หารือการปฏิบัติราชการ

(1/2) > >>

supapornko:
ถ้าผู้บริหาร อบต. หมดวาระ การแต่งตั้ง โอน ย้าย จะทำได้หรือไม่

pidman:
ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายก 2548
http://bbs.thailocalmeet.com/law/bt_tumbol/bt016.pdf

pidman1:
ว670 ปี 2547 เรื่อง การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
http://www.beupload.com/download/?510253&A=130586

=============================
ด่วนที่สุด
ที่ มท 0804/ว 670                         กระทรวงมหาดไทย
ถนนอัษฎางค์ กทม. 10200
24 กุมภาพันธ์ 2547
เรื่อง การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด

อ้างถึง    1. พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องวิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งของ
ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ใด พ.ศ. 2546
3. พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
4. พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496
5. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537

เนื่องด้วยในปี พ.ศ. 2547 จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นในองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการบริหารงานของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทยจึงขอซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ
เกี่ยวกับการบริหารงานขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
1. การใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย และพึงระมัดระวังมิให้การใช้งบประมาณมีลักษณะเป็นการจูงใจ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เลือกผู้สมัครผู้ใดผู้หนึ่ง หรือเป็นไปเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนผู้สมัครในการหาเสียงเลือกตั้งหรือ
เป็นการกระทำเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง
วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหาร
ท้องถิ่น หรือผู้ใด พ.ศ. 2546 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการแจกสิ่งของรางวัลการจัดให้
ประชาชนไปทัศนศึกษาดูงาน ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง หากมิใช่เพื่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ
ประชาชนโดยตรง ซึ่งจะต้องดำเนินการในลักษณะฉุกเฉินรีบด่วนแล้ว เห็นควรให้ระงับการดำเนินการใน
ลักษณะดังกล่าวไว้ก่อน
2. สำหรับในส่วนของพนักงาน ข้าราชการ ลูกจ้างของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้วางตัวเป็น
กลางโดยเคร่งครัด ห้ามอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตนเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง หากมีการ
ฝ่าฝืนจะได้รับโทษตามกฎหมาย และหากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว
3. การบริหารงานของปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่น
ระหว่างที่ยังไม่มีผู้บริหารท้องถิ่นนั้น เนื่องจากตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด มาตรา 36 วรรคสาม
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 48 ปัญจทศ วรรคสอง และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การ
บริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 64 วรรคสาม กำหนดให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่
เท่าที่จำเป็นได้เป็นการชั่วคราว ดังนั้นปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะบริหารงานให้เป็นไปตาม
เจตนารมณ์ของกฎหมาย กล่าวคือ ภารกิจหรือกิจการใดหากสามารถรอการดำเนินการไว้ก่อน และไม่เกิดความ
เสียหายแก่กิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือประโยชน์ของประชาชนโดยตรงอย่างชัดเจนแล้ว ก็ไม่
สมควรจะดำเนินการจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานเกี่ยวกับนโยบาย
และแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานเกี่ยวกับการโอนงบประมาณการเปลี่ยนแปลงโครงการที่ได้รับ
ความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่นมาแล้ว สมควรรอให้ผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นได้รับการเลือกตั้ง
เป็นผู้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
4. การใช้เครื่องมือสื่อสาร ครุภัณฑ์ ตลอดจนสถานที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วง
หาเสียงเลือกตั้ง ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการ
ใช้ทรัพย์สินดังกล่าวโดยเคร่งครัด สำหรับการใช้ทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการ
ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ได้แก่ หอกระจายข่าว ตลอดจนสถานที่ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควร
ดำเนินการในลักษณะการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการไปใช้สิทธิ
เลือกตั้งโดยตรง โดยงดเว้นข่าวสารที่อาจให้คุณให้โทษ หรือไม่เป็นธรรมแก่ผู้สมัครผู้ใดผู้หนึ่งเป็นการเฉพาะ
ในกรณีที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้ใดขอใช้สถานที่หรือหอกระจายข่าวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อการ
ประชาสัมพันธ์ในลักษณะการหาเสียงเลือกตั้ง ขอให้อำนวยความสะดวกภายใต้ระเบียบที่กำหนดไว้ตามความ
เหมาะสม โดยมิให้เกิดผลกระทบต่อภารกิจปกติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ผู้สมัคร
ทุกรายได้รับสิทธิโดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขต
พื้นที่ใช้อำนาจกำกับดูแลและกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวโดยเคร่งครัด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ และแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด
ถือปฏิบัติต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
 
(นายอนุชา โมกขะเวส)
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น
โทร./โทรสาร 0-2241-9034-5

pidman1:
http://www.bordan.go.th/modules/news/indexall.php?mode=detail&id=18970
================================
กรณีที่ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกฯว่า จะต้องให้นายอำเภอเป็นผู้ประเมินการเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือไม่ จะสามารถลงนามในคำสั่งโอน(ย้าย) ข้าราชการได้หรือไม่ รวมทั้งจะสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการจ่ายโบนัส รวมทั้งกรรมการกลั่นกรองประสิทธิภาพประสิทธิผลหรือไม่ เป็นต้น ผมได้ตอบเมล์ไปบางส่วน และอยากนำมาขยายในที่นี่ว่า ในการบรรยายของผอ.ศิริวัฒน์ฯ ก็ดี ผอ.ชนินทร์ฯ ก็ดี บางเรื่องสามารถนำมาปฏิบัติได้ แต่บางเรื่องก็ฟังไว้แต่อาจนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติได้และบางเรื่องก็ไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้เช่นกัน เพราะการบรรยายของท่าน ก็เป็นเพียงหนึ่งในวิทยากรเท่านั้น บางเรื่องอาจปนด้วยความคิดเห็นส่วนตัวที่ยังไม่ตกผลึกจนสามารถให้ผู้บริหารของกรมส่งเสริมฯ ทำเป็นหนังสือซักซ้อมแนวทางปฏิบัติงานได้ เพราะการตีความกฎหมายนั้น หลายคนก็หลากหลายความเห็น แม้กระทั่งการที่คณะกรรมการกฤษฏีกาตีความออกมาแล้ว บางเรื่องก็ยังสามารถพลิกได้ เมื่อมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในความเห็นของผม ผมคิดว่า ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ปลัดอบต.ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ทำหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็นนั้น ผมคิดว่า เรื่องใดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ พนักงานจ้าง หรือลูกจ้างประจำ สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือน เลื่อนระดับ เปลี่ยนสายงาน ยกเว้นที่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของปลัดอบต.เอง แต่สำหรับในกรณีการเลื่อนขั้นเงินเดือนว่าถึงขนาดต้องให้นายอำเภอประเมินหรือไม่นั้น ผมคิดว่า การที่ผอ.ศิริวัฒน์ฯ อ้างกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองนั้น ก็อาจถูกและอาจผิดเช่นกัน ผมมองในแง่รัฐศาสตร์ ว่า ในเมื่อมีผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ อยู่แล้ว ซึ่งมิใช่กรณีที่ไม่มีนายกฯหรือไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่นายกฯตางหาก กรณีนั้นจึงจะให้นายอำเภอเป็นผู้ประเมิน แต่กรณีนี้ มีผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องแยกบทบาทระหว่าง บทบาทนายกฯ กับบทบาทของปลัดฯ การที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ประเมินผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกฯนั้น ก็น่าจะชอบด้วยกฎหมายแล้ว และที่ผ่านมา พวกเราก็ปฏิบัติแบบนี้มาโดยตลอด ยังไม่มีผู้ใดมาแย้งหรือฟ้องร้องแต่ประการใด แต่แน่นอนว่า กรณีที่ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ใช้อำนาจหน้าที่นั้นกลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่ให้มีการเลื่อนขั้นเงินเดือน หรือประเมินอย่างไม่เป็นธรรม เช่นนั้นตางหากที่ควรมีการทักท้วงหรือฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจเหนือขึ้นไป.....เช่นเดียวกันกับ กรณีการจัดซื้อจัดจ้าง กรณีที่มีการจัดทำไว้แล้ว หรือมีการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว ปลัดฯก็สามารถดำเนินการต่อได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้เลย เหมือนอย่างกรณีของท้องถิ่นอำเภอท่านหนึ่งในจังหวัด น. ได้แจ้งแก่ปลัดอบต.ในอำเภอนั้น บอกว่า ปลัดฯไม่มีอำนาจเซ็นต์เช็คจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ก็ไม่รู้ว่า ท้องถิ่นอำเภอท่านนี้ ไปอยู่หลังเขาเสียนาน จนไม่รู้ว่า โลกนี้มันเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน จึงให้พูดในสิ่งที่ท้องถิ่นส่วนใหญ่เขาไม่พูดกัน.... เท่าที่ฟังมาหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นรองฯวสันต์ หรือวิทยากรที่ทรงคุณวุฒิ ได้บอกตรงกันว่า กรณีที่เป็นเรื่องงานประจำ มีการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องของนโยบายที่ต้องกำหนดขึ้นใหม่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯสามารถกระทำได้ หรือแม้แต่ในเรื่องที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ แต่เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน หากไม่กระทำประชาชนจะเดือดร้อน หรือกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชน หรือบ้านเมืองแล้ว ปลัดฯผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯก็สามารถกระทำได้ และบางเรื่องก็สามารถขอยกเว้นระเบียบต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ครับ.....
          ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของปลัดอบต.หรือปลัดเทศบาล ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารท้องถิ่นนั้น จะกระทำได้เพียงใดนั้น ผมคิดว่า ขึ้นอยู่กับเจตนาครับ หากใช้อำนาจนั้น โดยสุจริตใจ ไม่ไปกระทบสิทธิของบุคคลอื่น หรือไปกระทำการใดที่เป็นเรื่องใหม่ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร หรือต่อบุคคลอื่น ผมคิดว่า สามารถทำได้เกือบทุกเรื่องครับ ดังนั้น จึงไม่อยากให้พวกเรากังวลมากนัก เพราะที่ผ่านมา มีปลัดอบต.ที่ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลหลายแห่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีอยู่เป็นเวลาหลายเดือน บางแห่งเป็นปี บางแห่งเกือบสองปีแล้ว ก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติไม่ได้มีอะไรที่หนักหนา หรือเกินกว่าที่จะเยียวยาหรือแก้ไขครับ สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการโอน(ย้าย)ในช่วงดังกล่าว หากมีการนำเข้าสู่ ก.อบต.จังหวัดเรียบร้อยแล้ว ผู้บริหารคนเดิมเห็นชอบแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นเรื่องที่ต่อเนื่อง ไม่ได้กระทำการขึ้นใหม่ หรือกำหนดตำแหน่งขึ้นใหม่แต่อย่างใด ปฏิบัติผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกฯก็สามารถลงนามในคำสั่งให้โอน(ย้าย)ได้ ยกเว้นแต่ว่าท่านปลัดฯ ต้องการให้น้อง ๆ อยู่ช่วยงานเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อน จึงอาจอ้างเหตุนี้ เพื่อขอให้น้อง ๆ อยู่ต่ออีกสอง-สามเดือน ผมก็คิดว่า หากน้อง ๆ มีน้ำใจก็ควรอยู่ช่วยงานท่านปลัดฯบริหารจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยโอน(ย้าย) ก็คงจะไม่เสียหายหรือเกิดความเสียหายอะไรมาก เช่นเดียวกัน สำหรับน้อง ๆ ที่เดือดร้อนจริง ๆ เช่น บางคนต้องไปดูแลพ่อ-แม่ หรือญาติที่ป่วยไข้ ไม่มีผู้คอยช่วยเหลือดูแลจริง ๆ ท่านปลัดฯทั้งหลายก็ควรเอาใจเขามาใส่ใจท่านด้วย อย่างน้อยท่านก็ควรไปดูให้เห็นกับตาของท่านเองว่า ลูกน้องท่านเดือดร้อนจริง ๆ หรือไม่ หากเป็นจริง ท่านก็ควรอนุเคราะห์น้อง ๆ ไปเถอะครับ เป็นการทำบุญและได้บุญมหาศาลในขณะที่ท่านมีอำนาจอยู่ และยังได้เสริมสร้างบารมีของท่านให้แพร่กว้างเพิ่มขึ้นไปอีก (ผมไม่ได้ว่าใครนะครับ เพราะรู้อยู่ว่า ปลัดฯส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเช่นนี้ที่ผมกล่าวมา)

pidman1:
http://www.thailocalmeet.com/index.php/topic,9152.0.html

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป