พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ . ศ . 2546

<< < (4/14) > >>

oop:
ขอบคุณค่ะ

สะพานแสงดาว:
ขอบคุณคร่า...

tiya_13:
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

rujAmTbN:
ขอบคุณมาก ๆคับ

~~ > ตะวันไม่สิ้นแสงขอเธออย่าสิ้นหวัง<~~:
ไปเจอมาค่ะเอามาแบ่งกันอ่าน


===>>>>พระราชกฤษฏีการว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
โดย von (ชะแล้ว)(vorapon_k@hotmail.com)
ก่อนท่านจะ ทำแบบทดสอบ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ.2546
ขอทำความเข้าใจก่อนครับ  ว่า  คำว่า พรก. และ กพร. บางท่านยังไม่เข้าใจ   พูดปนกันนะครับ
ผมจะพูดตาม หลักตำรา วิชา การจัดการภาครัฐนะ  ครับ
            สาระสำคัญของเนื้อหาที่นำเสนอประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
            1. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย(พ.ศ. 2546 - 2550)
      2. หลักการตามมาตรา 3/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545
      3. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
เอาย่อ ๆนะครับ เพราะยังไม่เกี่ยวกับแนวข้อสอบ
        ในช่วงประเทศไทยเราในบริบทของความเปลี่ยนแปลงในการบริหารราชการใหม่ ๆ ที่มีการผสมผสานแนวคิดทั้งจากการบริหารธุรกิจของเอกชน และการบริหารงานภาครัฐกิจ มีแนวโน้มที่จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ และวิธีการทำงานของข้าราชการในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติราชการดังกล่าวปรากฏว่ายังมีการนำหลักการดังกล่าวไปปรับปรุงระบบและวิธีปฏิบัติงานในส่วนราชการไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งจะมีผลต่อการบริหารบุคคลภาครัฐและการปรับปรุงโครงสร้างภาครัฐ และพัฒนาระบบการปฏิบัติงานในองค์กรต่าง ๆ ของราชการไทย ฯลฯ
   สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาระบบราชการไทยขึ้น  โดยกำหนด เรียกว่า  แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย(พ.ศ. 2546 - 2550)
      คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2546 - 2550 ขึ้น โดยได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ของการพัฒนาระบบราชการในช่วงระยะปี พ.ศ. 2546 - 2550 ว่า
      ?พัฒนาระบบราชการไทยให้มีความเป็นเลิศ สามารถรองรับกับการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและประโยชน์สุขของประชาชน?
โดยกำหนดเป้าประสงค์ ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน และแนวทางการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ ไว้ดังนี้
      เป้าประสงค์หลักของการพัฒนาระบบราชการไทย 4 ประการ
- พัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น
- ปรับบทบาท ภารกิจ และขนาดให้มีความเหมาะสม
- ยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทำงานให้อยู่ในระดับสูงเทียบเท่าเกณฑ์สากล
- ตอบสนองต่อการบริหารปกครองในระบอบประชาธิปไตย
       ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย มี 7 ประการ ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน 
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน 
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การรื้อปรับระบบการเงินและการงบประมาณ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การสร้างระบบบริหารงานบุคคลและค่าตอบแทนใหม่ 
ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม 
ยุทธศาสตร์ที่ 6 : การเสริมสร้างระบบราชการให้ทันสมัย 
ยุทธศาสตร์ที่ 7 : การเปิดระบบราชการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
การจะนำยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ไปสู่การปฏิบัติตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ ต้องมี เครื่องมือต่าง ๆที่จะนำยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ข้อนี้  ไปปฏิบัติ   จึงต้องตราเป็นพระราชกฤษฏีกา (พรก. ) ขึ้น โดยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับหลักการตามมาตรา 3/1  และ มาตรา 71/10 (5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2545 จึงเกิด พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546   ขึ้นนี่ละครับ
ฉะนั้นคงเข้าใจ คำว่า  กพร. และ  พรก.แล้วนะครับ
2. หลักการตามมาตรา 3/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545
      พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545 จัดเป็นกฎหมายแม่บทในการปฏิรูประบบราชการของประเทศไทยในช่วงปัจจุบัน ได้กำหนดหลักการทั่วไปในการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงปัจจุบันไว้ว่า
?การบริหารราชการตามพระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ โดยต้องมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน?
ตามมาตรา 3/1 ได้กำหนดหลักการในการบริหารราชการแผ่นดินว่า ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตราดังกล่าวจะตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการสั่งการให้ส่วนราชการปฏิบัติก็ได้ ในการนี้คณะกรรมการ ก.พ.ร. และสำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้จัดร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2546 ได้มีมติเห็นชอบด้วยกับหลักการที่เสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ
1.การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2.การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
3.การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
4.การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
5.การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
6.การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน และ
การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
3.พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
พ.ศ. 2546
      ในการดำเนินการปฏิรูประบบราชการ นอกจากจะมีการกำหนดนโยบายในรูปแบบของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการแล้ว รัฐบาลยังได้มีออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยมีความประสงค์จะให้ใช้บังคับกับส่วนราชการในทุกกระทรวง ทบวง กรม ทั้งที่เป็นราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาค รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่อยู่ในกำกับของราชการฝ่ายบริหารที่มีการจัดตั้งขึ้น และมีการปฏิบัติราชการเช่นเดียวกับกระทรวง ทบวง กรม โดยมีรายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และกรอบแนวทางการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้
หมวดที่ 1 เป็นการกำหนดขอบเขตความหมาย
หมวดที่ 2 กำหนดแนวทางการบริหารราชการ
หมวดที่ 3 กล่าวถึง ?การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ? 
หมวดที่ 4 การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า
หมวดที่ 5 การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
หมวดที่ 6 การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ
หมวดที่ 7 การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน
หมวดที่ 8 การประเมินผลการปฏิบัติราชการ
                ******************
.มาตรา 1  พระราชกฤษฏีกานี้เรียกว่า ?พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  พ.ศ.2546 ?
มาตรา 2 พระกฤษฏีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา     เป็นต้นไป

