งานราชการ สอบท้องถิ่น ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่น

หัวข้อ: การวิ่งงบประมาณของ อปท.ที่ “ไม่มีใบเสร็จ”

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมื่อ: 21/ม.ค./2016, 10:00:34 AM
18849 ครั้ง
LINE it!
การวิ่งงบประมาณของ อปท.ที่ “ไม่มีใบเสร็จ”
บทความโดย สรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย

องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีปัญหางบประมาณไม่เพียงพอในการบริหารตามภารกิจ โดยเฉพาะเทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวน 7,567 แห่ง (ร้อยละ 96) เพราะมีงบประมาณรายได้ทั้งจากที่ อปท. เก็บเอง และที่รัฐจัดเก็บให้เป็นจำนวนน้อย จัดสรรงบประมาณแก่ อปท. ตาม พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ พ.ศ. 2542 มี 2 ประเภท คือ

1. งบเงินอุดหนุนทั่วไป ยอดเงินหารเฉลี่ยตามจำนวน อปท. และคิดจากจำนวนหัวประชากรเป็นหลัก เทศบาลและ อบต. แบ่งกันตามสัดส่วน แต่ อบจ. กทม เมืองพัทยา แยกต่างหาก งบอุดหนุนทั่วไปนี้รวม งบอาหารเสริมนม งบค่าอาหารกลางวัน เบี้ยผู้สูงอายุ (คนชรา) เบี้ยคนพิการ เบี้ยผู้ป่วยโรคเอดส์ ซึ่งแต่เดิมเป็นงบที่เรียกว่า “งบอุดหนุนทั่วไประบุวัตถุประสงค์” ดูจากตัวเลขรวมแล้วจะมาก แต่หากเทียบภารกิจ อปท. แล้วเห็นว่า “งบไม่เพียงพอ” ประกอบกับรายจ่ายประจำในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง เงินสวัสดิการ และเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นของพนักงาน ลูกจ้างที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้งบอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาลไม่เพียงพอนำมาพัฒนา เพราะ อปท. ส่วนใหญ่ (ขนาดเล็ก) จะมีงบประมาณรายจ่ายเพื่อการพัฒนาเฉลี่ย อปท. ละ 3 ล้านบาทเท่านั้น

2. งบเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เป็นงบประมาณที่จัดสรรตามความเดือดร้อนความจำเป็นในการพัฒนา โดยการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากเจ้าของงบในส่วนกลาง แหล่งงบประมาณส่วนใหญ่ก็คือ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แก่ งบก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก งบก่อสร้างโรงเรียน งบกล้องวงจรปิด งบแหล่งน้ำ งบโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ทาง เป็นต้น
เหตุใดท้องถิ่นต้องวิ่งงบประมาณ

เนื่องจาก อปท. ส่วนใหญ่เป็น “พื้นที่ชนบท” มีรายได้น้อยจากการจัดเก็บภาษีได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.) ภาษีป้าย (ภป.) ภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภรด.) ค่าธรรมเนียมอากรฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียมสาธารณสุขฯ ทำให้ อปท. มีงบประมาณรายได้ไม่เพียงพอ ประกอบกับที่ผ่านมา อปท. ได้รับการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาลเพียงร้อยละ 27 ของงบประมาณรายได้ของรัฐเท่านั้น หากเทียบกับภารกิจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้ง อปท. และ พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ ฯ แล้ว อปท.มีภารกิจบริการสาธารณะที่มากมาย อาทิ การจัดเก็บขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การจัดการศึกษา การควบคุมโรคติดต่อ การส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม การจัดหาน้ำดื่มอุปโภคบริโภค การพัฒนาถนนหนทาง การพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ การสร้างกลุ่มอาชีพ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ
จากการประชาคมหมู่บ้านและชุมชนเป็นประจำทุกปี ทำให้นายก อปท. ในที่นี้คือ นายกเทศมนตรีตำบล และนายก อบต. ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการตามโครงการนั้นได้ เนื่องจากขาดงบประมาณ จึงเป็นภาระของ นายก อปท. ที่ต้องพยายามวิ่งหางบประมาณจากภายนอกมา เพื่อแก้ไขปัญหาฯ ตามที่ตนได้รับปากต่อชาวบ้านไว้แล้ว ซึ่งแหล่งงบประมาณที่สำคัญก็คือ “งบประมาณเงินอุดหนุนนเฉพาะกิจ” ดังกล่าวข้างต้นนั่นเอง

