ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

432791 กระทู้ ใน 35067 หัวข้อ- โดย 183156 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: JaoAuanB

02 ตุลาคม 2014, 09:21:48 PM
งานราชการ ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่นท้องถิ่น น่ารู้บทความท้องถิ่นสัมภาษณ์พิเศษ ศ.( พิเศษ) ดร. สมชัย ฤชุพันธุ์ ค้นความรู้สู่การบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สัมภาษณ์พิเศษ ศ.( พิเศษ) ดร. สมชัย ฤชุพันธุ์ ค้นความรู้สู่การบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  (อ่าน 3553 ครั้ง)
(คนหลังจอ)
(ผู้ดูแลบอร์ด)
เซียน(GURU)
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 795



เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2009, 11:19:45 PM »



จากประกาศพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้มากว่า 6 ปี ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้อง ถิ่น ( อปท.) หลักการสำคัญประการหนึ่งใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือ การเสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการให้กับ อปท. ซึ่งสัมฤทธิ์ผลในอันที่จะก่อให้เกิดการตอบสนองภายใต้หลักการนี้ ?การวิจัยและพัฒนา? เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่จะช่วยค้นหาความรู้จาก อปท. ที่มีความต่างกันตามบริบทของพื้นที่ได้ ?ประชาคมวิจัย? ฉบับนี้จึงขอพาผู้อ่านไปร่วมค้นความรู้และวิธีการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนา ขีดความสามารถในการบริหารจัดการ อปท. กัน

    * ขอเรียนถามท่านเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่หลักของสถาบันพัฒนาสยาม

สถาบันพัฒนาสยาม (Siam Development Institute หรือ SDI) เป็นสถาบันวิจัยที่มูลนิธิสถาบันพัฒนาสยามจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการศึกษา วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในด้านต่าง ๆ โดยที่สถาบันฯ มุ่งผลิตผลงานวิจัยที่มีความเป็นกลาง มีความครบถ้วน และมีคุณภาพ ได้มาตรฐานการวิจัยที่ดี สถาบันฯ มิได้มุ่งทำการวิจัยเพียงเพื่อผลิตรายงานการวิจัยที่ดีแต่อย่างเดียว แต่มุ่งทำการวิจัยเพื่อใช้การวิจัยเป็นสื่อในการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ด้วย สถาบันฯ เห็นว่า กระบวนการวิจัยมีความสำคัญไม่น้อยกว่าผลการวิจัย ดังนั้น ในการดำเนินการวิจัย นอกจากสถาบันฯ จะมุ่งผลิตผลงานวิจัยที่ดีแล้ว ยังมุ่งใช้กระบวนการวิจัยมาสร้างนักวิจัย และสร้างเครือข่ายของการร่วมมือกัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นการพัฒนาประเทศด้วย สถาบันฯ ใช้วิธีการเสาะแสวงหาความรู้ และทางออก ด้วยวิธีทั้งจากบนสู่ล่าง (Top-Down) และวิธีจากล่างสู่บน (Bottom-Up) รวมทั้งวางระเบียบวิธีการวิจัย ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stake Holders) ทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคประชาชน มีส่วนร่วมตั้งแต่ระยะแรก ๆ ของการวิจัย โดยในขณะนี้สถาบันฯ ได้ดำเนินโครงการวิจัยอยู่หลายโครงการ และที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เช่น โครงการการกระจายอำนาจการคลังสู่ส่วนท้องถิ่น การศึกษาเรื่องการปรับแก้ระบบกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา การวิจัยเกี่ยวกับการปฏิรูประบบภาษีศุลกากร งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสุรา ส่วนโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการโดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. อยู่ คือ โครงการ วิจัยและพัฒนาเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ( พขบ.)

    * อยากให้ท่านช่วยเล่าภาพรวมของโครงการวิจัยและพัฒนาเรื่องการเพิ่มขีดความ สามารถในการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( พขบ.) ที่ได้รับทุนจาก สกว.

โครงการนี้เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่า ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มีการออกกฎหมายและตั้งคณะกรรมการกระจายอำนาจ มีการตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ทั่วประเทศ ในขณะเดียวกันกับที่มีเสียงบ่นว่า ?อปท. ไม่พร้อมและไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการงบประมาณ? อปท. ได้แต่นำเงินงบประมาณที่ส่วนกลางโอนให้นั้นไปซื้อรถ ซื้ออาคาร ผมคิดว่าเพื่อที่จะทำให้การกระจายอำนาจและการปกครองตนเองของท้องถิ่นประสบ ความสำเร็จ อปท. จะต้องมีการปฏิบัติอย่างน้อย 4 ประการคือ หนึ่ง ต้องมีการแบ่งแยกอำนาจออกจากการบริหารงานส่วนกลางไปให้ท้องถิ่น คือ ต้องมีการกระจายอำนาจ สอง ต้องให้ส่วนกลางรับรู้ว่าเวลานี้งานปฏิบัติการส่วนใหญ่ได้โอนไปให้ท้องถิ่น แล้ว ส่วนกลางต้องยอมรับและต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการของส่วนกลาง เสียใหม่ ส่วนกลางต้องดำเนินการในเรื่องการกำกับดูแล การกำหนดนโยบาย มากกว่าที่จะต้องไปดูแลเรื่องการปฏิบัติการ สาม ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการ อปท. ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เพื่อรองรับภารกิจที่มีมากขึ้น สี่ ต้องมีการทำงานกับภาคประชาชนทำให้ประชาชนตื่นตัวเพื่อว่าประชาชนจะได้ช่วย กันกำกับดูแลการทำงานของผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งทั้งสี่ประการที่กล่าวมานี้ โดยเฉพาะประการที่หนึ่ง, สอง และสี่ กระทรวง ทบวง กรม และภาคประชาชน มีการดำเนินการกันอยู่แล้ว ส่วนประการที่สาม ซึ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการของ อปท. ในทางปฏิบัติยังไม่ค่อยมีความจริงจังหรือหากมีการปฏิบัติกันแล้วก็เพียง ผิวเผินและฉาบฉวย ตัวอย่างเช่น การจัดการอบรมให้แก่ อปท. และให้ อปท. นำไปปฏิบัติ ซึ่งมันจะไม่ค่อยได้ผล รวมทั้งส่วนใหญ่ยังมีแนวความคิดอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ?ท้องถิ่นไม่รู้? ซึ่งในความเป็นจริงไม่ถูกต้องทั้งหมด จริงอยู่ที่เราต้องยอมรับว่า อปท. บางแห่งยังไม่รู้และยังไม่พร้อม แต่หลายแห่งเริ่มมีความพร้อมแล้ว และบางแห่งอยู่ในลักษณะที่ว่าอาจจะพัฒนาให้เกิดความพร้อมได้ เพียงแต่ว่าเราต้องใส่ใจที่จะพัฒนาการบริหารจัดการท้องถิ่นให้มีประสิทธิผล การโอนงานให้แก่ อปท. แล้วหวังให้ อปท. นำไปปฏิบัติให้เป็นในทันที เป็นสิ่งซึ่งเป็นไปไม่ได้

จะทำอย่างไรที่จะสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการให้แก่ อปท. ได้อย่างจริงจังนั้น มันต้องลงไปปฏิบัติด้วย ผมจึงเสนอเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( พขบ.) เพื่อขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สกว. โดยโครงการนี้มุ่งที่จะทำการวิจัยถึงวิธีการที่จะพัฒนา อปท. แบบลงไปปฏิบัติด้วยกันเลยในพื้นที่ โดยมีระยะเวลาโครงการ 2 ปี ใช้นักวิจัยจำนวน 50 คนใน อปท. จำนวน 10 พื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด 3 แห่ง คือ อบจ. ขอนแก่น, อบจ. จันทบุรี และ อบจ. เชียงราย เทศบาล 3 แห่ง ค ือ เทศบาลนครระยอง, เทศบาลนครอุดรธานี และเทศบาลป่าตอง อ. กระทู้ จ. ภูเก็ต องค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง คือ อบต. กลางดง อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา, อบต. บางนมโค อ. เสนา จ. พระนครศรีอยุธยา, อบต. บ้านฉาง อ. บ้านฉาง จ. ระยอง และ อบต. ท้ายเหมือง อ. ท้ายเหมือง จ. พังงา ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีนักวิจัยเข้าร่วมปฏิบัติการด้วยพื้นที่ละประมาณ 5 คน


    * ท่านใช้หลักการทำงานร่วมกับ อปท. ในลักษณะใด

ในการทำงานวิจัยและพัฒนานี้ นักวิจัยและพัฒนาของสถาบันฯ จะใช้หลักวิธีที่สำคัญในการทำงานร่วมกับ อปท. 2 ประการคือ กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและการใช้แผนเป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้ ในการทำงานร่วมกันกับ อปท. เราต้องคิดอยู่เสมอว่าเราไม่ได้เก่งกว่าหรือดีกว่า เราต้องวางตัวแบบเราไปช่วยเขา ร่วมกันคิดร่วมกันทำ ร่วมกันศึกษา ร่วมกันปรับแก้ และร่วมกันแก้ปัญหาแบบกัลยาณมิตร ไปคลุกคลี ไปช่วยเขาทำงาน เช่น ไปช่วยเขาเรื่องการจดทะเบียนสมรส ไปเยี่ยมพื้นที่ที่มีปัญหาฝนแล้ง เป็นต้น เพื่อที่เราจะได้มีส่วนรับรู้และเห็นปัญหา รวมถึงเรียนรู้วิธีการจัดการจากเขา ขณะเดียวกันเราก็ช่วยเขาพัฒนาแผน ช่วยเขาพัฒนาระบบงานโดยใช้แผนเป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้ แผนที่เป็นสื่อในการเรียนรู้ประกอบด้วย 7 แผนได้แก่ (1) แผนแม่บท ของ อปท. ทั้ง 10 แห่ง รวม 10 แผน (2) แผนปฏิบัติการ ของ อปท. ทั้ง 10 แห่ง รวม 10 แผน และ (3) แผนพัฒนาขีดความสามารถ ประกอบด้วยแผนพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการ แผนพัฒนาระบบงาน แผนพัฒนาบุคลากร แผนพัฒนาองค์กร และแผนพัฒนาเทคโนโลยี ของ อปท. ทั้ง 10 แห่ง รวม 50 แผน ซึ่งการใช้แผนเป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้งานทั้งวิธีการประชุมร่วมกัน การส่งอีเมลถึงกัน การไปมาหาสู่กัน ทั้งหมดนี้ได้ดำเนินการไปประมาณ 1 ปีแล้ว ซึ่งการเริ่มต้นด้วยวิธีแบบนี้ในช่วงแรกจะค่อนข้างยาก แต่จะเริ่มเห็นผลว่าวิธีการแบบนี้จะเป็นการสร้างความผูกพัน ความเป็นกันเอง ทำให้ อปท. สามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติ เพราะได้รับการกระตุ้นให้เห็นเป้าหมายของการทำงาน มีความหวังในชีวิต และสร้างความมั่นใจว่า อปท. สามารถแก้ปัญหาและค้นหาปัญหาได้ด้วยตัวเอง มีการจัดทำแผนแม่บท มีการแก้ไขแผน ได้ปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้ และยังมีแผนพัฒนาขีดความสามารถของแต่ละบุคคลเพื่อสำรวจตนเองว่ายังขาดทักษะ และความรู้ด้านใด และมีแผนว่าจะพัฒนาทักษะที่ยังขาดอยู่ได้อย่างไร โดยมีนักวิจัยที่เป็นเสมือนคู่คิดที่คอยช่วยกำกับดูแลการปฏิบัติตามแผน ช่วยเสริมเติมเต็มในสิ่งที่ยังขาดอยู่ เช่น จัดทำคู่มือการกำกับตนเองให้มีวินัย การปรับทัศนคติเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ให้เต็มประสิทธิภาพทั้ง ในส่วนการใช้อีเมล, การใช้อินเทอร์เน็ต, การทำ cash flow, การสร้างฐานข้อมูล (database) เพื่อเชื่อมระหว่างช่องว่างที่เป็นอยู่กับระดับขั้นเทคโนโลยี เราจะใช้วิธีการติดตามแบบไปเยี่ยมไปคุยแทนการจัดอบรมหรือการสอน ซึ่งการไปเยี่ยมไปคุยอาจต้องใช้เวลามาก แต่มันจะมีช่วงที่เป็นเงื่อนไขในการส่งผ่านความรู้ที่เขารับ คือ ให้มันเป็นไปตามลำดับ เขาก็จะมีความรู้สึกว่าเราไม่ใช่คนอื่น และใช้การจัดประชุมแสดงความคิดเห็น (forum) เป็นเวทีรายงานความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจการคลัง โดยให้เจ้าหน้าที่ อปท. ในระดับต่าง ๆ เช่น นายกเทศบาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ผู้อำนวยการกองคลัง หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ที่จบการศึกษาใหม่ ๆ มาเป็นผู้นำเสนอ โดยถือว่าเขาเป็นเจ้าของเรื่อง และเรามีหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วย และในหลายครั้งเราจะให้คนที่เป็นสมาชิกซึ่งมาเป็นประจำเหล่านั้นได้มีโอกาส มาร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นอีกหลาย ๆ ครั้ง และด้วยความทำซ้ำ มันจะก่อให้เกิดความคุ้นเคย สนิทสนม ทำให้เกิดการส่งผ่านความรู้ซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่แม้กระนั้นก็ตาม หากเขาเห็นว่าเวทีนี้เอื้อประโยชน์แก่คนในพื้นที่ใกล้เคียง เขาก็จะเชิญคนในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมเวทีนี้ด้วย เช่น ตอนที่ไปจัดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นที่ อบจ. ขอนแก่น ก็มี อปท. ในจังหวัดขอนแก่นมากันฟังกันเยอะ มีหลายคนที่มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน มีทั้งการขัดแย้งกันและโต้ตอบกันในแบบที่ไม่ต้องแสดงโวหาร ในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ

 

    * มีการเชื่อมโยงเรื่องการบริหารงานโครงการนี้กับการบริหารงานด้านอื่น ๆ อย่างไรบ้าง

โครงการนี้ต้องรายงานต่อคณะกรรมการกำกับทิศทางการดำเนินงาน (steering committee) ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี และ สกว. รวมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นก็คือว่า ผมในฐานะที่เป็นกรรมการกระจายอำนาจ ผมก็จะนำกฎเกณฑ์ที่ได้ ความรู้ที่ได้ ความเดือดร้อนและปัญหาที่ได้รับรู้ ไปสะท้อนและเล่าให้ที่ประชุมคณะกรรมการกระจายอำนาจได้รับทราบ ส่วนที่จะไปนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือยกประเด็นเพื่อการแก้ปัญหาต่อกระทรวงมหาดไทย ผมไม่ได้ดำเนินการ เพราะคิดว่าจุดเน้นของงานที่ผมทำอยู่เป็นเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถในการ บริหารจัดการ อปท. ไม่ได้มุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าง อปท. กับราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

    * มีปัญหาเกี่ยวกับระบบงานหรือข้อจำกัดในการทำงานบ้างหรือไม่ เช่น กฎระเบียบ ขีดความสามารถของบุคลากร


ขณะนี้ยังไม่มีปัญหา แต่ว่าในเรื่องกฎระเบียบบางอย่างที่ทางการกำหนดให้ อปท. นำไปปฏิบัติบางเรื่องนั้นปฏิบัติไม่ได้หรือไม่สะดวกที่จะปฏิบัติ เช่น ข้อจำกัดในการใช้จ่ายเงินบางเรื่อง ซึ่งทางการเองก็อยากดูแลให้การใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะเป็นเงินภาษีของรัฐบาล แต่ขณะที่ อปท. เองก็อยากให้มีระบบการใช้จ่ายเงินที่คล่องตัว เพราะเห็นว่าการใช้จ่ายเงินในเรื่องนั้นเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งมันอาจไม่ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนดไว้ ซึ่งประเด็นนี้คงต้องค่อย ๆ พัฒนากันไปเพื่อให้ อปท. มีการตัดสินใจให้ดีขึ้น เผื่อว่าส่วนกลางจะได้วางใจที่จะปล่อยให้ อปท. บริหารจัดการเอง เป็นต้น

 

    * ถ้าอยากเห็น อปท. กล้าคิด กล้าทำ กล้าริเริ่มในเรื่องดี ๆ เราควรต้องทำอย่างไรบ้าง

คือ ถ้า อปท. ได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการได้สูงขึ้น และ อปท. สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีความตั้งใจจริงและมั่นใจในการทำงาน อะไรที่เขาเห็นเป็นปัญหาเขาก็จะกล้าคิดกล้าทำ แต่หลักของเราก็คือว่า เราเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกให้เขาสามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติ ตามศักยภาพและตามจุดประสงค์ของเขาให้ได้มากที่สุด แต่เราจะไม่ไปเป็นผู้พัฒนาตัวเขาเองแทนเขาและจะไม่ไปเป็นผู้ไปปฏิบัติงานแทน เขา


    * เริ่มมีความเป็นไปได้บ้างหรือยังคะ ที่ อปท. สามารถบริหารจัดการเองได้

มีบ้างแล้วในบางแห่ง โดยเฉพาะบางคนก็จะเห็นการพัฒนาตนเองได้อย่างผิดหูผิดตาว่ามีความมั่นใจขึ้น สังเกตจากทักษะการพูดและเนื้อหาที่พูดออกมา ทีนี้ก็ต้องยอมรับว่าบางคนก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

    * ในระยะยาวคาดหวังในโครงการนี้ไว้อย่างไร

ผมคิดว่าโครงการนี้อาจได้ผลเฉพาะบางพื้นที่ ผมเชื่อว่าทุก อปท. มีความแตกต่างกัน ผมว่าดีนะ ถ้าใครจะนำส่วนดีของโครงการนี้ไปดำเนินการต่อ แต่โครงการนี้ไม่มีเป้าหมายที่จะเป็นต้นแบบเพื่อให้พื้นที่อื่นนำไปปรับใช้ และยังหวังไว้ว่าการสื่อความคิดที่ว่าการพัฒนาขีดความสามารถในการบริหาร จัดการของ อปท. เป็นสิ่งเป็นไปได้ และผมต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า อปท. สามารถพัฒนาตนเองได้เร็วและสามารถพัฒนาขึ้นมารองรับภาระในการบริหารจัดการ เรื่องราวของท้องถิ่นได้ต้องมีการเอื้ออำนวยและเกื้อกูลอย่างเหมาะสม จะให้ อปท. พร้อมขึ้นเองชั่วข้ามคืน โดยไม่มีการเกื้อกูลอย่างเหมาะสมคงไม่ได้ จะต้องมีการเปิดโอกาสให้ อปท. มีการเรียนรู้และมีการเกื้อกูลให้เขาเกิดความพร้อมที่จะสามารถไปสร้างหรือทำ ให้ระบบงานเกิดความทันสมัย เป็นกันเองกับผู้ใช้บริการ และเป็นระบบงานที่มีจิตวิญญาณของการรับใช้ประชาชนมากขึ้น มีองค์กรที่กะทัดรัดคล่องตัว มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการใช้เทคโนโลยีที่คุ้มค่า มีการบริหารจัดการของผู้บริหารจัดการที่เหมาะสม


    * ผลตอบรับของ อปท. เท่าที่ได้ร่วมในโครงการเป็นอย่างไรคะ


ผลตอบรับดีมาก อปท. รู้สึกและมองเหมือนกับว่ามีคนที่สนใจจะมาช่วยเหลือเขาแก้ปัญหา และเขาก็ต้อนรับคณะนักวิจัยและให้ความร่วมมือในการศึกษาวิจัยเป็นอย่างดี ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเราไม่อยากบอกว่าเราช่วยเขาแก้ปัญหา แต่เป็นการที่เขาสามารถแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเองมากกว่า กระบวนการวิจัยของเราอยู่ในลักษณะที่ต้องมาอยู่ร่วมกันถึง 2 ปี แบบไป ๆ มา ๆ โดยเขาต้องคิดทำแผนเอง คิดปัญหาเอง ตั้งโจทย์เอง พยายามหาคำตอบเอง และพัฒนาตนเอง โดยที่มีเราเข้ามาเป็นผู้เกื้อกูล เป็นผู้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมศึกษา

ในช่วงแรกเขาก็นึกว่าเราจะเหมือนกับคณะนักวิจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาขอข้อมูลการวิจัย พอเขานำข้อมูลวิจัยมาส่ง แล้วเราก็จากไป ในเวลานี้ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างนักวิจัยกับกับผู้ที่เราเข้าไปเกี่ยว ข้องด้วยดีมาก และเขาก็ชื่นชมมาก เพราะเขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างนี้มาก่อน

    * อปท. ต้องการได้รับการสนับสนุนอื่น ๆ ในด้านใดอีกบ้างคะ

เขายังมีความต้องการอื่น ๆ อีกหลายด้าน เช่น งบประมาณ อุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งอำนาจในการปฏิบัติงาน แต่เราไม่สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการทั้งหมดได้ เราไม่ได้เป็นเศรษฐีมาโปรดหรือดลบันดาลอะไรให้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนได้ เราไม่มีอิทธิฤทธิ์ อิทธิพล และอำนาจใด ๆ เรามีแต่ความปรารถนาดีและความจริงใจที่จะมาช่วยกันคิดช่วยกันแก้ปัญหาตาม สภาวะที่เป็นจริงของเขาและของทรัพยากรที่เขามีอยู่


    * จะต่อยอดงานนี้ออกไปในลักษณะใด

ช่วงใกล้จบโครงการนี้ ผมจะมีรายงานข้อสรุปของประเด็นปัญหาหลักว่ามีประเด็นใดบ้าง หลังจากนั้นถึงจะสามารถกำหนดหลักการหรือต่อยอดเป็นข้อเสนอโครงการได้ แต่ ณ ขณะนี้ผมอยากจะมุ่งพัฒนาโครงการนี้ให้สำเร็จเสียก่อน

    * อยากให้ท่านฝากข้อคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานท้องถิ่น


ผมคิดว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการสร้างให้องค์กรส่วนท้องถิ่นมีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี เป็นวาระที่สำคัญอันหนึ่งของประเทศ เพราะว่าหากไม่ดำเนินการส่วนนี้ให้สำเร็จ อาจทำให้กระทบถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย การที่เรารวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากเกินไป จะเป็นบ่อเกิดที่สำคัญประการหนึ่งของปัญหาหลัก ๆ ของประเทศไทยที่กำลังประสบอยู่ดังเช่น ปัญหาความยากจน ซึ่งหากมองในมิติทางเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาดังกล่าวจะมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างมาก

ขณะนี้เป็นระยะขั้นประวัติศาสตร์ที่เราต้องหันมาคิด หันมาเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ เพราะ ถึงจุดที่ว่าเราได้ใช้ประโยชน์จากการบริหารปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจที่ส่วน กลางมานานแล้ว และระบบการรวมศูนย์นี้เอื้อประโยชน์แก่เรามาโดยตลอด ตอนนี้ ณ ระยะขั้นประวัติศาสตร์ระยะนี้ถึงจุดที่ว่าเราตัองกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แล้ว ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะพัฒนาต่อไปได้ยาก.

สัมภาษณ์ : ขวัญชนก


บันทึกการเข้า
architect
(V.I.P.)
ปลัด I.T.
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 341



« ตอบ #1 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน 2009, 01:26:59 PM »



อยากให้นำเอาผลสัมฤทธิ์ของโครงการวิจัยมานำเสนออีกครั้ง...ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป:  

ข้อสอบ ก.พ.งานราชการ