ขอแจก ข้อสอบงานสารบรรณ 2526 แก้ไขเพิ่มเติม สอบตำรวจสายอำนวยการ

(1/1)

decho2526:
คำสั่ง  จงเลือกคำตอบข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
1.   ข้อใดคือหนังสือราชการ?
ก.  เอกสารของทางราชการ
ข.  เอกสารที่ทางราชการทำขึ้น
ค.  เอกสารโต้ตอบในราชการ
ง.  เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
ตอบ  ง.  เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
2.   หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อให้ได้ในกรณีใด?
ก.  คำแนะนำ
ข.  แถลงการณ์
ค.  หนังสือที่ไม่เกี่ยวกับราชการ
ง.  การส่งของเอกสาร หรือ บรรสารระหว่างส่วนราชการ
ตอบ  ง.  การส่งของเอกสาร หรือ บรรสารระหว่างส่วนราชการ
3.   ถ้าผู้รับหนังสือเป็นรัฐมนตรีคำขึ้นต้นให้ใช้คำว่าอะไร?
ก.  เรียน   ข.  เสนอ
ค.  กราบเรียน   ง.  ขอประธานกราบเรียน
ตอบ  ก.  เรียน
4.   “งานสารบรรณ” มีความหมายตรงกับข้อใด?
ก.  งานที่เกี่ยวกับระเบียบการร่างโต้ตอบหนังสือและเสนอความคิดเห็น
ข.  งานที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารงานเอกสาร
ค.  งานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการติดต่อกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกหน่วย
ง.  งานที่ทำด้วยหนังสือนับตั้งแต่คิดร่าง , เขียน , แต่งพิมพ์ , จดจำ , ทำสำเนา , ส่งรับ, บันทึก , ย่อเรื่องเสนอ ,สั่งการ , ตอบ , เก็บเข้าที่และค้นหา
ตอบ ข.  งานที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารงานเอกสาร





5.   หนังสือราชการ คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการมี 6 ชนิด  คือข้อใด?
ก.  หนังสือภายใน , หนังสือภายนอก , หนังสือที่มีไปมาระหว่างกระทรวง, ส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก และหนังสือที่ลงรับไว้เป็นหลักฐานแล้ว
ข.  หนังสือภายใน , หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อ , หนังสือสั่งการและโฆษณาหนังสือราชการที่ส่งออก และหนังสือราชการสำคัญเกี่ยวกับการเงิน
ค.  หนังสือภายนอก , หนังสือภายใน, หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อ , หนังสือสั่งการโฆษณา และหนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไส้เป็นหลักฐาน
ง.  ผิดทุกข้อ
ตอบ  ง.  ผิดทุกข้อ
6.   กรรมการดำเนินการทำลายหนังสือประกอบขึ้นด้วยบุคคลอย่างน้อยกี่คน?
ก.  2  คน   ข.  3  คน
ค.  4  คน   ง.   เท่าใดก็ได้
ตอบ  ข.  3  คน
7.   ถ้าผู้รับหนังสือเป็นรัฐมนตรีคำลงท้ายให้ใช้คำว่าอะไร?
ก.  ขอแสดงความนับถือ   ข.  ของแสดงความเคารพนับถือ
ค.  ขอแสดงความนับถืออย่างสูง   ง.  ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ตอบ  ก.  ขอแสดงความนับถือ
8.   ระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณฉบับปัจจุบันได้ใช้บังคับมาตั้งแต่เมื่อใด?
ก.  วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2506   ข.  วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2516
ค.  วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2526   ง.  วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2536
ตอบ  ค.  วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2526
9.   หนังสือเรื่องใดที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานทางราชการตลอดไป?
ก.  เรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน   ข.  เรื่องที่เกี่ยวกับระเบียบ
ค.  เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์   ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ค.  เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์
10.   “ประกาศ” จัดเป็นหนังสือชนิดใด?
ก.  หนังสือสั่งการ   ข.  หนังสือแถลงข่าว
ค.  หนังสือแถลงการณ์   ง.  หนังสือประชาสัมพันธ์
ตอบ  ง.  หนังสือประชาสัมพันธ์


11.   หนังสือที่ต้องจัดส่งและดำเนินการทางสารบรรณ โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็วนั้นจะต้องระบุตัวอักษรสีแดงให้เห็นชัดบนหนังสือและบนซองว่าอย่างไร?
ก.  ด่วน   ข.  ด่วนที่สุด
ค.  ด่วนมาก   ง.  ด่วนภายใน
ตอบ  ค.  ด่วนมาก
12.   หนังสือที่ต้องปฏิบัติด้วยความรวดเร็วเป็นพิเศษ ตรงกับข้อใด?
ก.  ด่วนมาก,ด้วนเฉพาะ และ ด่วนที่สุด
ข.  ด่วนที่สุด,  ด่วนมาก และ  ด่วนที่สุด
ค.  ด่วนภายในวันเวลาที่กำหนด และด่วนเฉพาะ
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ข.  ด่วนที่สุด,  ด่วนมาก และ  ด่วนที่สุด
13.   อายุของการเก็บหนังสือ มีวิธีการปฏิบัติตามข้อใด?
ก.  หนังสือที่เกี่ยวกับการเงินทุกกรณี  ให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี
ข.  หนังสือที่ต้องสงวนเป็นความลับ  โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี
ค.  หนังสือที่ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สำเนาที่มีต้นเรื่องค้นได้จากที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ง.  หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี
ตอบ  ค.  หนังสือที่ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นคู่สำเนาที่มีต้นเรื่องค้นได้จากที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี
14.   การลงวัน เดือน ปี ของหนังสือติดต่อราชการให้ปฏิบัติตามข้อใด?
ก.  หนังสือภายนอก ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลข ของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ
ข.  ส่วนหนังสือภายใน ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อย่อของเดือนและตัวเลขของปีพุทธศักราชที่
ออกหนังสือ
ค.  ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
ง.  ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ค.  ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.



15.   รหัสตัวพยัญชนะหรับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานเลขาธิการรัฐสภากำหนดไว้ตามข้อใด?
ก.  สด และ  สภ   ข.  ตง และ รส
ค.  ตผ  และ สภ   ง.  สตง และ สลร
ตอบ    ค.  ตผ  และ สภ
16.   คำสรรพนามสำหรับเจ้าของหนังสือว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” นอกจากใช้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถ แล้วยังใช้ได้ตามข้อใด?
ก.  สมเด็จพระบรมราชชนนี
ข.  พระบรมวงศ์เธอชั้นพระองค์เจ้า
ค.  สมเด็จพระยุพราช และ สมเด็จเจ้าฟ้าทุกพระองค์
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง.  ถูกทุกข้อ
17.   คำว่า “คำสั่ง” มีความหมายตรงตามข้อใด?
ก.  คำสั่งด้วยวาจา, คำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร และคำสั่งที่บันทึกถึงตัวผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะ
ข.  การสั่งด้วยการบันทึกทางจดหมาย และด้วยสื่อนำสาร
ค.  บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย
ง.  การกระทำด้วยหนังสือหรือเรียกเจ้าหน้าที่พบเพื่อสั่งการแต่ละเรื่อง
ตอบ  ค.  บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย
18.   ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ?
ก.  เลขาธิการ ก.พ.
ข.  ปลัดสำนักนายยกรัฐมนตรี
ค.  เลขาคณะรัฐมนตรี
ง.  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ตอบ  ข.  ปลัดสำนักนายยกรัฐมนตรี
19.   หนังสือที่ปฏิวัติให้เร็วกว่าปกติแบ่งออกเป็น?
ก.  2 ประเภท   ข.  3 ประเภท
ค.  4 ประเภท   ง.  ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ข.  3 ประเภท
20.   เพื่อให้หน่วยราชการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยอย่างใกล้ชิดและรวดเร็วขึงให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ถือปฏิบัติอย่างไร?
ก.  พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ข้างบน
ข.  พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ในที่ที่เห็นชัดเจน
ค.  ไม่ต้องพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ไว้ก็ได้ เพราะได้ประทับตรายาง “ด่วน” อยู่แล้ว
ง.  พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยเจ้าของเรื่อง ไว้ใต้ชื่อหน่วยงานที่มุมล่างซ้ายของหนังสือราชการ
ตอบ  ง.  พิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยเจ้าของเรื่อง ไว้ใต้ชื่อหน่วยงานที่มุมล่างซ้ายของหนังสือราชการ
21.   ทะเบียนงานสารบรรณมี 3 ประเภท คือข้อใด?
ก.  ทะเบียนรับ,ทะเบียนส่ง และทะเบียนเก็บ
ข.  ทะเบียนรับส่ง, ทะเบียนแยกเรื่อง,และทะเบียนย่อเรื่อง
ค.  ทะเบียนเก็บหนังสือ, ทะเบียนรับ-ส่ง และ ทะเบียนรายชื่อข้าราชการ
ง.  ผิดทุกข้อ
ตอบ  ก.  ทะเบียนรับ,ทะเบียนส่ง และทะเบียนเก็บ
22.   ผู้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับระเบียนสำนักงานรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณได้แก่บุคคลใด?
ก.  ปลัดกระทรวง   ข.  สำนักงาน ก.พ.
ค.  ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี   ง.  หัวหน้าส่วนราชการนั้นๆ
ตอบ     ก.  ปลัดกระทรวง
23.   หนังสือภายใน คือหนังสืออะไร?
ก.  หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี
ข.  หนังสือที่ไม่เป็นแบบพิธีซึ่งใช้ภายในวงงานเดียวกัน
ค.  หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยและเป็นหนังสือใช้ติดต่อภายใน
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ  ค.  หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยและเป็นหนังสือใช้ติดต่อภายใน
24.   ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือ สำรวจหนังสือที่ครบกำหนดอายุการเก็บในปีนั้น หลังวันสิ้นปีปฏิทินภายในกี่วัน?
ก.  30 วัน   ข.  45 วัน
ค.  60 วัน   ง.  90 วัน
ตอบ  ค.  60 วัน
25.   หนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่ากี่ปี?
ก.  1 ปี   ข.  2  ปี
ค.  3  ปี   ง.  กี่ปีก็ได้
ตอบ  ก.  1 ปี
26.   ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งให้ผู้ใดรักษาราชการแทน?
ก.  อธิบดีหรือเทียบเท่า   ข.  รองอธิบดีหรือเทียบเท่า
ค.  หัวหน้ากองหรือเทียบเท่า   ง.  ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่า
ตอบ  ง.  ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่า
27.   ในกรณีนายกรัฐมนตรีตายหรือขาดคุณสมบัติ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งปฏิบัติ?
ก.  ทำการแทน   ข.  ปฏิบัติหน้าที่แทน
ค.  รักษาการแทน   ง.  ปฏิบัติราชการแทน
ตอบ  ข.  ปฏิบัติหน้าที่แทน
28.   ซองหนังสือมีขนาดใดบ้าง?
ก.  เอ 3 , เอ 4 , เอ 5 และ ดีแอล   ข.  เอ 4, เอ 5, และ ดีแอล
ค.  ซี 4 , ซี 5 , ซี 6 และดีแอล   ง.  ผิดทุกข้อ
ตอบ  ค.  ซี 4 , ซี 5 , ซี 6 และดีแอล
29.   หนังสือภายนอก คือหนังสืออย่างไร?
ก.  ติดต่อส่วนราชการ   
ข.  ติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี
ค.  ติดต่อระหว่างส่วนราชการกับหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่ราชการ
ง.  ถูกทั้งข้อ ก. ข้อ ข. และ ข้อ ค.
ตอบ  ง.  ถูกทั้งข้อ ก. ข้อ ข. และ ข้อ ค.
30.   ระเบียบงานสารบรรณเป็นระเบียบที่ออกจากหน่วยงานใด?
ก.  ก.พ.   ข.  กระทรวงศึกษาธิการ
ค.  กระทรวงมหาดไทย   ง.  สำนักงานรัฐมนตรี
ตอบ    ง.  สำนักงานรัฐมนตรี
31.   ข้อความใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหนังสือภายนอก?
ก.  วัน เดือน ปี ไม่ต้องใช้คำว่า วันที่
ข.  ตำแหน่งใช้ตำแหน่งเจ้าของหนังสือ
ค.  ที่ให้ลงรหัสพยัญชนะและเลขประจำตัวของเจ้าของเรื่อง   
ง.  ถูกทั้งข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค.
ตอบ  ง.  ถูกทั้งข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค.


32.   เพราะเหตุใดจึงต้องมีระเบียบงานสารบรรณ?
ก.  เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนรู้
ข.  เพื่อให้เจ้าหน้าที่รู้จักปฏิบัติงานเกี่ยวกับหนังสือ
ค.  เพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการควบคุมงาน
ง.  เพื่อให้มีระเบียบเป็นหลักในการปฏิบัติงานบริหารงานด้านเอกสาร
ตอบ  ง.  เพื่อให้มีระเบียบเป็นหลักในการปฏิบัติงานบริหารงานด้านเอกสาร
33.   หนังสือประทับตราแทนการลงชื่อ เป็นหนังสือของส่วนราชการระดับใดขึ้นไป?
ก. ระดับกอง   ข.  ระดับกรม
ค.  ระดับแผนก   ง.  ระดับกระทรวง
ตอบ  ข.  ระดับกรม
34.   ตามระเบียบงานสารบรรณ “ส่วนราชการ” หมายความว่าอย่างไร?
ก.  กระทรวง  ทบวง   ข.  กรม  กอง
ค.  หน่วยงานทั้งหมดของรัฐ   ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ
35.   ระเบียบงานสารบรรณคืองานที่เกี่ยวกับอะไร?
ก.  งานที่เกี่ยวกับหนังสือ   ข.  งานที่เกี่ยวกับเอกสาร
ค.   งานที่เกี่ยวกับการจัดสำนักงาน   ง.  งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร
ตอบ  ง.  งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร
36.   หนังสือภายในคือหนังสือที่.........?
ก.  เป็นหนังสือที่ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
ข.  ใช้ภายในกระทรวง ทบวง กรมหรือจังหวัดเดียวกัน
ค.  ติดต่อราชการที่เป็นพิธีการน้อยกว่าหนังสือภายนอก
ง.  ถูกทุกข้อ
ตอบ    ง.  ถูกทุกข้อ
37.   ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการลงวันที่ในหนังสือภายใน?
ก.  2 มิ.ย. 2527   ข.  2 มิถุนายน  2527
ค.  วันที่ 2 มิถุนายน  2527   ง.  2 มิถุนายน  2527
ตอบ  ข.  2 มิถุนายน  2527



38.   ตามระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 คำว่า “หนังสือราชการ” หมายความว่าอย่างไร?
ก.  หนังสือที่มีตราครุฑทุกประเภท   
ข.  เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
ค.  เอกสารที่พิมพ์ถูกต้องตามกฎหมาย   
ง.  เอกสารที่มีไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งในราชการ
ตอบ   ข.  เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ
39.   ข้อใดคือความมุ่งหมายของหนังสือประทับตรา?
ก.  เพื่อความสะดวกในการส่งไปถึงผู้รับ
ข.  เพื่อให้การดำเนินงานด้านเอกสารเป็นระเบียบ
ค.  เพื่อแบ่งเบาภาระในการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการ
ง.  เพื่อให้เจ้าหน้าที่สารบรรณสามารถประทับตราหนังสือออกได้
ตอบ  ค.  เพื่อแบ่งเบาภาระในการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการ
40.   ข้อใดต่อไปนี้เป็นหนังสือประชาสัมพันธ์?
ก.  คำสั่ง   ข.  ระเบียบ
ค.  ข้อบังคับ   ง.  แถลงการณ์
ตอบ  ง.  แถลงการณ์


จำหน่ายเอกสารข้อสอบนายตำรวจสัญญาบัตร กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสัญญาบัตร_อก_ 2555 _11 มี.ค. 55_
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ _ฉบับที่ 2_ พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- แนวข้อสอบตำรวจสายอำนายการ ที่ออกบ่อยๆ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบภาษาไทย
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม

สนใจสั่งซื้อมาที่ โทร 085-0127724
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ 399-
ส่ง EMS ทางไปรษณีย์ เป็นหนังสือ +MP3 พรบ.ตำรวจ ราคา 679 บาท
ชุด ติว MP3 ราคา 2500 บาท
รายละเอียดที่ http://www.testthai1.com/read.php?tid=161


จำหน่ายเอกสารข้อสอบนายตำรวจสัญญาบัตร กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ _ฉบับที่ 2_ พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ ป.วิอาญา.M
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบเก่าตำรวจสัญญาบัตร_ปป_ 2555 _11 มี.ค. 55_
- แนวข้อสอบเก่าสายปราบปราม ที่เคยออก
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา

สนใจสั่งซื้อมาที่ โทร 085-0127724
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ 399-
ส่ง EMS ทางไปรษณีย์ เป็นหนังสือ +MP3 พรบ.ตำรวจ ราคา 679 บาท
ชุด ติว MP3 ราคา 2500 บาท
รายละเอียดที่ http://www.testthai1.com/read.php?tid=161

decho2526:
1. ความหมายและความสำคัญ
   “งานสารบรรณ” หมายความว่า งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่การจัดทำ  การรับ  การส่ง  การเก็บรักษา  การยืม  จนถึงการทำลาย
   นอกจากนี้  ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี  ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526  ได้กำหนดเพิ่มเติมคำอธิบายความหมายของ “งานสารบรรณ” ดังปรากฏในคำอธิบายดังนี้
   ตามระเบียบข้อ 6 ได้ให้ความหมายของคำว่า “งานสารบรรณ” ไว้ว่า หมายถึง “งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแต่การจัดทำ  การรับ  การส่ง  การเก็บรักษา  การยืม  จนถึงการทำลาย”  ซึ่งเป็นการกำหนดขั้นตอนและขอบข่ายของงานสารบรรณ  ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง แต่ในทางปฏิบัติการบริหารงานเอกสารทั้งปวงจะเริ่มตั้งแต่การคิด  อ่าน ร่าง เขียน แต่ง พิมพ์ จด จำ ทำสำเนา ส่งหรือสื่อข้อความ รับ บันทึก จดรายงานการประชุม สรุปย่อเรื่อง เสนอ สั่งการ ตอบ ทำรหัส เก็บเข้าที่ ค้นหา ติดตามและทำลาย ทั้งนี้ ต้องเป็นระบบที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพเพื่อประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่าย
   ผู้ที่จะทำงานสารบรรณได้ดีจำเป็นต้องรู้งานธุรการด้วย เช่น การติดต่อ โต้ตอบ และประสานงาน รู้จักความควรหรือไม่ควร  มีความคล่องแคล่วว่องไว นอกจากนั้นต้องมีความรู้ทางด้านภาษาเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาไทย  และควรรู้ระบบข่าวสารทั้งปวง  สามารถพิมพ์ดีดได้ เมื่อมีความจำเป็นจะต้องกระทำ  การปฏิบัติงาน สารบรรณ หากมีส่วนเกี่ยวข้องงานทางเทคนิค ควรติดต่อประสานกับผู้ที่มีความรู้ทางเทคนิคนั้นๆ โดยตรงด้วยผู้ที่ทำงานสารบรรณที่เกี่ยวกับการประชุมจะต้องมีความสามารถในการจดรายงานการประชุมและความสามารถถอดความคิดเห็นของที่ประชุมออกมาได้ถูกต้องและเข้าใจได้ดี
   เนื่องจากงานสารบรรณเป็นงานที่มีอยู่ทุกหน่วยงาน  เพราะการดำเนินงานทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นงานเล็กน้อยหรืองานใหญ่  ต้องดำเนินงานด้วยระบบเอกสาร  ดังนั้นจึงต้องมีผู้ควบคุมรับผิดชอบงานสารบรรณโดยมีหน้าที่สอดส่องดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติงานไปด้วยความเรียบร้อย ตำแหน่งที่ควบคุมรับผิดชอบงานสารบรรณ อาจกำหนดไว้แตกต่างกันตามความสำคัญและลักษณะของหน่วยงานนั้น โดยอาจมีตำแหน่งสูงจนถึงตำแหน่งต่ำ เช่น อธิบดี เจ้ากรมเสมียนตรา เลขานุการ ผู้อำนวยการกองกลาง หัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานสารบรรณ นายทหารฝ่ายสารบรรณ และจ่าจังหวัด ส่วนฐานะของหน่วยงานอาจเป็นกรม แผนก หรือหน่วยงานที่เล็กกว่าแผนกก็ได้
ความสำคัญของงานสารบรรณ อาจกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
   1.  เป็นเครื่องมือในการบริหารและปฏิบัติราชการ
   2.  เป็นสื่อในการติดจ่อทำความเข้าใจระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน  หน่วยงานกับบุคคล และบุคคลกับบุคคล
   3.  เป็นเสมือนเครื่องเตือนความจำของหน่วยงาน
   4.  เป็นหลักฐานอ้างอิงการติดต่อ หรือการทำความตกลง
   5.  อาจเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใช้ในการศึกษาค้นคว้าต่อไปในอนาคต
2.  ขั้นตอนการปฏิบัติงานสารบรรณ
   จากความหมายของงานสารบรรณ  ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526สามารถจำแนกขั้นตอนการปฏิบัติงานสารบรรณได้ คือ การจัดทำ การรับ การส่ง  การเก็บรักษา  การยืม  และการทำลาย
   1)  การจัดทำหนังสือ  มีขั้นตอนตั้งแต่ การร่าง การเขียนและการพิมพ์ การทำสำเนา
   การร่างหนังสือคือ   การเรียบเรียงข้อความ ขั้นต้นตามเรื่องที่จะแจ้งความประสงค์ไปยังผู้รับหรือผู้ที่ต้องทราบหนังสือนั้น ก่อนที่จะใช้จัดทำเป็นต้นฉบับ
   เหตุที่ต้องร่างหนังสือ เพื่อให้มีการตรวจแก้ไข้ เหมาะสมถูกต้องตามระเบียบแบบแผนเสียก่อนเว้นแต่หนังสือที่เป็นงานประจำปกติอาจไม่ต้องเสนอร่างตรวจแก้ก็ได้
   หลักการร่างหนังสือ  ผู้ร่างจะต้องรู้และเข้าใจให้แจ่มแจ้ง แยกประเด็นที่เป็นเหตุผลและความมุ่งหมายที่จะทำหนังสือนั้น  โดยตั้งหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องที่จะร่างว่าอะไร  เมื่อไร ที่ไหน  ใคร ทำไม อย่างไร  เป็นข้อๆไว้ การร่างให้ชิ้นต้นเริ่มใจความที่เป็นเหตุก่อน  ต่อไปจึงเป็นข้อความที่เป็นความประสงค์และข้อตกลง ถ้ามีหลายข้อให้แยกเป็นข้อๆ เพื่อให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ความใดอ้างถึงบทกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง  หรือเรื่อง ตัวอย่าง ต้องพยายามระบุให้ชัดเจน พอที่ฝ่ายผู้รับจะค้นหามาตรวจสอบได้สะดวก การร่างควรใช้ถ้อยคำสั้นแต่เข้าใจง่าย   พยายามใช้คำธรรมดาที่ไม่มีความหมายได้หลายทาง  สำนวนที่ไม่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นสำนวนหนังสือไม่ควรใช้ ควรระวังอักขรวิธี  ตัวสะกด การรันต์  และวรรคตอนให้ถูกต้อง  ข้อสำคัญต้องระลึกถึงผู้ที่จะรับหนังสือว่า เข้าใจถูกต้องตามความประสงค์ที่มีหนังสือไป
   การเขียนและการพิมพ์  หมายถึง  การทำให้เกิดลายลักษณ์อักษรเป็นข้อความบนกระดาษ
   การเขียน  ส่วนใหญ่จะใช้ในการร่างหนังสือ  บันทึก จดรายงานการประชุม และใช้กรณีที่ส่วนราชการไม่มีเครื่องพิมพ์ดีด ลักษณะการเขียนทั่วไปจะต้องเขียนให้อ่านและเข้าใจง่าย
   เอกสารบางลักษณะที่ต้องเขียนเป็นพิเศษ เช่น งานอาลักษณ์ ต้องใช้ลายมือและตัวเขียนโดยเฉพาะ
   การพิมพ์  หมายถึง การพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์ ปกติแล้วงานใดที่เป็นเอกสารทั่วๆไป สามารถใช้เครื่องพิมพ์ดีดได้ก็ควรใช้พิมพ์ดีด เพื่อให้อ่านง่ายและสามารถทำสำเนาได้ง่าย
   ผู้พิมพ์ควรมีความระมัดระวังในการพิมพ์  กล่าวคือ  พิมพ์ไม่ตก  มีความรู้ในตัวสะกด การันต์ ตัวย่อ และความมีความรู้รอบนอกเหนือจากการพิมพ์หนังสืออีก เช่น  เข้าใจข้อความในหนังสือนั้น  จัดวรรคตอนได้ถูกต้องเมื่อจำเป็น  รู้หลักภาษา รู้แบบหนังสือราชการ ชื่อส่วนราชการ ชื่อตำแหน่งในวงราชการ รู้จักและอ่านลายมือผู้ร่างที่เกี่ยวข้องได้ดี พิจารณาใช้กระดาษวางรูปหนังสือ สามารถจัดลำดับและแบ่งงานให้เหมาะสม และรู้จักรักษาเครื่องพิมพ์ดีดให้สะอาดอยู่ในสภาพที่ใช้การได้อยู่เสมอ
   การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทย มีหลักเกณฑ์การพิมพ์ ดังนี้
1.  การพิมพ์หนังสือราชการที่ต้องใช้กระดาษครุฑ ถ้ามีความยาวมากกว่า 1 หน้า หน้าต่อไป ให้ใช้กระดาษไม่ต้องมีตราครุฑ แต่ให้มีคุณภาพเช่นเดียวหรือใกล้เคียงกับแผ่นแรก
2.  การพิมพ์หัวข้อต่างๆ ให้เป็นไปตามหนังสือที่กำหนดไว้ในระเบียบ
3.  การพิมพ์ 3 หน้ากระดาษ ขนาดเอ 4 โดยปกติให้พิมพ์ 25 บรรทัด บรรทัดแรกของกระดาษควรอยู่ห่างจากขอบกระดาษด้านบนประมาณ 5 เซนติเมตร
สำเนาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.  “สำเนาคู่ฉบับ”  เป็นสำเนาที่จัดทำพร้อมกับต้นฉบับ และเหมือนต้นฉบับผู้ลงลายมือในต้นฉบับจะลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อไว้ และให้ผู้ร่าง ผู้พิมพ์ และผู้ตรวจลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อย่อไว้ที่ข้างท้ายขอบล่างด้านขวาของหนังสือ
2.  “สำเนา” เป็นสำเนาที่ส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น สำเนานี้อาจทำขึ้นด้วยการถ่ายคัดอัดสำเนา หรือด้วยวิธีอื่นใด สำเนาชนิดนี้โดยปกติต้องมีการรับรอง
   การรับรองสำเนา ให้มีคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และให้เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเป็นเต้าของเรื่องที่ทำสำเนานั้นขึ้น ลงลายมือชื่อรับรอง พร้อมทั้งลงชื่อตัวบรรจงตำแหน่งและวันเดือนปีที่รับรอง  และโดยปกติให้ตีคำว่า “สำเนา” ไว้ที่กึ่งกลางหน้าเหนือบรรทัดแรกของสำเนาด้วย
   ในกรณีที่มีการลงชื่อในกระดาษไข ให้เจ้าหน้าที่ของเรื่องลงลายมือชื่อกำกับในสำเนาคู่ฉบับไว้เป็นหลักฐาน
(2)  การรับหนังสือ
หนังสือรับ คือหนังสือที่ได้รับเข้ามาจากภายนอก ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ดังนี้
1. จัดลำดับความสำคัญและเร่งด่วนของหนังสือเพื่อดำเนินการก่อนหน้าหลัง และให้ผู้เปิดซองตรวจเอกสาร หากไม่ถูกต้องให้ติดต่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่ออกหนังสือเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องแล้วจึงดำเนินการเรื่องนั้นต่อไป
2.  ประทับตรารับหนังสือตามแบบที่มุมขวามือของหนังสือ
3. ลงทะเบียนรับหนังสือในทะเบียนหนังสือรับตามแบบ
4. จัดแยกหนังสือที่ลงทะเบียนรับ แล้วส่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ จะส่งโดยใช้สมุดส่งหนังสือ หรือให้ผู้รับหนังสือลงชื่อและวันเดือนปีที่รับหนังสือไว้เป็นหลักฐานในทะเบียนรับหนังสือก็ได้
การดำเนินการตามขั้นตอนนี้จะเสนอผ่านผู้บังคับบัญชาผู้ใดหรือไม่ ให้เป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยงานสารบรรณ
ถ้าหนังสือรับนั้นจะต้องดำเนินเรื่องใหม่ในหน่วยงานนั้นเอง  จนถึงขั้นได้ตอบหนังสือไปแล้วให้ลงทะเบียนว่าได้ส่งออกไปโดยหนังสือที่เท่าใด วันเดือนปีใด
5.  การรับหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน เมื่อผู้รับได้รับหนังสือจากหน่วยงานสารบรรณกลางแล้ว ให้ปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวข้างต้นโดยอนุโลม
(3)  การส่งหนังสือ
หนังสือส่ง คือ หนังสือที่ส่งออกไปภายนอก โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้
1.  ให้เจ้าของเรื่องตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ รวมทั้งสิ่งที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน แล้วส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางเพื่อส่งออก
2.  เมื่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณกลางได้รับเรื่องแล้ว  ให้ลงทะเบียนส่งหนังสือในทะเบียนส่งหนังสือตามแบบ ลงเลขที่และวันเดือนปีในหนังสือที่จะส่งออกทั้งในต้นฉบับ และสำเนาคู่ฉบับให้ตรงกับเลขทะเบียนส่งและวันเดือนปีในทะเบียนส่ง
3.  ก่อนบรรจุซองให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสารบรรณตรวจความเรียบร้อยของหนังสือ ตลอดจนสิ่งที่ส่งไปด้วยอีกครั้งหนึ่งแล้วปิดผนึก ส่วนหนังสือที่ไม่มีความสำคัญมากนัก อาจส่งไปโดยวิธีพับยึดติดด้วยแถบกาวเย็บลวด หรือวิธีอื่นแทนการบรรจุซอง
4.  ในกรณีที่ไม่ใช้สมุดร่างหนังสือให้มีรับหนังสือแนบติดซองไปด้วย
5.  การส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์  ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบหรือวิธีการที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยกำหนด   ส่วนการส่งซึ่งใช่เป็นการส่งโดยทางไปรษณีย์ เมื่อส่งหนังสือให้ผู้รับแล้วผู้ส่งต้องให้ผู้รับลงชื่อรับในสมุดส่งหนังสือหรือใบรับแล้วแต่กรณี ถ้าเป็นใบรับให้นำใบรับนั้นมาผนึกติดไว้ที่สำเนาคู่ฉบับ
6.  หนังสือที่ได้ลงทะเบียนส่งในกรณีที่เป็นการตอบหนังสือซึ่งรับเข้ามาให้ลงทะเบียน ว่าหนังสือนั้นได้ตอบตามหนังสือรับที่เท่าใด วันเดือนปีใด
7.  สมุดส่งหนังสือให้จัดทำตามแบบและกรอกรายละเอียดตามที่กำหนด
8.  ในรับหนังสือให้จัดตามแบบและกรอกรายละเอียดตามที่กำหนด
(4)  การเก็บรักษา
การเก็บรักษาหนังสือ แบ่งออกเป็น การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จและ และการเก็บเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
การเก็บระหว่างปฏิบัติ  คือการเก็บหนังสือที่ปฏิบัติยังไม่เสร็จให้อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าของเรื่อง  โดยให้กำหนดวิธีการเก็บให้เหมาะสมตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน
การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว  คือการเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติต่อไปอีก  ให้เจ้าหน้าที่ของเรื่องดำเนินการดังนี้
-    จัดทำบัญชีหนังสือส่งเก็บตามแบบ อย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับสำหรับเจ้าของเรื่องและหน่วยงานเก็บไว้อย่างละฉบับ  โดยกรอกรายละเอียดในบัญชีดังกล่าว
-   เมื่อได้รับเรื่องจากเจ้าของเรื่องแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือส่งหนังสือและเรื่องปฏิบัติทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับหนังสือนั้น  พร้อมทั้งบัญชีหนังสือส่งเก็บไปให้หน่วยเก็บที่ส่วนราชการนั้นๆกำหนด  ประทับตรากำหนดเก็บหนังสือไว้ที่มุมล่างด้านขวาของกระดาษแผ่นแรกของหนังสือฉบับนั้น และลงลายมือชื่อย่อกำกับตรา
-   ลงทะเบียนหนังสือเก็บไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่กำหนด และกรอกรายละเอียด
การเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ  คือการเก็บหนังสือที่ปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่จำเป็นจะต้องใช้ในการตรวจสอบเป็นประจำ  ไม่สะดวกในการส่งไปเก็บยังหน่วยของส่วนราชการ  ให้เจ้าของเรื่องเก็บเป็นเอกเทศ  โดยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ขึ้นรับผิดชอบก็ได้  เมื่อหมดความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการตรวจสอบแล้ว  ให้จัดส่งหนังสือนั้นไปยังหน่วยเก็บของส่วนราชการ
อายุการเก็บหนังสือ   โดยปกติให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เว้นแต่หนังสือบางประเภทที่จะมีระเบียบกฎหมาย  กำหนดระยะเวลาการเก็บไว้โดยเฉพาะ ส่วนหนังสือที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ซึ่งไม่มีความสำคัญและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ  เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี
ส่วนราชการจัดส่งหนังสือที่มีอายุครบ 25 ปี  นับจากวันที่ได้จัดทำขึ้นที่เก็บไว้ ณ ส่วนราชการใด พร้อมทั้งบัญชีส่งมอบหนังสือครบ 25 ปี  ให้กองจดหมายเหตุเหตุชาติ กรมศิลปากร ภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีถัดไป
การเก็บรักษาหนังสือ   ให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพใช้การได้ทุกโอกาสหากชำรุดเสียหายต้องรีบซ่อมให้ใช้ได้เหมือนเดิม  หากสูญหายต้องหาสำเนามาแทน  ถ้าชำรุดเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้  ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและหมายเหตุไว้ในทะเบียนเก็บด้วย
(5)  การยืม
การยืมหนังสือที่ส่งเก็บแล้วให้ปฏิบัติ ดังนี้
1.  ผู้ยืมจะต้องแจ้งให้ทราบว่าเรื่องที่ยืมนั้นจะนำไปใช้ในราชการใด
2.  ผู้ยืมจะต้องมอบหลักฐานการยืมให้เจ้าหน้าที่เก็บ แล้วลงชื่อรับเรื่องที่ยืมไว้ในบัตรยืมหนังสือและให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานการยืม  เรียบลำดับวันเดือนปีไว้เพื่อติดตามทวงถาม  ส่วนบัตรยืมหนังสือนั้นให้เก็บไว้แทนที่หนังสือที่ถูกยืมไป
3.  การยืมระหว่างส่วนราชการ  ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
4.  การยืมหนังสือภายในส่วนราชการเดียวกัน  ผู้ยืมและผู้อนุญาตให้ยืมต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับแผนกขึ้นไป  หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
5.  การให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะให้ดูหรือคัดลอกหนังสือ  ทั้งนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป  หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายก่อน
(6)  การทำลาย
การกำหนดไว้ว่าภายใน 60 วันหลังจากวันสิ้นปีปฏิทินให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการเก็บหนังสือสำรวจหนังสือที่ครบกำหนดอายุเก็บในปีนั้น  ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เก็บไว้เอง  หรือที่ฝากไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติ  กรมศิลปากรแล้วจัดทำบัญชีหนังสือขอทำลายเสนอหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง คณะกรรมการทำลายหนังสือ  (บัญชีหนังสือขอทำลายให้จัดทำตามแบบ อย่างน้อยให้มีต้นฉบับและสำเนาคู่ฉบับ)
ให้หัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือประกอบด้วย  ประธานคณะกรรมการและกรรมการอย่างน้อยสองคน  โดยปกติให้แต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานมติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก  ถ้ากรรมการผู้ใดไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้
คณะกรรมการทำลายหนังสือมีหน้าที่พิจารณาหนังสือที่จะขอทำลายตามบัญชีหนังสือขอทำลายในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าหนังสือฉบับใดไม่ควรทำลาย  และควรจะขยายเวลาการเก็บไว้  ให้ลงความเห็นว่าจะขยายเวลาเก็บถึงเมื่อใด  แล้วให้แก้ไขอายุการเก็บหนังสือ  โดยให้ประธานกรรมการทำลายหนังสือลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไข  เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วให้เสนอรายงานผลการพิจารณา  พร้อมทั้งบันทึกความเห็นแย้งของคณะกรรมการ (ถ้ามี)  ให้หัวหน้าหน่วยงานเพื่อพิจารณาสั่งการ  เมื่อหัวหน้าหน่วยงานได้รับงานแล้ว  ให้พิจารณาสั่งการ  ถ้าเห็นว่า  หนังสือเรื่องใดยังไม่ควรทำลายให้สั่งการให้เก็บหนังสือนั้นไว้จนถึงเวลาทำลายงวดต่อไป  ถ้าเห็นว่าหนังสือเรื่องใดควรทำลาย  ให้ส่งบัญชีหนังสือขอทำลายให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ  กรมศิลปากรพิจารณาก่อนเว้นแต่หนังสือประเภทที่ส่วนราชการนั้นได้ขอทำความตกลงกับกรมศิลปากรแล้ว  ไม่ต้องส่งไปให้พิจารณา

ให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ  กรมศิลปากร พิจารณารายการในบัญชีหนังสือขอทำลายแล้วแจ้งให้ส่วนราชการที่ส่งบัญชีหนังสือขอทำลายทราบ  ถ้ากองจดหมายแห่งแห่งชาติเห็นชอบด้วย  ให้แจ้งส่วนราชการนั้นดำเนินการทำลายหนังสือขอทำลายทราบ  ถ้ากองจดหมายเหตุแห่งชาติเห็นชอบด้วย ให้แจ้งส่วนราชการนั้นดำเนินการทำลายหนังสือต่อไป  หากกองจดหมายเหตุแห่งชาติไม่แจ้งภายในกำหนด 60 นับแต่วันที่ส่วนราชการนั้นได้ส่งเรื่องให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ  ให้ถือว่ากองจดหมายเหตุแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบแล้ว  หากกองจดหมายเหตุแห่งชาติเห็นว่าหนังสือฉบับใดควรขยายเวลาเก็บหรือเก็บไว้ตลอดไป  ให้แจ้งส่วนราชการนั้นๆทำการแก้ไขระยะเวลาการจัดเก็บ  หากเห็นควรส่งไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติก็ให้ส่วนราชการนั้นๆทำการแก้ไขระยะเวลาการจัดเก็บ  หากเห็นควรส่งไปเก็บไว้ที่กองจดหมายเหตุแห่งชาติก็ให้ส่วนราชการนั้นๆปฏิบัติ
การทำลายหนังสือที่ผู้ต้องมีอำนาจอนุมัติให้ทำลายได้แล้ว  คณะกรรมการทำลายหนังสือจะกระทำโดยการเผาหรือวิธีอื่นใดที่จะไม่ให้หนังสืออ่านเป็นเรื่องใด  และเมื่อทำลายเรียบร้อยแล้วให้ทำบันทึกลงนามร่วมกันเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติทราบ
3.  ประเภทและรูปแบบของหนังสือราชการ
   หนังสือราชการ  คือเอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่
1.  หนังสือที่ไปมาระหว่างส่วนราชการ
2.  หนังสือที่มีส่วนราชการมีไปถึงหน่วยงานอื่นใด  ซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก
3.  หนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่บุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ
4.  เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในราชการ
5.  เอกสารที่ทางราชการจัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ
หนังสือราชการมี 6 ชนิด  คือ
1.  หนังสือภายนอก
2.  หนังสือภายใน
3.  หนังสือประทับตรา
4.  หนังสือสั่งการ
5.  หนังสือประชาสัมพันธ์
6.  หนังสือเจ้าหน้าที่ทำขึ้น  หรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
(1)  หนังสือภายนอก  หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี  โดยใช้กระดาษตราครุฑเป็นหนังสือติดต่อระหว่างส่วนราชการ  หรือส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใด  ซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอกให้จัดทำแบบที่กำหนด
(2)  หนังสือภายใน  คือหนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก  เป็นหนังสือติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรม  หรือจังหวัดเดียวกัน  ใช้กระดาษบันทึกข้อความและให้จัดทำตามแบบที่กำหนด
(3)  หนังสือประทับตรา  คือหนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป  เป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อกำกับตรา
หนังสือประทับตราใช้ได้ทั้งระหว่างส่วนราชการกับส่วนราชการ  และระหว่างส่วนราชการกับบุคคลภายนอก  เฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ได้แก่
-    การขอรายละเอียดเพิ่มเติม
-   การส่งสำเนาหนังสือ  สิ่งขิง  เอกสาร  หรือ บรรณสาร
-   การตอบรับทราบที่ไม่เกี่ยวกับราชการสำคัญหรือการเงิน
-   การแจ้งผลงานที่ได้ดำเนินการไปแล้วให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทราบ
-    การเตือนเรื่องที่ค้าง
-   เรื่องซึ่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปกำหนดโดยทำเป็นคำสั่งให้ใช้หนังสือประทับตรา
(4)  หนังสือสั่งการ    มี 3 ชนิด  ได้แก่  คำสั่ง  ระเบียบ  และข้อบังคับ  โดยให้ใช้ได้ตามแบบที่กำหนด
คำสั่ง  คือบรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ  ให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย  ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดตามแบบที่กำหนด
ระเบียบ  คือบรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้วางใจ  โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้  เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานเป็นการประจำ  ใช้กระดาษตราครุฑและให้จัดตามแบบที่กำหนด
ข้อบังคับ  คือบรรดาข้อความที่มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทำได้ใช้กระดาษตราครุฑ
(5)  หนังสือประชาสัมพันธ์  มี 3 ชนิด ได้แก่  ประกาศ  แถลงการณ์ และข่าว
ประกาศ   คือบรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบหรือแนะแนวทางปฏิบัติใช้กระดาษตราครุฑและให้จัดทำตามแบบที่กำหนด
แถลงการณ์    คือบรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจในกิจการของทางราชการหรือเหตุการณ์  หรือกรณีใดให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน  ใช้กระดาษตราครุฑและให้จัดตามแบบที่กำหนด
ข่าว  คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ  ให้จัดตามแบบที่กำหนด
(6)  หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ  คือหนังสือที่ทางราชการทำขึ้นนอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  หรือหนังสือที่หน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการ หรือบุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการและส่วนราชการรับไว้เป็นหลักฐานของทางราชการ มี 4 ชนิด คือ หนังสือรับรองรายงานการประชุมบันทึก และหนังสืออื่น
หนังสือรับรอง    คือหนังสือที่ส่วนราชการออกให้เพื่อรับรองแก่บุคคล  นิติบุคคลหรือหน่วยงาน เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง  ให้ปรากฏแก่บุคคลโดยทั่วไปไม่จำเพาะเจาะจง  ใช้กระดาษตราครุฑและให้จัดทำตามแบบที่กำหนด
บันทึก  คือข้อความซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอต่อผู้บัญชา หรือผู้บังคับบัญชาสั่งการแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา  หรือข้อความที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานระดับต่ำกว่าส่วนราชการระดับกรมติดต่อในการปฏิบัติราชการ  โดยปกติให้ใช้กระดาษบันทึกข้อความ
การบันทึกต่อเนื่อง  โดยปกติให้ผู้บันทึกระบุคำขึ้นต้น  ใจความบันทึก  และลงชื่อพร้อมทั้งวันเดือนปี กำกับใต้ลายมือชื่อผู้บันทึก  หากไม่มีความเห็นใดเพิ่มเติมให้ลงชื่อ และวันเดือนปี กำกับเท่านั้น
หนังสืออื่น  คือหนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานในทางราชการ  ซึ่งรวมถึงภาพถ่าย ฟิล์ม  แถบบันทึกเสียง  แถบบันทึกภาพด้วย  หรือหนังสือของบุคคลภายนอกที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ได้รับเข้าทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแล้ว มีรูปแบบตามที่กระทรวง ทบวง กรม จะกำหนดขึ้นใช้ตามความเหมาะสม  เว้นแต่มีแบบตามกฎหมายเฉพาะเรื่องให้ทำตามแบบ เช่น โฉนด แผนที่  แบบแผนผัง  สัญญา หรือหลักฐานการสืบสวนและสอบสวนและคำร้อง เป็นต้น

decho2526:
31.”ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า
- การรับส่งข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือผ่านระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
32.หนังสือที่ใช้ติดต่อราชการระหว่างส่วนราชการหรือส่วนราชการกับบุคคลภายนอกคือหนังสือใด
- หนือสือภายนอก
-หนังสือประทับตรา
33.ผู้มีอำนาจให้บุคคลภายนอกยืมหนังสือ...
- กระทำมิได้
34.ผู้มีอำนาจให้บุคคลภายนอกดูหรือคัดลอกหนังสือ ได้แก่
- หัวหน้าส่วนราชการระดับกองขึ้นไป หรือผู้ทีได้รับมอบหมาย
35. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ใช้บังคับแก่..
- ใช้บังคับแก่ส่วนราชการ ( ส่วนราชการใดมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติงานสารบรรณนอกเหนือไปจากที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ขอทำความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบียบนี้)
36.ส่วนราชการ หมายความว่า
- กระทรวง ทบวง กรม สำนักงาน หรือหน่วยงานใดของรัฐ ทั้งในบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือในต่างประเทศ และให้หมายความถึงคณะกรรมการด้วย
37.คณะกรรมการ หมายความว่า
- คณะบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการให้ปฏิบัติงานในเรื่องใดๆ และให้หมายรวมถึงคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน
38.คณะกรรมการดำเนินการทำลายหนังสือประกอบด้วยบุคคลอย่างน้อยกี่คน
- 3 คน (ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอีกอย่างน้อย 2 คน)
39.คณะกรรมการทำลายหนังสือ โดยปกติให้แต่งตั้งจากข้าราชการตั้งแต่ระดับใด
- ระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
40.ใครเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ
- หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
41.ระเบียบฯว่าด้วยงานสารบรรณกำหนดวิธีการเก็บสำเนาคู่ฉบับอย่างไร
- ให้เก็บไว้ที่หน่วยงานสารบรรณกลางเพื่อให้ค้นหาได้ง่าย
42.การตีความ การวินิจฉัยปัญหา และการแก้ไขเพิ่มเติมภาคผนวกและจัดทำคำอธิบาย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะขอความเห็นจากใครเพื่อพิจารณา
- ขอความเห็นจากคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
43.เลขประจำของส่วนราชการ ประกอบด้วยตัวเลขกี่ตัว
- 4 ตัว
44.บันทึก ได้แก่
-บันทึกย่อเรื่อง
-บันทึกรายงาน
-บันทึกความเห็น
-บันทึกติดต่อ
-บันทึกสั่งการ
45.ในกรณีที่ต้องการให้หนังสือส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนด การปฏิบัติบนหน้าซองของหนังสือให้ระบุ ดังนี้
-ระบุคำว่า”ด่วนภายใน” แล้วลงวันเดือนปีและกำหนดเวลาที่ต้องการให้หนังสือไปถึงผู้รับกับให้เจ้าหน้าที่ส่งถึงผู้รับภายในเวลาที่กำหนด
46.เอกสารที่เป็นหลักฐานในราชการที่เพิ่มขึ้นจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ได้แก่
-ข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือที่ได้รับจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
47.หนังสือราชการประเภทใดที่ต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานของทางราชการตลอดไป ได้แก่
- หนังสือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทุกสาขาวิชา และมีคุณค่าต่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย
-หนังสือที่เกี่ยวกับสถิติหลักฐาน
-หนังสือที่ต้องใช้ตรวจสอบ
48.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณฉบับปัจจุบันได้ใช้บังคับมาตั้งแต่เมื่อใด
- วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2526
49.ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
- ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
50.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการมี 4 ชนิด ได้แก่
- หนังสือรับรอง
-รายงานการประชุม
-บันทึก
-หนังสืออื่น
51.หนังสือราชการมี 6 ชนิด ได้แก่
-หนังสือภายนอก
-หนังสือภายใจ
-หนังสือประทับตรา
-หนังสือสั่งการ
-หนังสือประชาสัมพันธ์
-หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการ
52.ให้มีการปรับปรุงเลขประจำส่วนราชการต่างๆทุกกี่ปี
- ทุก 5 ปี (ปี พ.ศ.ที่ลงท้ายด้วย 5 และ 0)
53.ลักษณะของหนังสือภายนอกได้แก่
- เป็นหนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธี ใช้กระดาษตราครุฑ
54.หนังสือถึงสมเด็จพระสังฆราช ใช้คำขึ้นต้นว่าอย่างไร
- กราบทูล (คำลงท้าย..ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด)
55.หนังสือเรื่องใดที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานของชาติตลอดไป
- เรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์
56.ส่วนราชการเจ้าของหนังสือในหนังสือภายนอก ให้ลงชื่ออะไรได้บ้าง
-ชื่อส่วนราชการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือ
-ชื่อสถานที่ราชการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือ
-ชื่อคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือ
57.หนังสือภายนอก เป็นหนังสือติดต่อระหว่าง...
- ระหว่างส่วนราชการ
- ส่วนราชการมีถึงหน่วยงานอื่นใดซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือมีถึงบุคคลภายนอก
58. “ประกาศ” เป็นหนังสือชนิดใด
-เป็นหนังสือประชาสัมพันธ์ (ใช้กระดาษตราครุฑ)
59.การลงรายละเอียดในหนังสือภายนอกได้แก่...(ควรจำ เพราะข้อสอบมักออกเนื้อหาหนังสือภายนอกเยอะ)
- ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจำของเจ้าของเรื่อง ทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง สำหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กำหนดรหัสตัวพยัญชนะได้ตามความจำเป็น
- วันเดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ เช่น 12 กันยายน /2552
- เรื่อง ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่องโดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือฉบับเดิม
- คำขึ้นต้น ให้ใช้คำขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คำขึ้นต้น สรรพนาม และคำลงท้าย ที่กำหนดในภาคผนวก 2 แล้วลงตำแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่
- อ้างถึง(ถ้ามี) ให้อ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือที่ส่วนราชการผู้รับหนังสือได้รับมาก่อนแล้ว จะจากส่วนราชการใดก็ตาม โดยให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของหนังสือและเลขที่หนังสือ วันที่ เดือน ปีพุทธศักราชของหนังสือนั้น
การอ้างถึง ให้อ้างถึงหนังสือฉบับสุดท้ายที่ติดต่อกันเพียงฉบับเดียว เว้นแต่มีเรื่องอื่นที่เป็นสาระสำคัญต้องนำมาพิจารณา จึงอ้างถึงหนังสือฉบับอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นโดยเฉพาะให้ทราบด้วย
- ข้อความ ให้ลงสะสำคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์หลายประการให้แยกเป็นข้อๆ
- คำลงท้าย ให้ใช้คำลงท้ายตามฐานะของผู้รับหนังสือตามตารางการใช้คำขึ้นต้น สรรพนาม และคำลงท้าย ที่กำหนดในภาคผนวก 2
- ลงชื่อ ให้ลงลายมือชื่อเจ้าของหนังสือ และให้พิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชื่อไว้ใต้ลายมือชื่อ ตามรายละเอียดที่กำหนดในภาคผนวก 2
- ตำแหน่ง ให้ลงตำแหน่งของเจ้าของหนังสือ
- ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกระทรวงหรือทบวง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องทั้งระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกองหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ
- โทร. ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือ และหมายเลขภายในตู้สาขา(ถ้ามี) ไว้ด้วย
- สำเนาส่ง(ถ้ามี) ในกรณีที่ผู้ส่งจัดทำสำเนาส่งไปให้ส่วนราชการหรือบุคคลอื่นทราบและประสงค์จะให้ผู้รับทราบว่าได้มีสำเนาส่งไปให้ผู้ใดแล้ว ให้พิมพ์ชื่อเต็มหรือชื่อย่อของส่วนราชการหรือชื่อบุคคลที่ส่งสำเนาไปให้ เพื่อให้เป็นที่เข้าใจระหว่างผู้ส่งและผู้รับ ถ้าหากมีรายชื่อที่ส่งมากให้พิมพ์ว่าส่งไปตามรายชื่อที่แนบและแนบรายชื่อไปด้วย
60.หลักการประชุม (องค์ประกอบ) การประชุม ประกอบด้วย..
- จะต้องมีวาระการประชุม มีประธาน มีเลขานุการ มีผู้เข้าร่วมประชุมอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวน
61.หนังสือภายนอก คำขึ้นต้นและคำลงท้ายให้ใช้อย่างไร
- ตามฐานะของผู้รับหนังสือ
62.หนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ควรใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายว่าอย่างไร
- คำขึ้นต้น กราบเรียน คำลงท้าย ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
63.หนังสือที่จัดทำขึ้น โดยปกติให้มีสำเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้นเรื่องกี่ฉบับ
- 1 ฉบับ
64.หนังสือชนิดใดที่ใช้ติดต่อราชการได้ทั้งระหว่างส่วนราชการกับส่วนราชการ และระหว่างส่วนราชการกับบุคคลภายนอกเฉพาะกรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
- หนังสือประทับตรา
65.หนังสือประเภทใดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนังสือนั้น
- หนังสือด่วนที่สุด
66.การจดบันทึกหรือรายงานการประชุมทำได้กี่วิธี
- 3 วิธี ได้แก่ (จดละเอียดทุกคำพูดของกรรมการ หรือผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน พร้อมด้วยมติ)(จดย่อคำพูดที่เป็นประเด็นสำคัญของกรรมการหรือผู้เข้าร่วมประชุม อันเป็นเหตุผลนำไปสู่มติของที่ประชุมพร้อมด้วยมติ) (จดแต่เหตุผลกับมติของที่ประชุม)
67.การลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องในหนังสือภายนอก ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกระทรวง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องระดับใด
- กรมและกอง
68.กรณีที่ได้รับหนังสือ..(ด่วนภายในเวลาที่กำหนด..ด่วนที่สุด..ด่วนมาก) พร้อมกันให้ปฏิบัติหนังสือประเภทใดก่อน
- ด่วนภายในเวลาที่กำหนด
69.การกำหนดเลขที่หนังสือออกและการออกหนังสือราชการของส่วนราชการที่ประจำในต่างประเทศ หลังคำว่า “ที่” ของหนังสือประทับตราให้ใช้รหัสตัวเลขกี่ตัว
- 5 ตัว
70.หัวข้อใดที่ลงรายละเอียดเหมือนกันทั้งหนังสือภายนอกและหนังสือภายในตามระเบียบฯว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526
- ลงชื่อและตำแหน่ง
71.การระบุชั้นความเร็ว ให้ใช้ตัวอักษรสีอะไร
- สีแดง (ให้ระบุชั้นความเร็วด้วยตัวอักษรสีแดงขนาดไม่เล็กกว่าตัวพิมพ์โป้ง 32 พอยท์ให้เห็นชัดเจนบนหนังสือและบนซอง..โดยให้ระบุคำว่า ด่วนที่สุด ด่วนมาก ด่วน )
72.ใครมีหน้าที่พิจารณาหนังสือที่จะขอทำลายตามบัญชีหนังสือขอทำลาย
- คณะกรรมการทำลายหนังสือที่หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมแต่งตั้ง
73.หนังสือภายในตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ไม่มีข้อใด
- ไม่มีคำลงท้าย
74.การทำสำเนาต่อไปนี้ ต้องมีผู้รับรองสำเนาว่า”สำเนาถูกต้อง”
- การทำสำเนาที่ถ่ายจากต้นฉบับด้วยเครื่องถ่ายเอกสาร
- การทำสำเนาโดยลอกจากต้นฉบับ
- การทำสำเนาโดยคัดจากต้นฉบับ
75.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ต้องจัดส่งและดำเนินการทางสารบรรณโดยเร็ว จะต้องระบุตัวอักษรสีแดงให้เห็นชัดบนหนังสือและบนซองว่าอย่างไร
- ด่วนมาก
76.การลงรายละเอียดในหนังสือภายในตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ประกอบด้วย
- ส่วนราชการ ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่ออกหนังสือโดยมีรายละเอียดพอสมควร โดยปกติถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ในระดับกรมขึ้นไป ให้ลงชื่อส่วนราชการทั้งระดับกรมและกอง ถ้าส่วนราชการที่ออกหนังสืออยู่ระดับต่ำกว่ากรมลงมา ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกอง หรือส่วนราชการเจ้าของเรื่องพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์(ถ้ามี)
- ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจำของเจ้าของเรื่อง ตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 1 ทับเลขทะเบียนหนังสือส่ง สำหรับหนังสือของคณะกรรมการให้กำหนดรหัสตัวพยัญชนะเพิ่มขึ้นได้ตามความจำเป็น
- วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชื่อเต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ
- เรื่อง ให้ลงเรื่องย่อที่เป็นใจความสั้นที่สุดของหนังสือฉบับนั้น ในกรณีที่เป็นหนังสือต่อเนื่อง โดยปกติให้ลงเรื่องของหนังสือฉบับเดิม
- คำขึ้นต้น ให้ใช้คำขึ้นต้นตามฐานะของผู้รับหนังสือ ตามตารางการใช้คำขึ้นต้น สรรพนาม ละคำลงท้ายที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 2 แล้วลงตำแหน่งของผู้ที่หนังสือนั้นมีถึง หรือชื่อบุคคลในกรณีที่มีถึงตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่
- ข้อความ ให้ลงสาระสำคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีความประสงค์หลายประการ ให้แยกเป็นข้อๆ ในกรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกัน หรือมีสิ่งที่ส่งมาด้วย ให้ระบุไว้ในข้อนี้
- ลงชื่อและตำแหน่ง (ให้ปฏิบัติตามแบบหนังสือภายนอก)
ในกรณีที่ กรทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัดใด ประสงค์จะกำหนดแบบการเขียนโดยเฉพาะ เพื่อใช้ตามความเหมาะสมก็ให้กระทำได้
77.ระเบียบ จัดอยู่ในหนังสือประเภทใด
- หนังสือสั่งการ (หนังสือสั่งการ ประกอบด้วย คำสั่ง, ระเบียบ, ข้อบังคับ)
78.หนังสือราชการภาษาอังกฤษมีกี่ประเภท
- 2 ประเภท (ได้แก่ หนังสือที่ต้องลงชื่อ หนังสือที่มิต้องลงชื่อ)
79.หนังสือภายในตามระเบียบฯว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 ไม่มีข้อใด
- ไม่มีคำลงท้าย
80.หนังสือที่ต้องปฏิบัติด้วยความรวดเร็วเป็นพิเศษ ได้แก่
- ด่วนที่สุด, ด่วนมาก, ด่วน
81.กำหนดการจ่าหน้าซองหนังสือ ออกซองออกเป็นกี่ส่วน
- 9 ส่วน
82.เรื่องที่ไม่มีความสำคัญซึ่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไปกำหนดโดยทำเป็นคำสั่งให้ใช้หนังสือใด
- หนังสือประทับตรา
83.หนังสือภายใน ตามระเบียบฯว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.2526 คือ
- หนังสือติดต่อราชการที่เป็นแบบพิธีน้อยกว่าหนังสือภายนอก เป็นหนังสือที่ติดต่อภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัดเดียวกัน ใช้กระดานบันทึกข้อความ
84.หนังสือที่ปฏิบัติงานเสร็จสิ้นแล้ว และมีคู่สำเนาที่มีต้นเรื่องค้นได้จากที่อื่นให้เก็บไว้ไม่น้อยกว่า...5 ปี
85.คำสรรพนามสำหรับเจ้าของหนังสือว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” ใช้กับ
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
-สมเด็จพระบรมราชินีนารถ
-สมเด็จพระบรมราชชนนี
-พระบรมวงศ์เธอชั้นพระองค์เจ้า
-สมเด็จพระยุพราช และสมเด็จเจ้าฟ้าทุกพระองค์
86.หนังสือประทับตรา คือ
- หนังสือที่ใช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากาหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป เป็นผู้รับผิดชอบลงชื่อย่อกำกับตรา
87.หนังสือสั่งการ มี 3 ชนิด ได้แก่
- คำสั่ง, ระเบียบ, ข้อบังคับ
88.คำสั่งคือ บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้กระดาษตราครุฑ
89.ระเบียบคือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้วางไว้ โดยจะอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติงานเป็นการประจำ ใช้กระดาษตราครุฑ
90.ข้อบังคับคือ บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดให้ใช้ โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายที่บัญญัติให้กระทำได้ ใช้กระดานตราครุฑ
91.หนังสือประชาสัมพันธ์มี 3 ชนิดได้แก่
- ประกาศ, แถลงการณ์, ข่าว
92. ประกาศ คือบรรดาข้อความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงให้ทราบ หรือแนะแนวทางปฏิบัติใช้กระดาษตราครุฑ
93.แถลงการณ์ คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพื่อทำความเข้าใจในกิจการของทางราชการ หรือเหตุการณ์หรือกรณีใดๆ ให้ทราบชัดเจนโดยทั่วกัน ใช้กระดาษตราครุฑ
94.ข่าว คือ บรรดาข้อความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ (ไม่ต้องใช้ตราครุฑ)
95.วิธีเก็บหนังสือแบ่งออกได้เป็น
- การเก็บระหว่างปฏิบัติ การเก็บเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว และการเก็บไว้เพื่อใช้ในการตรวจสอบ
96.”คำสั่ง” เมื่อจบข้อความแล้ว ข้อความสุดท้ายต่อไปก่อนลงชื่อผู้ออกคำสั่งคือข้อความว่าอะไร
- สั่ง ณ วันที่................
97.หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานในราชการมี 4 ชนิด ได้แก่
- หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก และหนังสืออื่น
98.การประทับตรากำหนดเก็บหนังสือคำว่า “ห้ามทำลาย” ใช้หมึกสีอะไร
- สีแดง (ห้ามทำลาย เป็นหนังสือที่ต้องเก็บไว้ตลอดไป)
99.หนังสือที่เก็บโดยมีกำหนดเวลา ให้ปฏิบัติดังนี้
- ให้ประทับตราคำว่า “เก็บถึง พ.ศ.....”ด้วยหมึกสีน้ำเงิน และลงเลขของปีพุทธศักราชที่ให้เก็บถึง
100.”ระเบียบ” เมื่อจบข้อความแล้ว ข้อความสุดท้ายต่อไปก่อนลงชื่อผู้ออกระเบียบคือข้อความ..
- “ ประกาศ ณ วันที่......” 


 
 

ข้าฯในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว:
ขอบคุนมากๆค่ะ

kamjirav:
ขอบคุณคะเป็นประโยชน์มากๆ 

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