ขั้นตอนการวิ่งงบประมาณ
ลำดับขั้นตอน พอสังเขป เริ่มจากการทำประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็น ปัญหาและความต้องการของประชาชน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 มีการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน มีการจัดทำโครงการฯ เพื่อการอนุมัติแผน และมีการแยกแยะแผนว่าจะดำเนินการเองตามงบประมาณขออง อปท. เอง หรือจะดำเนินการเองบางส่วน สำหรับโครงการที่เหลือที่ไม่สามารถดำเนินการได้เรียกว่า “แผนชุมชนที่เกินศักยภาพของชุมชน” ต้องส่งแผนไปบรรจุที่ แผนพัฒนาของ อบจ. และ ยุทธศาสตร์จังหวัด ซึ่งแผนที่เกินศักยภาพนี้เอง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของราษฎรในฐานะตัวแทนของประชาชน หรือผู้อาสาเข้ามารับใช้ประชาชนให้เป็นผลสำเร็จ นายก อปท. จึงพยายามหาช่องทาง ไม่ว่ากรณีใด ๆ เพื่อให้ได้งบประมาณมาพัฒนา อปท. ให้มากที่สุด เช่น การเข้าหาแหล่งงบประมาณ และผู้มีอำนาจอนุมัติงบประมาณ เป็นต้น จึงเกิดลักษณะของการของบประมาณโครงการที่เรียกว่า “การวิ่งงบประมาณ” ขึ้น



งบประมาณองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
งบประมาณพัฒนา อบจ. จะจัดสรรเป็นโควตาตามจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ. หรือ สจ.) ในพื้นที่โดยหารงบประมาณเป็นสัดส่วนตามจำนวนคน สำหรับโควต้างบของนายก อบจ. จะลงโครงการในพื้นที่ที่เป็นฐานเสียง มักไม่คำนึงถึงการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ส่วนใหญ่เป็นงบจัดซื้อ เพราะดำเนินการง่าย เช่น ซื้อสื่อการเรียนการสอน (แจกโรงเรียน) ซื้อเครื่องจักร งบวัสดุในการจัดงานประเพณีต่างๆ งบก่อสร้างโครงการมีน้อยมาก งบดังกล่าวจึงไม่ตอบสนองต่อปัญหาความต้องการ และไม่เพียงพอทั่วถึงแก่ประชาชน
งบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัด และกลุ่มจังหวัด
มีจำนวนงบประมาณที่ค่อนข้างสูง แต่การจัดสรรงบดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจ นโยบาย หรือตามสโลแกน นโยบาย คำขวัญที่ต้องการหรืออยากได้ อยากทำหรือรณรงค์ในสิ่งใด ของผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) แต่ละคน โดยมีสำนักงานจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการตามแผนฯ การบรรจุโครงการในท้องถิ่นใด ก็จะผ่านโครงการไปยังส่วนราชการประจำจังหวัด และอำเภอ เช่น พัฒนาชุมชนจังหวัด แขวงการทาง เกษตรจังหวัด ปกครองอำเภอ เป็นต้น
ลักษณะโครงการเป็นเช่นเดียวกับงบประมาณของ อบจ. ดังกล่าวข้างต้น ที่ตัวโครงการมักไม่สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากมีการโยกย้าย หรือ ผวจ. เกษียณราชการนโยบายหรือแนวทางดังกล่าวก็ยกเลิกหรือไม่ได้รับการสานต่อจาก ผวจ. คนใหม่แต่อย่างใด เพราะเป็นการปฏิบัตินโยบายที่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล

นอกจากนี้ งบประมาณของกระทรวง ทบวง กรม ที่มีภารกิจเฉพาะ เช่น กรมทางหลวง กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฯลฯ เหล่านี้ คือช่องทางผ่านของโครงการ “แผนที่เกินศักยภาพ” ซึ่งสำนักงานจังหวัดจะบรรจุแผนส่งไปให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบดังกล่าว หรือ ให้ อปท. ประสงค์ขอรับงบประมาณจากกรมที่มีงบประมาณนั้นโดยตรง

งบประมาณกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ถือเป็นแหล่งงบประมาณสำคัญของท้องถิ่นที่ทุก อปท. “วิ่งงบประมาณ” เพราะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุน อปท. โดยการจัดสรรงบประมาณ “เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ” ต่อปีเป็นจำนวนมากมากองรวมไว้ จากข้อมูลปี 2556 งบอุดหนุนเฉพาะกิจ วงเงิน 1.19 แสนล้านบาท

อปท. เป็นผู้เสนอโครงการข้ามปีตามระบบปีงบประมาณของส่วนกลาง เช่น งบประมาณปี 2559 อปท. ต้องส่งโครงการขอตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้น โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะแจ้งหนังสือเวียนผ่านจังหวัดให้ทุก อปท. เสนอโครงการผ่านจังหวัด เพื่อส่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติงบประมาณ การทราบผลอนุมัติโครงการฯ ก็ต่อเมื่อ “อปท.ได้รับใบจัดสรรโครงการ” ในอีกหนึ่งปีถัดไปเท่านั้น ซึ่งไม่แน่นอนว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณหรือไม่เพียงใด

