งานราชการ สอบท้องถิ่น ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่น

หัวข้อ: ระบายรหัสประจำตัวสอบผิด "ไม่ตัดสิทธิ" คะแนนสอบ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมื่อ: 27/ธ.ค./2016, 10:08:03 AM
14244 ครั้ง
LINE it!
ระบายรหัสประจำตัวสอบผิด "ไม่ตัดสิทธิ" คะแนนสอบ



ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งสูงขึ้น การทดสอบความรู้ความสามารถของบุคคลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการนั้น ๆ กําหนด ถือเป็นวิธีการหนึ่ง เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมกับตําแหน่งงานมากที่สุดโดยผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการเข้าสอบและวิธีการสอบอย่างเคร่งครัด เช่น การสอบข้อเขียนซึ่งผู้เข้าสอบจะต้องกรอกรหัสประจําตัวสอบ การแสดงบัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ก่อนเข้าห้องสอบ ห้ามนําเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้าห้องสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการสอบ หากผู้สมัครสอบไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการเข้าสอบและวิธีการสอบดังกล่าว หรือมีเจตนาทุจริตในการสอบหรือพยายามกระทําการทุจริตในการสอบ ผู้สมัครสอบอาจไม่ได้รับอนุญาตให้สอบหรืออาจถูกพิจารณาตัดสิทธิไม่ตรวจให้คะแนนสอบได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการสอบคัดเลือกจะกําหนดให้อํานาจหน่วยงานที่จัดสอบในการไม่อนุญาตหรือตัดสิทธิไม่ตรวจคะแนนสอบได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้อํานาจนั้นโดยไม่คํานึงถึงวัตถุประสงค์ของการสอบคัดเลือกหรือเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ดังเช่นคดีปกครองที่นํามาเล่าสู่กันฟังในคอลัมน์กฎหมายใกล้ตัวฉบับนี้เป็นเรื่องของข้าราชการผู้เข้าสอบได้ระบายรหัสประจําตัวสอบผิดและถูกตัดสิทธิในการตรวจคะแนนในวิชานั้น ทําให้ไม่มีชื่อเป็นผู้สอบผ่าน

กรณีดังกล่าวถือเป็นข้อผิดพลาดถึงขนาดต้องตัดสิทธิไม่ได้รับคะแนนในรายวิชานั้นหรือไม่
คดีนี้เกิดจาก ผู้ฟ้องคดีสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งรองผู้อํานวยการสถานศึกษาและผู้อํานวยการสถานศึกษาต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดี (เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านภาค ก ปรากฏว่าไม่มีรายชื่อของผู้ฟ้องคดีผู้ฟ้องคดีไปขอดูคะแนนสอบจึงทราบว่า ผู้ฟ้องคดีทําข้อสอบวิชาภาคเช้าได้ 62 คะแนน แต่ระบายรหัสประจําตัวสอบในการกระดาษคําตอบวิชาดังกล่าวผิด ส่วนข้อสอบวิชาภาคบ่ายผู้ฟ้องคดีได้ 67 คะแนน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่นําคะแนนในวิชาที่ระบายรหัสประจําตัวสอบผิดรวมกับคะแนนสอบอีกวิชา ทําให้ผู้ฟ้องคดีไม่มีชื่อเป็นผู้สอบผ่านภาค ก.

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ในกระดาษคําตอบได้ปรากฏชื่อและชื่อสกุลของผู้ฟ้องคดีการระบายรหัสประจําตัวสอบผิดจึงไม่ใช่สาระสําคัญที่จะทําให้การตรวจข้อสอบต้องเสียไป เมื่อผู้ฟ้องคดีได้ผลคะแนนสอบสองวิชารวมกันเกินกว่าร้อยละห้าสิบถือเป็นผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีกําหนดไว้ จึงฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนประกาศผลการสอบภาค ก. เฉพาะรายของผู้ฟ้องคดีและให้ประกาศผลการสอบภาค ก. ใหม่ให้ถูกต้องต่อไป

ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่า ในกระดาษคําตอบมีคําแนะนําการระบายรหัสอย่างชัดเจน ซึ่งผู้เข้าสอบทุกคนต้องทราบและปฏิบัติตามการที่ผู้ฟ้องคดีระบายรหัสประจําตัวสอบผิดถือเป็นความผิดของผู้เข้าสอบเอง คณะกรรมการตรวจกระดาษคําตอบและประมวลผลการคัดเลือกจึงไม่อาจแก้คะแนนของผู้เข้าสอบได้ ประกอบกับการตรวจกระดาษคําตอบและประมวลผลการสอบแข่งขันได้ดําเนินการด้วยเครื่องจักร ตามแนวปฏิบัติตามหนังสือสํานักงาน ก.ค. ที่ศธ 1504/ว 3 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 ข้อ 2.1.2 และข้อ 2.2 กําหนดว่ากรณีที่กระดาษคําตอบไม่สามารถตรวจได้อันเนื่องมาจากความผิดพลาดของผู้เข้าสอบ เช่น ผู้เข้าสอบลงรหัสผิดพลาด ลงรหัสซ้ํากันหรือลงรหัสด้วยปากกาจะไม่มีการแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น และจะไม่นําคะแนนที่ได้จากการตรวจกระดาษคําตอบมาประมวลผล



ประเด็นที่เป็นปัญหาคือ ผู้ถูกฟ้องคดีมีสิทธินําเหตุบกพร่องของผู้ฟ้องคดีจากการระบายรหัสประจําตัวสอบผิดมาตัดสิทธิคะแนนสอบ โดยถือว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สอบไม่ผ่านหรือไม่ ?

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แนวปฏิบัติในการตรวจกระดาษคําตอบและประมวลผล การสอบแข่งขันด้วยเครื่องจักรฯ ที่นํามาใช้ขณะเกิดข้อพิพาทเป็นระเบียบภายในเพื่ออํานวยความสะดวก ในการตรวจกระดาษคําตอบและประมวลผลการสอบ แต่การคัดเลือกข้าราชการครูเพื่อดํารงตําแหน่งรองผู้อํานวยการสถานศึกษาและผู้อํานวยการสถานศึกษา เป็นการทดสอบความรู้ความสามารถของผู้เข้ารับการคัดเลือก การกระทําที่จะมีผลถึงขนาดให้การทดสอบความรู้ความสามารถเสียไปต้องเป็นการกระทําที่กระทบต่อสาระสําคัญของการทดสอบความรู้ความสามารถ เช่น การทุจริตในการสอบ แต่การระบายรหัสประจําตัวสอบไม่ตรงกับเลขรหัสประจําตัวสอบไม่กระทบต่อสาระสําคัญของการทดสอบความรู้ความสามารถ
ของผู้เข้าสอบ และไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตในการสอบและมีผลคะแนนออกมาแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีก็มีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติต่อไปเพียงการประมวลผลคะแนน

การตรวจสอบชื่อผู้เข้าสอบในกระดาษคําตอบที่มีการระบายรหัสประจําตัวสอบไม่ตรงกับเลขรหัสประจําตัวสอบจะทําให้ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้รับความสะดวก และก่อให้เกิดความล่าช้าในการตรวจให้คะแนนและประมวลผลคะแนนเท่านั้น แต่ไม่ได้ทําให้สาระสําคัญในการคัดเลือกดังกล่าวเสียไป การนําแนวปฏิบัติดังกล่าวมาตัดสิทธิในคะแนนของผู้ฟ้องคดีจึงขัดต่อเจตนารมณ์ทางกฎหมายของการทดสอบความรู้ความสามารถเพื่อคัดเลือกรองผู้อํานวยการสถานศึกษาและผู้อํานวยการสถานศึกษา

นอกจากนั้น ผู้ถูกฟ้องคดียังต้องนําแนวปฏิบัติการดําเนินการสอบภาค ก. ที่กําหนด ขึ้นมาใช้บังคับในปีพ.ศ. 2552 มาพิจารณาประกอบด้วย เมื่อแนวปฏิบัติการดําเนินการสอบภาค ก.ได้กําหนดให้กรรมการกํากับห้องสอบมีหน้าที่ตรวจสอบการลงรหัสวิชาและรหัสประจําตัวสอบของผู้เข้าสอบเพื่อป้องกันการทุจริตในการสอบ กรรมการกํากับห้องสอบจึงมีหน้าที่ต้องตรวจการระบายรหัสประจําตัวสอบให้ตรงกับเลขรหัสประจําตัวสอบและตัวบุคคลที่เข้าสอบก่อนเก็บกระดาษคําตอบ

ดังนั้น เมื่อพบว่ามีผู้เข้าสอบระบายรหัสประจําตัวสอบไม่ตรงกับเลขรหัสประจําตัวสอบจึงไม่ได้เป็นความผิดพลาดของผู้เข้าสอบเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความผิดพลาดของกรรมการกํากับห้องสอบ ประกอบด้วยจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นกรณีที่เกิดมาจากความผิดพลาดของผู้เข้าสอบตามข้อ 2.2 ของแนวปฏิบัติในการตรวจกระดาษคําตอบและประมวลผลการสอบแข่งขันด้วยเครื่องจักรฯ ที่จะตัดสิทธิผู้ฟ้องคดีเนื่องจากระบายรหัสประจําตัวสอบไม่ตรงกับเลขรหัสประจําตัวสอบ

ประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีเฉพาะส่วนที่ไม่ประกาศรายชื่อผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สอบผ่านภาค ก. จึงเป็นคําสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องนําคะแนนสอบในวิชาที่ระบายรหัสประจําตัวสอบผิดมารวมในบัญชีคะแนนและประกาศรายชื่อผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สอบผ่านภาคก. ให้ถูกต้อง (คําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่อ. 479/2558)

คดีนี้เป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติราชการที่ดีสําหรับหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้องใช้อํานาจโดยคํานึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้อํานาจในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งแม้ว่าจะได้มีการกําหนดแนวปฏิบัติขึ้นเป็นการภายในเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทําหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ใช้อํานาจก็ไม่อาจนําแนวปฏิบัติดังกล่าวมาใช้ในทางที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้อํานาจได้หรือไม่อาจนําข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติดังกล่าวในข้อที่มิใช่สาระสําคัญมาเป็นเหตุผลของการใช้อํานาจ จนส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่เป็นคู่กรณีในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง นอกจากนี้คดีนี้ยังเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสําหรับผู้เข้าสอบคัดเลือกหรือสอบแข่งขันในทุกสนามสอบที่จะต้องปฏิบัติตามคําชี้แจงหรือข้อสั่งการที่กําหนดไว้สําหรับการสอบในครั้งนั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเขียนเลขประจําตัวสอบหรือการระบายรหัสประจําตัวสอบจะต้องถูกต้องเพื่อมิให้ต้องเกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทดังเช่นคดีนี้เป็นต้น




นางสาวนิตา บุณยรัตน์   พนักงานคดีปกครองชํานาญการ
กลุ่มเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและวารสาร
สํานักวิจัยและวิชาการ สํานักงานศาลปกครอง
วารสารกรมประชาสัมพันธ์คอลัมน์กฎหมายใกล้ตัว ฉบับเดือนธันวาคม 2558
อัพเดทข่าวสารท้องถิ่นผ่านทาง LINE ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

เพียงแค่แอดไลน์ไอดี @thailocalmeet

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailocalmeet.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailocalmeet.com
Copyright (C) 2009 www.thailocalmeet.com All rights reserved.

2 ความคิดเห็น

รองหัวหน้าเว็บ

#1 ceretro 06/ก.พ./2017, 02:36:32 PM

แล้วการสอบแข่งขันที่ผู้เข้าสอบไม่ได้ทุจริต แต่จะมีการประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้  เพราะว่ากระบวนการออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ ไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 

แบบนี้มันเกิดความเสียหายต่อผู้สอบได้และขึ้นบัญชีไว้นะครับ ซึ่งผู้สอบแข่งขันไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในกระบวนการออกข้อสอบหรือคัดเลือกข้อสอบเลย  หากมีการยกเลิกบัญชีสอบแข่งขันได้จริงๆ  กรรมจะตกอยู่ที่"ผู้สอบ" อย่างเดียวเลยหรือ

รองหัวหน้าเว็บ

#2 ceretro 06/ก.พ./2017, 02:38:18 PM

สอบนายสิบตำรวจมีการทุจริตจริง  เขายังแยกแยะระหว่างคนสอบได้โดยทุจริต
กับสอบได้โดยสุจริตเลย ไม่ได้เหมารวมยกเข่งเหมือนสอบท้องถิ่น