ข้อ 1 การปฏิบัติตามพระราชกฤษฏีกานี้ในเรื่องใดสมควรที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเมื่อใดและจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใด  ให้เป็นไปเช่นใด?
ก.  ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ ก.พร.                                                ข.  ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ พ.ร.ก.                                              ค.  ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ ก.พ.                                                ง.   ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ พ.ร.บ.
.ตอบ ก.  ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ ก.พ.ร.(  มาตรา 3)
มาตรา 3 การปฏิบัติตามพระราชกฤษฏีกานี้ในเรื่องใดสมควรที่ส่วนราชการใดจะปฏิบัติเมื่อใดและจะต้องมีเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามข้อเสนอแนะ ก.พ.ร.  (หวังว่าเข้าใจคำว่า ก.พ.ร.และ พ.ร.ก.แล้วนะครับหากยังไม่เข้าใจย้อนขึ้นไปดูนะครับ)

ข้อ 2  ในพระราชกฤษฏีกานี้  คำว่า ? ส่วนราชการ ? หมายความว่า อย่างไร?
ก.  ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของราชการฝ่ายบริการ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น                                   ข.  ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของราชการฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ไม่รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค.  ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของราชการฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง.  ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของราชการฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตอบ ง.  ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของราชการฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(มาตรา 4)
มาตรา 4  ในพระราชกฤษฏีกานี้
 ? ส่วนราชการ ? หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับข่องราชการฝ่ายบริหาร แต่ไม่รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
?รัฐวิสาหกิจ ?หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฏีกา
?ข้าราชการ ? หมายความรวมถึงพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการ

ข้อ 3 ?ข้าราชการ ?  ตามพระราชกฤษฏีกานี้หมายความรวมถึงใครบ้าง?
ก.พนักงาน
ข.ลูกจ้าง
ค.ผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการ
ง.ถูกหมด
ตอบ ง.ถูกหมด   (มาตรา 4 ดูคำเฉลยข้อ 2)

ข้อ 4 ?รัฐวิสาหกิจ ?หมายความว่า อย่างไร?
ก.รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ
ข.รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฏีกา
ค. รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎกระทรวง
 ง. ถูกหมดทั้ง ก.และ ข.
ตอบ ง. ถูกหมดทั้ง ก.และ ข.
(มาตรา 4 ดูคำเฉลยข้อ 2)

ข้อ 5 ใครเป็นผู้รักษาการ ตาม พระราชกฤษฏีกานี้
ก.นายกรัฐมนตรี
ข.ประธานคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาระบบราชการไทย                   
ค.คณะรัฐมนตรี         
ง.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ตอบ ก.นายกรัฐมนตรี มาตรา 5
มาตรา 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฏีกานี้

ข้อ 6 ข้อใดเป็นการบริหารเพื่อบรรลุเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ก.  เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ค.  มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ง.ถูกหมดทุกข้อ 
ตอบ ง.ถูกหมดทุกข้อ( หมวดที่ 1 มาตรา 6)

ข้อ 7 ข้อใดผิดเรื่องของบริหารเพื่อบรรลุเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ก.  ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
ข. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์
ค. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวก และได้รับการตอบสนองความต้องการ
ง.   มีการวางแผนเตรียมการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
ตอบ  ง.   มีการวางแผนเตรียมการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ ( หมวดที่ 1 มาตรา 6)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว