ก.       เวลา  06.00 น. ถึง 18.00 น.
ข.       เวลา  06.00 น. ถึง 17.00 น.
ค.       เวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
ง.       เวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น
ตอบ  ง. เวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น
13.     ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานครแล้วจะ ถือใช้เป็นกฏหมายได้ใครเป็นผู้ลงนาม (กรณีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สภากรุงเทพมหานครภายใน  30 วัน นับแต่วันที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร)
ก.       ประธานสภากรุงเทพมหานคร                                         ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                                           ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ตอบ   ก. ประธานสภากรุงเทพมหานคร
14.ใครเป็นผู้เสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณา
ก.       ประธานสภากรุงเทพมหานคร                         ค. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
ข.       ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร                           ง. ราษฎร์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร
ตอบ   ข. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
15.     กรุงเทพมหานครมีอำนาจออกข้อบัญญัติให้เก็บภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และก๊าซปิโตรเลียมที่ขายในเขตกรุงเทพมหานครไม่เกินลิตรละกี่สตางค์
ก.       ไม่เกินลิตรละ  5  สตางค์                                    ค. ไม่เกินลิตรละ  25  สตางค์
ข.       ไม่เกินลิตรละ 10  สตางค์                                  ง. ไม่เกินลิตรละ  50  สตางค์
ตอบ 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว