งานราชการ สอบท้องถิ่น ชุมชนคนท้องถิ่น : เว็บ community อันดับ 1 ของวงการท้องถิ่น

หัวข้อ: 3 สิ่งควรรู้ ก่อนปลูกกัญชา ... ใครคือผู้มีสิทธิ ทำอย่างไรจึงได้รับอนุญาต

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมื่อ: 02/ส.ค./2019, 01:11:43 PM
12965 ครั้ง
LINE it!
3 สิ่งควรรู้ ก่อนปลูกกัญชา ... ใครคือผู้มีสิทธิ ทำอย่างไรจึงได้รับอนุญาต



“ประเทศไทยอยู่ภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 แก้ไขโดยพิธีสาร ค.ศ. 1972 และอนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. 1971 ซึ่งอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับนี้ ยินยอมให้ใช้กัญชาทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ได้”

พูดง่าย ๆ คือ ไทยเรามีข้อตกลงกับต่างประเทศ เรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชา โดยรัฐบาลต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพ การป้องกันการรั่วไหลไปยังตลาดมืด ต้องมีการข้อกำหนดที่ชัดเจนในการอนุญาตให้ผลิต ปลูก หรือใช้กัญชาทางการแพทย์ที่จะต้องมีระบบใบอนุญาต (Licensing System)

การกำกับดูแลให้เป็นไปตามบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ จะมีคณะกรรมการการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่นี้ ประเทศภาคีสมาชิกจะต้องรายงานให้ทราบเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ผิดกฎหมาย

ดังนั้น ใครก็ตามที่จะปลูกกัญชาได้ จะต้องรู้ถึง 3 สิ่งนี้ >>

1. จะปลูก “กัญชา” ได้ต้องเป็นผู้มีสิทธิ

• หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ หรือเภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือให้บริการทางเกษตรกรรม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือเภสัชกรรม หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย

• สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่มีการเรียนการสอนและวิจัยทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์

• เกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตร และดำเนินการภายใต้ความร่วมมือ เช่น สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐ หรือ หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

• ผู้ขออนุญาตอื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

2. จะปลูก “กัญชา” ได้ต้องได้รับอนุญาต

• ผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายตามข้อ 1 จะต้องยื่นขออนุญาต โดยในกรุงเทพฯ ยื่นที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผ่านความเห็นจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดโทษ เสนอเลขาธิการ อย. เป็นผู้อนุญาต ส่วนในต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ณ ท้องที่ที่สถานที่ปลูกตั้งอยู่ โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งหรือมอบหมาย เสนอผ่านความเห็นจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เสนอเลขาธิการ อย. เป็นผู้อนุญาต

3. จะได้รับอนุญาตต้องดำเนินการ ดังนี้

• ยื่นเอกสารขออนุญาต โดยทำเป็นโครงการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เพื่อการแพทย์ หรือเพื่อการศึกษาวิจัย เช่น ต้องระบุ สถานที่เพาะปลูก ปริมาณการปลูกต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมถึงต้องระบุให้เห็นถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัญชา รวมทั้งสถานที่ที่ปลูกต้องมีภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์ เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยที่ประสงค์จะใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค ขณะนี้มีสถานพยาบาลทั่วประเทศที่มียากัญชาที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และปลอดภัย ใช้ในทางการแพทย์อย่างเพียงพอ มีการกระจายยาทั่วถึง และเป็นระบบ รวมทั้งมีแพทย์และเภสัชกรที่ผ่านการอบรม 400 คน และแพทย์แผนไทยที่ผ่านการอบรม 2,900 คน ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

*สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม * สายด่วน ป.ป.ส.1386 สายด่วน อย.1556 กด 3

อัพเดทข่าวสารท้องถิ่นผ่านทาง LINE ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

เพียงแค่แอดไลน์ไอดี @thailocalmeet

ขอสงวนสิทธิ์ ข้อมูล เนื้อหา บทความ และรูปภาพ (ในส่วนที่ทำขึ้นเอง) ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ www.thailocalmeet.com ห้ามมิให้บุคคลใด คัดลอก หรือ ทำสำเนา หรือ ดัดแปลง ข้อความหรือบทความใดๆ ของเว็บไซต์ หากผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความนี้ไปใช้ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 www.thailocalmeet.com
Copyright (C) 2009 www.thailocalmeet.com All rights reserved.

0 ความคิดเห็น