ข้อสังเกตการวิ่งงบประมาณ
มีข้อสังเกตในการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในฐานะผู้สนับสนุนงบประมาณหลักของ อปท. ดังนี้
1. สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (สนทท.) และสมาคมท้องถิ่นอื่น เคยเรียกร้องให้ยกเลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจทั้งหมดและให้เปลี่ยนเป็น “เงินอุดหนุนทั่วไป” แทน เพื่อให้ อปท. ได้รับงบประมาณเงินอุดหนุนที่เท่าเทียมกัน เนื่องจากงบเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนั้น ไม่มีหลักเกณฑ์มาตรฐานหรือกติกาในการจัดสรร ส่วนใหญ่ไม่อาจคาดเดาเหตุผลได้เลยว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาจัดสรรงบ เช่น อปท. ที่เคยได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจก็มักจะได้รับการจัดสรรเป็นประจำทุกปี แต่ อปท. ที่ไม่เคยได้รับการจัดสรรฯ ก็จะไม่เคยได้รับการจัดสรรฯ เช่นเดิม เป็นต้น
2. ข่าวการซื้อโครงการ การจ่ายเงินล่วงหน้า การทุจริต วิ่งเต้นโครงการ รวมเรียกว่า “การวิ่งงบประมาณ” มีมาทุกยุคทุกสมัยที่ผู้เกี่ยวข้องต่างยอมรับว่ามีอยู่จริง สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง เกิดจากการตั้งงบประมาณ ลอยๆ (ไม่แน่นอน) แล้วจึงมีการจัดสรรงบประมาณโครงการในภายหลัง เช่น งบการก่อสร้างตลาด หรืองบก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในการเสนอโครงการก็มีเพียงยอดเงินงบประมาณ ไม่มีรายละเอียดที่ขอเสนอโครงการไป แต่รัฐบาลก็จัดสรรให้ตามจำนวนที่ให้ หรือตามแบบแปลนมาตรฐานที่มี สำหรับการอนุมัติต้องรอจากใบจัดสรรงบประมาณเท่านั้น จึงจะทราบว่าได้รับงบประมาณ การได้รับการจัดสรรงบประมาณจึงเหมือนฝัน
3. ประเด็นสำคัญที่คนท้องถิ่นรับรู้และยอมรับกัน และเล่าขานกันมาปากต่อปากมาตลอด โดยไม่มีหลักฐาน จึงไม่มีใครกล้าพูด เพราะ “ไม่มีใบเสร็จ” ก็คือ การวิ่งงบประมาณที่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ล่วงหน้า ก่อนใบจัดสรรงบประมาณออก โดยการประสานงานของนายหน้าที่อาจเป็นคนนอก หรือ ตัวนายก อปท. ที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะ อปท. ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นปกติประจำ เป็นตำนานเล่าขานกันไม่รู้จบถึงการทุจริตและความไม่ยุติธรรมในการจัดสรรงบประมาณ


ข้อสรุป
ตราบใดที่ความจำเป็นเดือดร้อนของประชาชน อปท. มีมาก ความต้องการงบประมาณของ อปท. ก็ย่อมมีมาก การพิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจล่วงหน้า ที่ขึ้นกับดุลพินิจ การพิจารณาที่ไม่โปรงใส ประกอบกับเม็ดเงินในจำนวนที่สูงมาก ก็ยิ่งทำให้ผู้พิจารณาอนุมัติฯ มีอำนาจมากยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาการวิ่งงบประมาณแบบ “เงินแลกใบจัดสรรฯ” ก็คงไม่มีทางหมดไปได้ หากหน่วยงานราชการผู้มีอำนาจ และ ผู้เกี่ยวข้องยังหมกมุ่นอยู่ในวังวนของผลประโยชน์ส่วนตน ขาดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม และชาติบ้านเมือง แม้จะอยู่ในยุค คสช. ที่เข้มงวดต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นก็ไม่อาจแก้ไขปัญหานี้ได้




ที่มา. 21 มกราคม 2559
https://www.gotoknow.org/posts/599786
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06/มิ.ย./2016, 03:28:49 PM โดย ส.เสือ™
อัพเดทข่าวสารท้องถิ่นผ่านทาง LINE ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

เพียงแค่แอดไลน์ไอดี @thailocalmeet

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailocalmeet.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailocalmeet.com
Copyright (C) 2009 www.thailocalmeet.com All rights reserved.

2 ความคิดเห็น

รองปลัด I.T.

#1 poy_devil 21/ม.ค./2016, 11:37:46 AM

ผมโดนอยู่ทุกวันนี้เกี่ยวกับการวิ่งเต้นงบประมาณ แล้ว ค่า.... ให้ "นาย"  แล้วคนที่วิ่งบประมาณเนี่ย ไม่ใช่ อปท.ด้วย แต่เป็น ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น อย่างกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

เจ้าหน้าที่ใหม่

#2 nui charoenchai 29/เม.ย./2016, 04:03:57 PM

 :wanwan015: